อนุทิน 156795 - พีระพงษ์ บัวขาว

วรรณคดีมูลนายและวรรณคดีไพร่

          วรรณคดีมูลนายเป็นวรรณคดีของชนชั้นปกครอง หรือเรียกอีกอย่างว่าวรรณคดีมูลนายในระบบ   ศักดินา วรรณคดีมูลนายมีหน้าที่ในเชิงศาสนาบริบทของพิธีกรรมมากกว่า เช่น โองการแช่งน้ำ ไว้ใช้อ่านในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง ซึ่งแสดงถึงช้างที่มีความสำคัญต่อพระราชอำอาจและเกียรติยศของกษัตริย์ จากเรื่องที่กล่าวมาย่อมมีเนื้อหาที่แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันกษัตริย์เป็นอย่างมาก เพราะกษัตริย์นั้นเป็นตัวควบคุมผ่านความสัมพันธ์ของมูลนายและไพร่ โดยมีวัฒนธรรมความเชื่อเป็นเครื่องค้ำจุนความสัมพันธ์ให้มีความชอบธรรม โดยระบบศักดินาของไทย คือความสัมพันธ์กันระหว่างรัฐกับชุมชนหมู่บ้าน จึงเป็นการประสานเข้าระหว่างรัฐกับหมู่บ้านกันพอดี ก่อให้เกิดความสัมพันธ์เสถียรภาพที่สูงขึ้น วรรณคดีมูลนายส่วนมากฉันทลักษณ์ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ เช่น กาพย์ และฉันท์ จะเห็นได้ว่ามีรูปแบบที่สลับซับซ้อนมากขึ้นจึงเหมาะแก่การประพันธ์ด้วยการเขียนมากกว่าการ ด้น แบบมุขปาฐะ ซึ่งแบบมุขปาฐะจะมาจากวรรณคดีไพร่เป็นส่วนใหญ่เพราะวรรณคดีไพร่จะเน้นเกี่ยวกับความบันเทิง ร้อง รำ ทำเพลง และการละเล่นเสียมากกว่า วรรณคดีไพร่ก็มีแหล่งกำเนิดมาจากพิธีกรรมเหมือนกันกับวรรณคดีมูลนาย วรรณคดีไพร่ส่วนใหญ่ฉันทลักษณ์จะเหมาะกับการ ด้น ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นแบบมุขปาฐะ และกลายมาเป็นวรรณกรรมของประชาชน วรรณคดีไพร่จึงเป็นวรรณกรรมของประชาชน และได้ถ่ายทอดคติ และยึดถือกันมาตั้งแต่โบราณ

          อย่างไรก็ตาม วรรณคดีมูลนายและไพร่ต่างมีหน้าที่ที่หลากหลาย ความเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมหรือศาสนา ไม่ใช่จุดแบ่งแยกวรรณคดีมูลนายและไพร่ออกจากกัน เพราะวรรณคดีมูลนายและไพร่ไม่ได้มีเส้นแบ่งที่ตายตัว ในแง่ของฉันทลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นร่าย โคลง กาพย์ กลอน รวมถึงการขับลำหรือสื่อภาษาประกอบท่วงทำนอง น่าจะเป็นพื้นฐานมาจากวรรณคดีมุขปาฐะของชนเผ่าไทยแต่ดั้งเดิม ต่างก็เป็นฉันทลักษณ์ที่วรรณคดีมูลนายและไพร่ใช้ร่วมกัน ซึ่งวรรณคดีมูลนายและไพร่ต่างย่อมรับอิทธิพลมาจาก ชาดกพุทธศาสนา เพราะชาดกทางพุทธศาสนา คือ ฐานข้อมูลในการประพันธ์ที่ทั้งชนชั้นมูลนายและไพร่ต่างใช่ร่วมกัน

เขียน 12 Feb 2018 @ 15:32 ()


ความเห็น (0)