อนุทิน 163442 - อาจารย์ต้น

ประชาธิปไตยที่ค่อยๆเลือนหายไป ตอนที่ 2

ในเดือนเมษายน ปี 2017 หมุดเล็กๆที่ชวนให้เราระลึกถึงการปฏิวัติ ปี 1932 การปฏิวัตินั้นคือจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อหายไป กลับถูกแทนที่ด้วยหมุดอันหนึ่งแต่กลับมาสรรเสริญระบอบกษัตริย์แทน สุดท้ายแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า และไม่มีคำอธิบายหลังจากนั้น

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 หกเดือนหลังจากทหารยึดอำนาจ อนุสาวรีย์ที่ทำให้เราระลึกถึงการให้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของราชอาณาจักรถูกดึงลงมา เห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งนี้กีดขวางทางจราจร ต่อมาถูกทำลาย แต่ในที่สุดก็มีรูปเหมือนมาแทนที่

Chatri Prakitnonthakarn เป็นสถาปนิกและนักอนุรักษ์นิยม ที่ตอนนี้สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Silpakorn ในรายวิชา ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย กล่าวว่า “การเคลื่อนย้าย หรือทำให้หายไปของสัญลักษณ์ประชาธิปไตยเหล่านี้ ก็คล้ายๆจะลบประวัติศาสตร์ทางการเมืองของเราลงไป”

เขาบอกกับ the Nation เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วว่า “อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในแง่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ เพราะมันทำให้เราระลึกถึงชัยชนะของรัฐบาลต่อกบฏนิยมเจ้าในรอบ 80 ปี”

เจ้าชาย (พระองค์เจ้า) Bowordet เป็นคนนำ และนำไปสู่การปฏิวัติที่ล้มเหลวในปี 1933 การปฏิวัติที่ล้มเหลวคือการจะนำระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลับคืนมา หลังจากพ่ายแพ้ต่อระบอบประชาธิปไตย

แปลและเรียบเรียงจาก

Phatarawadee Phataranawik . Disappearing democracy

เขียน 19 Feb 2019 @ 18:44 ()


ความเห็น (0)