อนุทิน 166411 - อาจารย์ต้น

มนุษยศาสตร์ และธรรมชาติไม่ได้แบ่งแยกออกจากกัน- เราต้องพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวในการรักษาวิกฤตการณ์โลกร้อน ตอนที่ 4

ในแนวคิดที่เห็นว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์ส่งผลต่อระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม เราจะเห็นมากขึ้นๆว่า ทั้งมนุษย์และสภาพแวดล้อมหรือนิเวศสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง รัฐบาลและบริษัทต่างๆสร้างการบังคับระบบธรรมชาติเอาไว้ ที่เขาจะได้เผาผลาญธรรมชาติจนทำลายระบบอากาศของโลก ผลของการทำสิ่งนั้นก็คือความร้อนที่ร้อนจนตับแล่บ, ทะเลที่บ้าคลั่ง, และสภาพอากาศที่รุนแรงจะทำลายสัตว์และมนุษย์เป็นล้านๆ

การสร้างจุดเชื่อมโยงขึ้นมาอีกครั้ง

ข่าวดีก็คือ การแยกขาดจากธรรมชาตินั้นไม่เป็นสากล ในประชาชนทุกกลุ่มในโลกนี้ ชาวออสเตรเลีย กลุ่มอินเดียนแดงในอเมริกา และระบบความเชื่อที่อยู่ในเผ่านับพันแห่งโดยมากจะฉายให้เห็นถึงสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ที่เป็นเหมือนญาติเรา ที่เราควรจะเคารพในคุณค่าภายใน มากกว่าสนใจแต่คุณค่าภายนอกที่เราต้องครอบครองหรือเผาผลาญ

นักปรัชญาตะวันออก และศาสนาต่างๆ เช่น พุทธแบบเซน ก็ถือว่ามนุษย์กับธรรมชาติเกี่ยวข้องกัน โดยการเน้นว่าทุกสิ่งเกี่ยวข้องกับตัวตน และสอนว่าสรรพสิ่งต้องขึ้นกับสิ่งอื่นๆเพื่อการอยู่รอด และความผาสุก เช่น การเน้นอย่างเข้มข้นในพุทธมหายาน พวกภูฐานจะถือว่าความยืดหยุ่นของธรรมชาติปรากฏในรัฐธรรมนูญ การบัญญัติว่าพื้นที่ป่าในประเทศต้องมีถึง 60% การบัญญัติดังกล่าวถือเป็นประเทศที่ 2 ในโลก การมีอยู่ของป่าคือการดูดซึมคาร์บอนแทนที่จะปล่อยมันออกมา ประเทศนี้วัดความก้าวหน้า ที่ไม่ใช่ GDP แต่เป็น ความสุขแห่งชาติโดยรวมมากกว่า (a gross national happiness) ซึ่งเน้นหนักไปในทางมนุษย์กับความอยู่ดีของสภาพแวดล้อมมากกว่าเศรษฐกิจ

แปลและเรียบเรียงจาก

Misha Ketchell. Humanity and nature are not separate—-we must see them as one to fix the climate crisis.

เขียน 29 Nov 2019 @ 18:39 ()


ความเห็น (0)