อนุทิน #20604

หุงข้าวใครคิดว่าไม่สำคัญ…..@ 207973 โดย  Lin Hui

คนแก่ส่วนใหญ่ ชอบของขม ชมขุนเขาลำเนาไพร เล่าร่ำไห้บรรยายความหลัง (ผมแปลงมาจากสำนวน : ชอบของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง) อาจารย์ครับการ ตีวัวกระทบคราด วัวไม่เจ็บแม้นแต่น้อย คงเป็นเพราะคนตีไม่ถูกจุด ต้องการตีวัว แต่กลัววัวจะเจ็บ จึงเอาไม้ไปตีกระทบที่คราด จริงๆ แล้วต้องตีที่ วัวที่ ควาย ให้มันเจ็บมันจะได้เดินไวๆ ไถนาเร็วๆ เมื่อ วัว/ควาย เดินไวๆ ไถนาเร็วๆ เราก็จะได้ข้าวกินไวๆ งัยครับ พอพูดถึงเรื่องกระทรวงศึกษานายผีเคยแต่งโคลงเอาไว้เสียดายผมจำไม่ได้ซะแล้ว แต่จับใจความได้ว่า ช่วงที่นายผียังมีชีวิต มล.ปิ่น มาลากุล เป็น รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาฯ  และมีนโยบาย เพิ่มค่าเล่าเรียน/ค่าหน่วยกิต โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อในสมัยนั้นว่า เพื่อให้ตรงข้ามกับระบอบคอมมิวนิตส์(ของจีน) ที่มีนโยบายให้คนในประเทศเรียนฟรี (รัฐสวัสดิการ) นายผีจึงแต่งโคลงประชดว่า ขอยกย่องอาจารย์ปิ่น (ในโคลงใช้คำว่า ออปิ่น แทน อ.ปิ่น คำว่า ออ นี่เป็นคำโบราณ ใช้เรียกขานผู้ชาย เช่น ออมั่น=ไอ้มั่น ออ กวิน=ไอ้กวิน) ขอยกย่องอาจารย์ปิ่น ว่ามีความคิดสมกับที่เป็นนักปราชญ์ ว่าด้วยเรื่องการขึ้นค่าเทอม/ค่าหน่วยกิต ของกระทรวงศึกษาฯ เพื่อไม่ให้เหมือนกับนโยบายกระทรวงศึกษาของ ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิตส์ นั่นคือ คอมมิวนิตส์ทำอะไร อ.ปิ่น/ออปิ่น ก็จะทำสวนกระแส เช่นนั้นแล้ว ควายที่ประเทศคอมมิสต์กินหญ้า เด็กๆ กินข้าว ประเทศไทยก็ต้องทำสวนกระแส คือ ต้องให้เด็กๆ กินหญ้าแบบควาย (เพราะเด็กๆ เอาเงินที่พ่อแม่ให้มาไปจ่ายค่าเทอมจนหมดจึงไม่มีซื้อข้าวกิน) อีกอย่างคนที่ประเทศคอมมิวนิตส์ไม่กินขี้ เพื่อเป็นการสวนกระแส คงต้องกินขี้ ด้วยกระมัง (ทำตรงกันข้ามกับผู้คนในระบอบคอมมิวนิตส์) โหย อ่านแล้วทึ่งว่านายผีนี้ ปากจัดจริงๆ เดี๋ยวไปค้น โคลงบทดังกล่าวมาโพสให้อาจารย์อ่านนะครับ สงสัยคงเขียนบันทึกใหม่ได้อีกหนึ่งบันทึก  

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)