อนุทิน 166107 - อาจารย์ต้น

ทฤษฎีการรับรู้ภาษาที่สองของ Stephen Krashen ตอนที่ 4

  1. สมมติฐานว่าด้วยการสังเกตการณ์ (the monitor hypothesis)

สมมติฐานการสังเกตการณ์นี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้และการเรียนรู้ และเน้นว่าการเรียนรู้ส่งผลต่อการรับรู้ หน้าที่ของการสังเกตการณ์คือผลเชิงปฏิบัติของการไวยากรณ์ที่ได้เรียนในชั้นเรียน ตามหลักการของ Krashen ระบบรับรู้คือผู้เริ่มต้นประโยค แต่ในขณะที่ระบบการเรียนรุ้คือบทบาทของผู้สังเกตการณ์แลบรรณาธิการ การสังเกตการณ์ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคือ การวางแผน (planning), การแก้ไข (editing), การทำให้ถูกต้อง (correcting) เมื่อมีสถานการณ์เฉพาะ 3 อย่างปรากฏขึ้น ได้แก่

  1. ผู้เรียนภาษาที่สองมีเวลาเพียงพอในการสังเกตการณ์

  2. พวกเขาเน้นไปที่รูปแบบโครงสร้าง หรือคิดเกี่ยวกับการทำให้ถูกต้อง

  3. พวกเขารู้กฎมาเป็นอย่างดี

มันดูเหมือนว่าบทบาทของการเรียนรู้แบบเป็นทางการบางครั้งอาจกีดกันลักษณะเชิงสื่อสารในภาษาที่สองก็ได้ ตามหลักการ Krashen ถือว่ากระบวนการสังเกตการณ์ควรเป็นอันดับสอง และจะใช้ก็ต่อเมื่อปรับการพูดแบบธรรมชาติให้กลายเป็นการพูดแบบเป็นทางการเท่านั้น (polished appearance)

นอกจากนี้ เขายังเสนอว่ามีความแตกต่างระหว่างปัจเจกบุคคล (individual variation) ในหมู่ผู้เรียนภาษา ตอนมาถึงขั้นสังเกตการณ์ (monitor use) เขายังได้แยกระหว่างบุคคล 3 ประเภท ได้แก่ คนที่ใช้การสังเกตการณ์ตลอดเวลา (over-users, คนที่ไม่เคยเรียนหรือไม่ใช้ความรู้แบบที่เรียนอย่างเป็นทางการ (under-users), และคนที่การสังเกตการณ์ที่เหมาะสม (optimal-users) การประเมินประวัติชีวิตจะบอกคุณได้ว่าทั้งสามกลุ่มนี้คือพวกใด ปกติแล้วพวกคนเข้าหาสังคม (extrovert) จะเป็นพวก under-users ในขณะที่พวกที่มีโลกส่วนตัวสูงหรือไม่ชอบเข้าสังคม และพวกสมบูรณ์แบบ (introvert, perfectionist) จะเป็นพวก over-users พวกที่ขาดความมั่นใจในตนเอง โดยมากแล้วจะเป็นพวก over-users ด้วยเช่นกัน

แปลและเรียบเรียงจาก

Ricardo E. Schutz. Stephen Krashen’s Theory of Second Language Acquisition

ครูบ้านนอก. สมมติฐาน 5 ประการของ Stephen Krashen. ตอนที่ 1

เขียน 28 Oct 2019 @ 18:35 ()


ความเห็น (0)