อนุทิน 166245 - อาจารย์ต้น

“พวกเราพยายามที่จะไม่เป็นไทย”: การต่อต้านของชนกลุ่มน้อยที่ได้ยินทุกวัน ตอนจบ

ชุมชนดังกล่าวคือข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยก่อนเป็น “ความเป็นไทย” คือสถานที่ที่มีความรุ่มรวยแตกต่าง และเป็นปึกแผ่นด้วยพลังของชุมชน (communal streangth)ในอัตลักษณ์ท้องถิ่น (local identities) แต่ชุมชนเหล่านี้กำลังจางหายภายใต้การก่อเกิดของรัฐ ในการแทนที่อัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยอัตลักษณ์แห่งชาติ อย่างไรก็ตามคู่ตรงกันข้ามยังคงอยู่ได้ในหลายๆที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบเนินเขา จาก Lisu ทางเหนือ ไปจนถึง Maniq ทางใต้

ผู้พูด (the speaker) Kai บอกกับเราเกี่ยวกับรัฐบาลไทยว่า “พวกเขาต้องการให้เราตั้งถิ่นฐาน, ปลูกอาหาร, ไปโรงเรียน, และทำทุกอย่างเหมือนพวกเขา เราไม่สามารถดำรงชีพแบบนั้นได้” รัฐไทยพยามในการควบคุมกลุ่ม Maniq เช่นให้หมายเลขบัตรประชาชน ซึ่งตอนนี้ได้หายไปแล้ว โครงการการบังคับการตั้งถิ่นฐาน ที่พวกเขาต้องการให้ตั้งถิ่นฐานบนบ้านในจังหวัดพัทลุง ที่ดูเหมือนว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือจากรัฐ การทดลองอยู่ได้ไม่นาน เพราะชาว Maniq วิ่งเหนือ และดำรงชีพอยู่ด้วยการเร่ร่อนในป่าเหมือนเดิม “เราไม่ต้องการความใจดีจากรัฐหรือการช่วยเหลือใดๆ ฉันต้องการให้เด็กๆโตมาแบบเดียวกับฉัน ฉันต้องการให้พวกเขาเป็น Maniq และดำรงชีพแบบ Maniq” ผู้พูด (the speaker) Kai บอกฉัน “เราต้องการแผ่นดินเพื่อดำรงชีพและต้องการจะถูกลืม”

นี่คืออุดมการณ์ต่อต้านรัฐ: การปฏิเสธที่เข้ามามีส่วนร่วมในอารยะธรรมแบบตั้งถิ่นฐานที่มีอำนาจ ที่เข้ามาแทนที่การควบคุมของตนเอง อย่างไรก็ตาม เหนือกระท่อมในป่าของชาว Maniq จะมีธงอยู่ 2 อัน ได้แก่ ธงชาติและธงมหาราช พวกเขาถูกบังคับให้แสดงความเคารพกับเจ้าของสวน และตำรวจอุทยานแห่งชาติ ที่ได้ทำร้ายพวกเขามานานนับศตวรรษ การมองในแง่ร้ายกับอนาคตของพวกเขาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะกระแสของผู้ตั้งถิ่นฐานที่คอยยึดพื้นที่จนหมดเนินเขา และในป่าด้วย สารของผู้พูด (the speaker) Kai ที่ได้ส่งเสียงมาที่ภายนอกบอกว่า “เราต้องการที่จะถูกลืม หรือปล่อยเราไว้แบบที่เราเป็น”

แปลและเรียบเรียงจาก

Garbriel Ernst “We try to not be Thai”: the everyday resistance of ethnic minorities

https://www.newmandala.org/we-try-to-not-be-thai-the-everyday-resistance-of-ethnic-minorities/

เขียน 11 Nov 2019 @ 18:48 ()


ความเห็น (0)