อนุทิน #19183

เรื่องสั้น : เจโตปริยญาณ#2 @ 203573

คนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่ส่วนมากที่ผมเห็นเขาหันหน้าเข้าวัดกันหมดแล้วและถ้าพี่หันหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรม ผมเชื่อเหลือเกินว่าอะไรมันจะต้องดีกว่านี้อย่างแน่นอน ถ้าพี่ไม่เริ่มทำตั้งแต่วันนี้แล้วจะไปเริ่มทำตอนไหน อีกอย่างคนที่จะหวังดีกับเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผม เห็นจะมีก็แต่พี่ๆ น้องๆ ของเรานะพี่ คนอื่นผมยังมองไม่เห็นว่าเขาจะมีความจริงใจกับเราได้มากกว่า พี่ๆ น้องๆ ของเรา ทั้งในอดีตชาติ และในชาติปัจจุบัน อนึ่งตัวพี่และสามีอยู่ในฐานะสูงศักดิ์ จึงย่อมที่จะต้องประสบพบเจอกับผู้คนร้อยพ่อพันแม่เข้ามาแสวงหวังผลประโยชน์จากตัวพี่ และตัวสามีของพี่ ตัวผมเองนั้นเมื่อครั้งอยู่ยังพระนครศรีอยุธยา ก็คิดถึงพี่มาโดยตลอด สวดมนต์ไหว้เสมอๆ ในปัจจุบันนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมหวังใจว่าพี่จะสามารถฝ่าฟันมรสุมแห่งชีวิตนี้ไปให้จงได้เหมือนดังเช่น ในชาติก่อนๆ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงช่วยขจัดและปัดเป่า
อุปัทวันตราย ที่จะมาแผ้วพานพี่สาวของฉัน และขอให้พี่สาวของฉันมีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งด้วยเถิดสาธุ  

ทว่า  ชาญ เองก็ตระหนักและตระหนก เมื่อรู้วาระจิตของพี่สาว ว่าเธอยังคงคิดที่จะคบกับบรรดาเพื่อนสนิทต่างเพศของเธอนี้ต่อไป  เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ทางด้านจิตใจในระยะสั้น อย่างน้อยๆ เธอก็มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย คอยให้คำปรึกษา ถึงแม้นว่าการเลิกคบกับบรรดาเพื่อนสนิทต่างเพศของเธอนี้จะเป็นผลดีกับเธอในระยะยาวก็ตาม  แต่ด้วยเพราะคนส่วนมากนั้นย่อมเลือกที่จะไขว่คว้าหาความสุขเฉพาะหน้า โดยลืมมองถึงความสุขในระยะยาวของชีวิต ในขณะนี้ท่านเจ้าคุณผู้เป็นสามีของเธอนั้นยังคงไม่ยอมเลิกคบกะผู้หญิงคนอื่น ส่งผลให้พี่สาวของฉันเลือกใช้วิธีการ เกลือจิ้มเกลือ แทนที่จะใช้วิธีการ รักษาความดีเหมือนเกลือรักษาความเค็ม

ชาญครุ่นคิดในใจและคิดว่าเมื่อเจอกับพี่สาวของตนในอดีตชาติ เขาจะเล่าความในใจนี้ให้กับพี่สาวของตนฟังทั้งหมด แต่ชาญก็ รู้ดีว่า อันว่า ผู้เป็นน้องนั้นครั้นจะไปอบรมสั่งสอนผู้เป็นพี่ ย่อมไม่เป็นการสมควร เพราะผู้เป็นพี่ย่อมมี อัสมิมานะ (superiority complex) ดังเช่นในคัมภีร์ วุตโตทัย กล่าวไว้ด้วย  อาริยาคีติฉันท์ ความว่า

อติมาโน อธิโกโธ
อวมาน กโรนํ เวสุ อภวุฑฺเฒ สุ
โย พหุสุโตมิ โสปิน
บณฺฑิโต พาลํ สมฺมโต อธิโลเก


มานะมีมากครั้ง               เคืองเคียด
ใจจะหยามหมิ่นเกียรติ     ทุกผู้
แม้นเรียนร่ำละเอียด         เอกอุ
ปากที่ฝากกระทู้              ถ่อยสิ้นสัทธรรม

คนผู้ใดมีทิฐิมานะใหญ่ยิ่งนัก มีความโกรธเคืองเคียด
ย่อมดูหมิ่นบุคคลอันหนุ่มและแก่กว่าตน
แม้นผู้นั้นจะเป็นพหูสูตร (ผู้ร่ำเรียนมากเท่าใดก็ดี)
จักถือเป็นบัณฑิตก็หามิได้ (เพราะความพาล) ขึ้นชื่อว่าเป็นคนใบ้คนหนึ่งในโลกย์

อติมาโน/อัสมิมานะ/ปมเขื่อง/superiority complex นี้ ช่างร้ายกาจเสียจริงหนอ

     จบ...
(เพราะเป็นเรื่องสั้นจึงมีแค่สองตอนจบ)  

ท่านผู้ เมื่ออ่านเรื่องสั้นนี้ จบลงแล้ว คิดว่าจะหาทางออกให้กับพี่สาวของชาญ ได้อย่างไร โปรดช่วยกัน วิเคราะห์ สังเคราะห์แนวทางที่เป็นประโยชน์ ต่อผู้ที่อาจจะตกอยู่ในสถานภาพเดียวกันกับพี่สาวของชาญ เพื่อว่าเขาผู้นั้น จะได้ก้าวล่วงออกจากบ่วงแห่งชีวิตนี้ได้ ซึ่งก็ย่อมจะเป็นบุญเป็นกุศล ของผู้ที่ชี้แนะแนวทาง ไม่มากก็น้อย อนุโมทนาสาธุ..

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)