อนุทิน 167275 - อาจารย์ต้น

ศาลรัฐธรรมนูญไทย, ความขัดแย้งหลักของประชาธิปไตยไทย ตอนที่ 3

ยุทธวิธีการให้เหตุผลทางศาลที่เป็นแบบประชาธิปไตยและเสรีนิยม

พรรคไทยรักษาชาติถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ถูกแต่งตั้งโดยเผด็จการทหาร หลังจากที่ชุดเดิมถูกไล่ออก โดยประกาศของทหาร แต่การตัดสินของศาลแสดงให้เห็นว่าไม่สอดคล้องกับระบอบการปกครองแม้แต่น้อย คำตัดสิน และวิธีการตีความยังถูกล้อมกรอบไปด้วยประเพณีการให้เหตุผลที่เป็นแบบประชาธิปไตยและเสรีนิยม

การตัดสินคือการตอบคำถามว่า พรรคการเมืองใดจะถูกล้ม เพราะปฏิบัติการขัดขืนกับมาตราที่ 97 ของพระราชบัญญัติพรรคการเมืองปี 2017 (พ.ศ. 2560) และเนื่องด้วยเหตุนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกไม่ให้เข้าสู่การเมือง มาตรา 92 ของพระราชบัญญัติพรรคการเมืองมีว่า

  1. การล้มล้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือได้รับอำนาจโดยวิธีที่ไม่ใช่วิธีการทางรัฐธรรมนูญ

  2. การกระทำที่ส่งผลเสียต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ในการอภิปรายจำนวน 15 หน้าตามรูปคดี ศาลได้ใช้เทคนิคการตีความที่หลากหลาย เช่น การยึดตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม (originalism), ตัวอย่างหรือแบบที่มีมาก่อน (precedent), ผลที่สืบเนื่องมา (consequentialism), และการตีความตามระบบ ดังนั้นมันจึงสร้างสรรค์เกินขนาด เพราะมีการตีความหลายเฉดสี

การสร้างการตีความแบบรัฐธรรมนูญ ศาลจึงจำเป็นต้องสังกัปกฎหมายรัฐธรรมนูญ อันดับแรก การตัดสินต้องอาศัยสังกัปของประชาธิปไตยแบบทหาร ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ศาลตัดสินว่าการนำเอาเจ้าหญิง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว จะทำลายประชาธิปไตย เพราะจะทำให้ประเทศไทยมีการปกครองโดยกษัตริย์อีก อันดับสอง ศาลยังอ้างถึงอัตลักษณ์ทางรัฐธรรมนูญ โดยการนิยามว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เท่ากับอัตลักษณ์ทางรัฐธรรมนูญ คำตัดสินยืนยันว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สร้างอุดมการณ์ที่เป็นแก่นหรือหลัก รวมทั้งหลักการตีความทางรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ซึ่งเป็นเสาหลักในวัฒนธรรมทางรัฐธรรมนูญของไทย

แปลและเรียบเรียงจาก

Eugenie Merieau. Thai Thai Constitutional Court, a Major Threat to Thai Democracy.

เขียน 22 Feb 2020 @ 11:47 ()


ความเห็น (0)