อนุทิน 165627 - อาจารย์ต้น

ทำไมฉันต้องสู้: ความสำคัญของทฤษฎี ตอนที่ 2

ยกตัวอย่าง ในการได้รับปริญญานั้น คุณต้องศึกษางานแบบคลาสสิกของสาขาที่กำลังเรียน, อภิปรายแนวคิดพื้นฐานในการสัมมนา, แสดงความคิดของตนเอง, และเข้าฟังการบรรยายโดยคนที่อ่านมาแล้วอย่างดี เราไม่มีทางเชื่อหมอผ่าตัดที่เรียนเรื่องการผ่าหัวใจจากภาพถ่าย (meme) หรือวิศวกรที่สอนตนเอง โดยปราศจากการคุยกับวิศวกรคนอื่นๆ ทฤษฎีมาร์กก็เป็นเช่นเดียวกัน เราต้องการจะเปลี่ยนสังคมในสเกลนาๆชาติจากทุนนิยมเป็นสังคมนิยม และเราทำสำเร็จได้ด้วยการผ่านทฤษฎีปฏิวัติในมาร์กซิสม์ ซึ่งวางพื้นฐานอยู่บนความขัดแย้งของชนชั้นแรงงาน อย่างที่เลนินเคยกล่าวไว้ หากไม่มีทฤษฎีปฏิวัติ ก็ไม่มีขบวนการปฏิวัติเช่นเดียวกัน

ในอดีต พวกมาร์กซิสม์ถูกวิจารณ์ว่ามุ่งมั่นตนเองอยู่กับการให้ความสำคัญกับทฤษฎี และมุ่งมั่นให้ความรู้กับตนเอง นักวิจารณ์เหล่านี้พูดว่า แทนที่จะนั่งพร้อมๆกับพูด และเขียน ทำไมถึงไม่ออกไป และปฏิบัติบางสิ่งขึ้นมาล่ะ? แต่สิ่งนี้สร้างคำถามขึ้นมาอีกเป็นอนันต์ เช่น เราจะทำอะไรล่ะ? สิ่งนี้เคยใช้มาก่อนหรือเปล่า? ผลที่พึงปรารถนาคืออะไร? มีเพียงทฤษฎีมาร์กซ์เท่านั้นที่จะเห็นคำตอบได้ และสิ่งนี้ก็ไม่ใช่คำวิจารณ์อันใหม่ เพราะมาร์กซ์เองเคยประสบมาแล้ว ในปี 1846 ชาวคอมมิวนิสต์เยอรมันคนหนึ่งชื่อ Weitling กล่าวหาว่ามาร์กซ์เอาแต่เน้นในทางปัญญา ซึ่งเป็นนักทฤษฎีที่อยู่ในหอคอยงาช้าง (armchair analysis of doctrine) โดยไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่ทรมานและทุกข์ยากอย่างสาหัส สิ่งนี้ทำให้มาร์กซ์โกรธ และโต้ตอบว่า “คนที่โง่ (ignorance)ไม่เคยช่วยเหลือผู้ใด” คำนี้แหละที่เป็นจริงที่สุด

แปลและเรียบเรียงจาก

Marxist Student. Why I fight: the importance of theory.

เขียน 10 Sep 2019 @ 18:36 ()


ความเห็น (0)