อนุทิน 156682 - Witsarut Aonpreaw

กำแพง

ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ผมอยู่ที่ประเทศเยอรมัน เนื่องจากผมและภรรยาได้รับเชิญจากกลุ่มคริสเตียนไทยให้เป็นวิทยากร ขณะที่ผมทำงานอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน พี่น้องคริสเตียนชวนให้เราเดินทางเที่ยวชมเมือง ที่นั่นเขามีรถบัสพิเศษพาทัวร์รอบเมือง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ เบอร์ลินเป็นเมืองประวัติศาสตร์คือด้านหนึ่งเคยเป็นดินแดนที่ปกครองโดยลัทธิคอมมิวนิสต์ ภายใต้สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ที่เราเรียกติดปากว่าเยอรมันตะวันออก แต่อีกด้านหนึ่งเป็นเมืองที่เรียกว่า เบอร์ลินตะวันตกมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย เยอรมันถูกแบ่งเป็นสองโดยมีกำแพงกั้นระหว่างสองกลุ่ม ไม่ให้มีความสัมพันธ์กันและกัน แต่ภายหลังที่ระบอบคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียตล่มสลาย เยอรมันที่เคยแยกกันกลับรวมประเทศกันอีก กรุงเบอร์ลินกลับกลายเป็นเมืองหลวงของเยอรมันแทนกรุงบอน ขณะผมนั่งรถทัวร์ผ่านกำแพงบางส่วนที่เขาเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สถาน ปัจจุบันประชาชนทั้งสองฝ่ายมีอิสระไปมาหาสู่อย่างเสรี 

กำแพงเมืองเบอร์ลินที่ถูกทำลายลงเพราะความเห็นชอบของประชาชนทั้งสองฝ่าย เขาวางความแตกต่างเรื่องแนวความคิดทางการเมือง หันมาจับมือกันช่วยกันพัฒนาประเทศ ผมนั่งรถผ่านเห็นตึก ถนน บ้าน อาคารสมัยใหม่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่ผมนั่งรถผมคิดถึงประเทศไทย จริงอยู่เราไม่มีกำแพงอิฐกั้นเขต แต่เรากำลังสร้างกำแพงภาคนิยม สีนิยม พวกนิยม ลัทธินิยม คณะนิยม นิกายนิยม ฯลฯ มันเป็นกำแพงที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา แต่มันอยู่ที่ใจ การสื่อสาร การพัฒนา และการช่วยเหลือกันและกันต้องเผชิญกับอุปสรรคคือติดกำแพงใจ กำแพงเมืองเบอร์ลินถูกทำลายนานหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่ากำแพงในเมืองไทยยิ่งสูงขึ้นทุกขณะ ถ้าแต่ละคนกำจัดทิฐิมานะ อัตตา และความอคติ กำแพงจะพังลงได้ การเชื่อมโยงระหว่างใจจะเกิดขึ้น ความเจริญ การพัฒนาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่ผมพูดนี้ไม่ได้หมายความว่าผมได้ขจัดสิ่งทั้งปวงที่กล่าวไว้หมดแล้ว แต่ผมตั้งเป้าและบากบั่นที่จะทำลายกำแพงในใจผมเองไปเรื่อยๆ และพยายามเชื่อมความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับคนทั้งปวงที่มีวิธีคิดที่ต่างกัน 

ผมอยากสร้างสะพานมากกว่าสร้างกำแพง คุณผู้อ่านล่ะคิดอย่างไร

เขียน 09 Feb 2018 @ 11:50 ()

คำสำคัญ (Tags) #บทความสอนใจ



ความเห็น (0)