อนุทิน 171720


บุรชัย
เขียนเมื่อ

เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ผมลาอออกจากงานประจำ เพราะรู้สึกว่าถ้างานไม่เหมาะกับเรา เราก็ควรออก เงินไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่สุด เวลาในชีวิตเหลือน้อย แล้วในวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ (วันคล้ายวันเกิดคุณพ่อผม) ผมก็ออกบวชโดยไม่มีกำหนดสึก โดยมีหลวงพ่อบุญมาเป็นพระอุปัชฌาย์ (ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ) ท่านเมตตากับผมมาก บอกว่า “พ่อจะเป็นเจ้าภาพบวชให้เอง” โดยที่ผมไม่ได้เอ่ยปาก

บวชแล้วผมไปอยู่กับหลวงพ่อในป่าห่างไกลจากตัวจังหวัดชัยภูมิ (ปราสาทดิน อ. ภักดีชุมพล ใกล้ถ้ำวัวแดง) ที่นั่นไม่มีไฟฟ้าใช้ พระภิกษุอยู่ท่ามกลางแสงเทียน ผมเอาแผงโซล่าเซลล์เข้าไปใช้ชาร์จแม็คบุ๊คโปรและมือถือ ขนหนังสือไปด้วย ๒ กล่องใหญ่ๆ ในระดับกุฏิผมที่อยู่สูงเหนือยอดไม้ พอรับสัญญาณมือถือได้อ่อน ๆ จากเสาส่งในหมู่บ้าน ซึ่งห่างออกไป ๕ กิโลเมตร ผมได้ออกเดินบิณฑบาตบนถนนดินในหมู่บ้านชนบทที่ยากจน ระหว่างทางผมได้บริกรรมอิติปิโสไปตลอดทาง คิดว่าทุกวันตลอดเวลาที่บวช เพื่อให้อานิสงส์เต็มที่แก่โยมทั้งหลายที่ใส่บาตรพระ ระหว่างเดินไปนั้น ผมรู้สึกว่าพวกภิกษุในแถวของเราคงมีชิวิตคล้ายเป็นภิกษุในยุคโบราณ ระหว่างเดินในหมู่บ้าน ชาวบ้านเจ้าประจำรอคุกเข่าอยู่หน้าบ้าน พอเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ชูกระติ๊บข้าวเหนียวขึ้นเหนือศีรษะเป็นอาการนิมนต์

ต่อมาไม่นาน หลวงพ่อส่งผมไปฝึกไปกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อพล ที่ อ. เขาสอยดาว จันทบุรี ๑ เดือน ได้ฝึกนั่งกัมมัฏฐานในกลดหน้าโลงเปล่าตอนกลางคืนในป่า อดทนต่อเสียงรบกวนแบบ sense surround หลังจากผมผ่านด่านแล้วจึงได้กลับไปชัยภูมิอีก. จากนั้นผมไม่กลัวผีอีกเลย. แม้จะเจอภาพแปลกๆ ภายหลังในที่อื่นระหว่างธุดงค์ก็ไม่กลัว. มีแต่แผ่เมตตา.

ผมได้ทำหน้าที่พระภิกษุอย่างค่อนข้างสมบูรณ์ในช่วงเวลาที่บวชอยู่ ๗ เดือน ถือว่าเป็นเวลาที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตนี้. ผมได้ค้นพบตัวเอง ว่าต้องการจะทำอะไรในเวลาที่เหลืออยู่น้อย.



ความเห็น (1)

ขออนุโมทนาบุญกุศลด้วยครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี