อนุทิน #21915

ประวัติย่อเวิลด์ไวด์เว็บ (ฉบับทัวร์ Web2.0 ภายใน 5 นาที)
เมื่อนักมานุษยวิทยามาศึกษาเรื่องเว็บ ย่อมหมายความว่า ในเว็บมีวัฒนธรรม ผมตีความว่า อาจารย์ Wesch ผู้นี้ ต้องการบอกว่า "พวกเรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของเวิลด์ไวด์เว็บ อย่างแยกไม่ออก"

The Machine is Us/ing Us (Final Version)

ขออภัยสำหรับท่านที่ไม่ได้ใช้ Hi-Speed Internet เพราะอาจใช้เวลาโหลดคลิ๊ปวิดีโอด้านบนนี้นานสักหน่อย ระหว่างรอให้มันโหลดเสร็จ ผมขอพล่ามไปพลางๆก็แล้วกันนะครับ เผื่อจะช่วยเป็นบทพากษ์สำหรับผลงานสร้างสรรค์ชิ้นเยี่ยมชิ้นนี้ ที่อธิบายความเป็นมา แนวคิด ปรัชญา และ วิถีทางที่เว็บกำลังจะมุ่งไป ได้ครบถ้วน ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า Web2.0 คืออะไร ผลงานวิดีโอของนักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม จาก Kansas State University (Digital Ethnography Working Group) ชื่อ Michael Wesch สรุปไว้ได้รวบรัดและแจ่มแจ๋วมาก (วิดีโอชิ้นนี้ ได้รับรางวัลมากมาย และ Web 2.0 ... The Machine is Us/ing Us เวอร์ชั่นแรก ก็มีคนดูไปแล้วกว่า 6,500,000 ครั้ง)

จาก Text สู่ Hypertext แล้ว "Web2.0 ก็คือ พวกเรา!"

ยุคที่ยังไม่มีเว็บ เราใช้ดินสอ/ปากกากับกระดาษ เขียนข้อความสื่อสารกัน เขียนผิดก็ลบทีละคำ เมื่อมีเว็บ เราสามารถเผยแพร่และแก้ไขข้อความได้ง่ายและยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก ที่สำคัญคือ ในเว็บมีลิงค์ และลิงค์นี่เองที่ทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นเวิร์ดไวด์เว็บ เพราะมันสามารถเชื่อมโยงและอ้างอิงถึงกันได้ เป็นเครือข่ายไยแมงมุมที่ห่อคลุมโลกใบนี้อย่างในปัจจุบัน

อันที่จริง วิดีโอของ Wesch นำเสนอเรื่องปรัชญาของ HTML ไว้ด้วย (HTML = HyperText Markup Language หรือ ภาษาที่ใช้แสดงหน้าเว็บนั่นเอง) คือ หลักการ แยกระหว่าง "การตกแต่ง" กับ "เนื้อหา" (Separation of presentation and content) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญสำหรับมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว (ผมคงอธิบายหลักการนี้ได้ไม่ดีนัก แต่สำหรับคนทำเว็บที่ใส่ใจผู้ใช้งานในวงกว้าง คงเข้าใจได้ไม่ยาก ดูเพิ่มเติมที่ webstandards.org/learn/faq)

และแน่นอน เมื่อนักมานุษยวิทยามาศึกษาเรื่องเว็บ ย่อมหมายความว่า ในเว็บมีวัฒนธรรม ผมตีความว่า อาจารย์ Wesch ผู้นี้ ต้องการบอกว่า "พวกเรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของเวิลด์ไวด์เว็บ อย่างแยกไม่ออก" อ่านจากชื่อวิดีโอ มันก็คือ 2 ประโยคควบกัน "The Machine is Us = พวกเราคือเวิลด์ไวด์เว็บ" กับ "The Machine is Using Us = เวิลด์ไวด์เว็บกำลังใช้ประโยชน์จากพวกเรา" (ผมตีความว่า Machine = เวิลด์ไวด์เว็บ) ฟังแล้วอาจจะทำให้นึกถึงหนังเรื่อง The Matrix ที่เครื่องจักรกำลังครอบครองโลก แต่ผมมองโลกในแง่ดีกว่านั้น และเห็นว่านี่คือ ลักษณะของ Web2.0 ซึ่งพวกเราแต่ละคนสามารถเป็นเจ้าของ "สื่อ = Publisher" ได้ด้วยปลายนิ้วครับ ผู้ใช้ GotoKnow ทุกคน จึงเริ่มเป็น "มนุษย์รุ่น 2.0" กันแล้ว (เอาไปคุยอวดลูกหลานได้เลยครับ ฮา...)

พอพูดถึง Web2.0 แล้วท่าทางจะยาว เอาไว้คราวหน้าผมค่อยมาเขียนต่อก็แล้วกันนะครับ เพราะมันมีเรื่องน่าสนใจเยอะแยะเลย ทั้งในแง่วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงความเป็นไปของมนุษยชาติด้วย และจะพยายามไม่พูดถึงศัพท์เทคนิคมากเกินไป เพราะว่าจริงๆแล้ว Web2.0 มันใกล้ตัวเรามากๆ อย่างเช่น GotoKnow ก็คือ Web2.0 ไปแล้วกว่าค่อนตัว เพราะมีลักษณะของ "การสะสมภูมิปัญญาสาธารณชน" เด่นชัดมาก (Wisdom of Crowds) อย่ามองแค่เปลือกนอกนะจ้ะ เพราะเว็บไซต์หลายแห่ง ก็แค่เปลี่ยนหน้าตาและการออกแบบ แล้วอ้างว่าเป็น Web2.0 เว็บไซต์พวกนั้น ก็แค่การหวังผลทางการตลาดอย่างผิวเผินครับ Web2.0 ต้องดูที่ Services และ วัฒนธรรมการใช้งานที่กำหนดโดยผู้ใช้เป็นหลักครับ

... the Web's greatest inventions are, at their core, social movements.

... ประดิษฐกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเว็บ ณ แก่นกลางสำคัญของมัน ก็คือ (การก่อให้เกิด) ความเคลื่อนไหวทางสังคม(รูปแบบใหม่)

(อ้างจาก Web2.0 Summit 2008)

ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของ มนุษย์ยุค2.0 นั่นเป็นไปได้หลากหลาย โอกาสต่อไปผมคงได้สรรหาเรื่องพวกนี้มาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติม ว่าคนส่วนอื่นๆของโลก เค้าเปลี่ยนวิธีคิด และใช้ประโยชน์จากการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมยังไง และอาจจะสร้างสรรค์กว่า "การบุกยึดทำเนียบฯ" ก็ได้ครับ (เออนั่น สามหาว! ข้าน้อยสมควรตาย!!!)

EDIT : ลืมบอกไปว่า ผลงานวิดีโอที่นำมา เป็น Creative Commons License (Attribution-NonCommercial-ShareAlike) ที่ เจ้าของอนุญาตให้นำมาเผยแพร่ได้ ส่วนใครที่อยากดาวน์โหลดเก็บไว้ดูทีหลัง ลองไปที่ mediatedcultures.net/mediatedculture.htm

สร้าง: ศ. 26 ก.ย. 2551 @ 04:26   แก้ไข: ศ. 26 ก.ย. 2551 @ 11:42   ขนาด: 10407 ไบต์
เขียน:

ความเห็น (0)