อนุทิน 167005 - อาจารย์ต้น

การถอนรากประชาธิปไตย: สงครามแห่งความทรงจำ และมรดกที่หายไปของคณะราษฎร ตอนที่ 1

ข้อขัดแย้งของมนุษย์ต่ออำนาจคือการต่อสู้ของความทรงจำต่อการหลงลืม

เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน ปี 1932 (พ.ศ. 2475) ซึ่งสามารถเปลี่ยนยุคประวัติศาสตร์ในเมืองไทยเป็น 2 ยุค ได้แก่ ยุคสยามเก่า และยุคสยามใหม่ นั่นคือช่วงอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่กษัตริย์และยุคระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งนี้เริ่มเลือนหายจากบันทึกในประวัติศาสตร์ ที่ถูกสอนในรายวิชาสังคมศึกษา พอๆกับมรดกที่สร้างโดยคณะราษฎรที่เริ่มเลือนหายไปเช่นกัน ธงชัย วินิจจะกุล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยวิสคอนซินเมดิสันประเทศสหรัฐ เสนอว่าประวัติศาสตร์ไทยตามกระบวนทัศน์ของประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยม ซึ่งก็คือการต่อสู้เพื่อเอกราชภายใต้การนำของกษัตริย์ ที่ไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องที่แตกต่างจากประวัติศาสตร์สำนวนนี้ เช่นการเกิดขึ้นของ 6 ตุลาคม และการปฏิวัติปี 1932 (พ.ศ 2475)

ในบทความของหล่อนที่ชื่อ A Dark Spot on a Royal Space: The Art of People’s Party and the Politics of Thai (จุดด่างบนพื้นที่ของกษัตริย์: ศิลปะของพรรคราษฎร และรัฐศาสตร์ของไทย) ของธนาวิ โชติประดิษฐ์ แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เสนอว่ามีการทำลายชื่อเสียงของคณะราษฎร และมรดกเชิงวัฒนธรรม ตั้งแต่การสิ้นสุดของรัฐบาลจากการรัฐประหารปี 1947 (พ.ศ. 2490) โดยการยกตัวอย่างบทความของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ วิพากษ์ว่าคณะราษฎรมีรสนิยมที่ไม่ดี และไม่รักศิลปะไทยและวัฒนธรรม สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจารณ์การปฏิวัติว่าเป็นการชิงสุกก่อนห่าม (early ripe, early rotten)

คึกฤทธิ์ยังเสนอให้รัฐบาลทำลายตึกที่ไม่สวยและไม่เหมาะสม ในเกาะรัตนโกสินทร์ เช่นการทำลายโรงหนังศาลาเฉลิมไทย และตึกเพื่อการค้าอื่นๆในถนนราชดำเนิน ให้กลายเป็นห้องประชุมนิทรรศการรัตนโกสินทร์ ที่จัดแสดงประวัติรัตนโกสินทร์ภายใต้ราชวงศ์จักกรี

แปลและเรียบเรียงจาก

Anna Lawattanatrakul. Uprooting Democracy: The War of Memory and the Lost Legacy of the People’s Party.

เขียน 28 Jan 2020 @ 18:36 ()


ความเห็น (0)