อนุทิน #19112

ทฤษฎีของ Mc Gregor และ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า203025  -> สมาคมนักกลอนฯ

คนอ่านหนังสือน้อย : ขอบคุณครับสำหรับการแบ่งปันอดนึกแปลกใจไม่ได้ว่า ถ้าไม่อ่านชื่อคนโพสต์จะคิดว่า เป็นคนนั้น คนนี้อยู่เสมอคนนั้น คนนี้ ที่ว่า คือ นักเขียน นักคิด มีชื่อเสียงหลาย ๆ ท่านที่แสดงวิธีคิด ตัวตน ออกมา ผ่านงานเขียนและผลงานต่าง ๆ จนอดนึกต่อไปไม่ได้ว่า คุณกวิน คนโพสต์ มีตัวตน และ วิธีคิด อย่างไรกันแน่เพราะวิธีการนำเสนอ ไม่ได้มุ่งแค่เพื่อแบ่งปันแต่คล้ายกับเพื่อพยายามจะเป็น

Oly: งานนี้คุณกวิน เขียนได้เคลียร์ดีมาก ชัดเจนตั้งแต่ต้นจนปลายแถมสรุปได้น้ำได้เนื้อ งานดีมีประโยชน์ไม่ผิดหวัง แต่ก็อยากให้ลงรายละเอียดในบางตอนเช่นการคิดในเชิงบวก  ไม่เพ่งโทษให้ตนเอง..ควรทำอย่างไร  ถ้าทำได้จะดีมากๆครับ

แฟนนักกลอน: วินัยเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์ เป็นเรื่องที่เรากำลังส่งเสริมสนับสนุน ควรปลูกฝังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีคุณลักษณะดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุเป็นแบบฉบับที่ดีของการคิดบวกและมองคนในแง่ดี เลื่อมใสคุณกวินมาก ได้รับสิ่งดีดีจากข้อคิดเห็นของคุณกวินตลอดมา

กวิน: สวัสดีครับ คุณ คนอ่านหนังสือน้อย คุณ Oly คุณ แฟนนักกลอน บทความนี้ผู้เขียนเขียนขึ้นเพราะมีความเห็นต่าง กับกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง กัลยาณมิตรท่านนี้เป็นผู้ที่ นิยมชมชอบ การมองโลกในแง่ดี และมักจะมองเห็นว่า "โลกนี้มีแต่ความดี มีแต่คนดี โลกนี้ช่างสวยงาม" ประโยคเหล่านี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึง คำกลอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่สอนในเรื่องของ "การมองโลกในแง่ดี" ผู้เขียนจึงลองนั่ง ไตร่ตรอง และเริ่มตระหนักว่า  "การมองโลกในแง่ดี"  นี้มีคุณอนันต์ และมีโทษมหันต์เสียจริงหนอ หากไม่รู้จักเลือกนำไปใช้ให้ถูกกาลเทศะ

"การมองโลกในแง่ดี" นี้เหมือนกับ ปืน ซึ่ง ปืนนั้นเอาไว้ใช้ป้องกันตนจากภยันตรายอันจะมาถึงตัวก็ได้ แต่ถ้าใช้ปืนไม่เป็น ปืนก็อาจจะลั่นใส่ตัวให้ต้องได้รับบาดเจ็บ ปืนซึ่งมีไว้ใช้ป้องกันภยันตรายอันจะมาถึงตัวนี้ ก็คือการมองโลกในแง่ดี/การคิดบวกการมองโลกในแง่ดี/การคิดบวก นั้นย่อมทำให้เราเป็นผู้ที่มีจิตใจที่ สดใส เบิกบาน บังเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem) คือ ยอมรับนับถือตนเอง มีความเชื่อมั่นในตนเอง คารพในตนและผู้อื่น มีชีวิตอยู่อย่างมีเป้าหมาย แต่ถ้าใช้ปืนแห่งการมองโลกในแง่ดี/คิดบวก นี้ไม่เป็น ปืนนี้ก็อาจจะลั่นใส่ตัวให้ต้องได้รับบาดเจ็บ ด้วยเพราะการการมองโลกในแง่ดี/คิดบวก ที่ว่า "โลกนี้มีแต่ความดี มีแต่คนดี โลกนี้ช่างสวยงาม" จนลืมระแวดระวังภัย ว่า โลกนี้ ด้านที่ร้ายนั้นก็ยังมีอยู่ คนเลวนั้นก็ยังมีอยู่ โลกด้านที่น่าเกลียดน่ากลัวนั้นก็ยังมีอยู่ เมื่อใจบังคับตาให้มองเห็นแต่ด้านดี ตาก็ย่อมมองไม่เห็นด้านเลว  จนบังเกิดเป็นความประมาท บังเกิดเป็นอคติ ในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นอันตราย  อุปมาเหมือนเด็กที่ นำปืนมาลูบคลำเล่นโดยที่ไม่รู้อานุภาพแห่งปืน

ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงพยามคิดต่อยอดจากท่านพุทธทาสภิกขุว่าด้วยเรื่อง "การมองโลกในแง่ดี" ซึ่งมีคุณอนันต์ และมีโทษมหันต์ เหมือนปืน อนึ่งผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะหลบหลู่ครูบาอาจารย์ในทางกลับกัน บทความนี้เป็นการปฏิบัติบูชา ครูบาอาจารย์  ด้วยการคิดต่อยอด จากความคิดของครูบาอาจารย์นั่นเอง

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)