ภูคา
นาย ประสุข โฆษวิฑิตกุล

อนุทิน 168324


ภูคา
เขียนเมื่อ

ความสงบนั้นมี ๒ อย่าง

  • สงบเรื่องสมาธิอันหนึ่ง
  • สงบเรื่องปัญญาอันหนึ่ง

“สงบเรื่องสมาธินี่หลง” หลงมาก ๆ เลย สงบเรื่องสมาธินี่คือปราศจากอารมณ์ มันจึงสงบ ไม่มีอารมณ์มันก็สงบ “ก็ติดสุขล่ะทีนี้” แต่เมื่อถูกอารมณ์ก็งอเลย กลัว “กลัวอารมณ์ กลัวสุข กลัวทุกข์ กลัวนินทา กลัวสรรเสริญ กลัวรูป กลัวเสียง กลัวกลิ่น กลัวรส สมาธินี่กลัวหมด”ความสงบของปัญญานั้น” เมื่อจิตสงบแล้ว “ไม่กลัวรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และไม่กลัวธรรมารมณ์” ไม่กลัว “กระทบมันเดี๋ยวนี้ รู้มันเดี๋ยวนี้” กระทบมันเดี๋ยวนี้ ทิ้งมันเดี๋ยวนี้ กระทบมันเดี๋ยวนี้ วางมันเดี๋ยวนี้ “เรื่องสงบของปัญญาเป็นอย่างนี้”

“๘๔ พระธรรมเทศนา”หลวงปู่ชา สุภัทฺโท



ความเห็น (2)

ทำอย่างไรจึงจะสงบของปัญญาคะ อ ภูคา

อันนี้เป็นแบบเต็มครับ ที่ผมยกมาเป็นอนุทินเพื่อ เตือนตนเองครับ

“ความสงบนั้นมี ๒ อย่าง”

  • สงบเรื่องสมาธิอันหนึ่ง
  • สงบเรื่องปัญญาอันหนึ่ง

“สงบเรื่องสมาธินี่หลง” หลงมาก ๆ เลย สงบเรื่องสมาธินี่คือปราศจากอารมณ์ มันจึงสงบ ไม่มีอารมณ์มันก็สงบ “ก็ติดสุขล่ะทีนี้” แต่เมื่อถูกอารมณ์ก็งอเลย กลัว “กลัวอารมณ์ กลัวสุข กลัวทุกข์ กลัวนินทา กลัวสรรเสริญ กลัวรูป กลัวเสียง กลัวกลิ่น กลัวรส สมาธินี่กลัวหมด”

ถึงได้ไม่อยากออกมากับเขา “ถ้าคนที่มีสมาธิแบบนี้ อยู่แต่ในถ้ำนั่น” เสวยสุขอยู่ไม่อยากออกมา ที่ไหนมันสงบก็ไปซุกไปซ่อนอยู่อย่างนั้น “ทุกข์มากนะสมาธิแบบนี้” ออกมาอยู่กับผู้อื่นเขาไม่ได้ มาดูรูปไม่ได้ ได้ยินเสียงไม่ได้ มารับอะไรไม่ได้ ต้องไปอยู่เงียบ ๆ อย่างนั้น ไม่ต้องให้ใครเขาไปพูดไปจา สถานที่ต้องสงบ

“สงบอย่างนี้ใช้ไม่ได้” สงบขั้นนั้นแล้วให้เลิก ถอนออกมา พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บอกให้ทำอย่างนั้น ถ้าทำอย่างนั้นแล้วให้เลิก ถ้ามันสงบแล้ว เอามาพิจารณา เอาตัวสงบมาพิจารณา เอามาต่อกับอารมณ์

“เอามาพิจารณา รูปก็ดี เสียงก็ดี กลิ่นก็ดี รสก็ดี โผฏฐัพพะพวกนี้ ธรรมารมณ์พวกนี้” เอาออกมาเสียก่อน เอาตัวความสงบนั้นมาพิจารณา เป็นต้นว่า “มาพิจารณาเกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ” อะไรต่างๆ เหล่านี้ พิจารณา “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”

พิจารณาโลกทั้งสิ้นทั้งปวงนี่เอง เอามาพิจารณาแล้วถึงคราวให้สงบก็นั่งสมาธิให้สงบเข้าไป แล้วก็มาพิจารณา “ให้มาหัดให้มาฟอก เอามาต่อสู้” มีความรู้แล้วเอามาต่อสู้ เอามาฝึกหัด เอามาทำ เพราะไปอยู่ในนั้นไม่รู้จักอะไรหรอก นั่น “มันไปสงบจิตเฉย ๆ เอามาพิจารณา ข้างนอกก็สงบเข้าไปเรื่อย ๆ ถึงข้างใน” จนมันเกิดความสงบอย่างยกใหญ่ของมัน

“ความสงบของปัญญานั้น” เมื่อจิตสงบแล้ว “ไม่กลัวรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และไม่กลัวธรรมารมณ์” ไม่กลัว “กระทบมันเดี๋ยวนี้ รู้มันเดี๋ยวนี้” กระทบมันเดี๋ยวนี้ ทิ้งมันเดี๋ยวนี้ กระทบมันเดี๋ยวนี้ วางมันเดี๋ยวนี้ “เรื่องสงบของปัญญาเป็นอย่างนี้” .. “

“๘๔ พระธรรมเทศนา”หลวงปู่ชา สุภัทฺโทhttps://palungjit.org/threads/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B9%92-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%BA%E0%B9%82%E0%B8%97.719530/

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี