อนุทิน 155675 - อาจารย์ต้น

ประวัติศาสตร์เกย์ที่เป็นความลับในศาสนาอิสลาม ตอนที่ 2

1. มุสลิมสมัยโบราณหยิบยืมวัฒนธรรมมาจากการรักเด็กผู้ชายจากกรีกโบราณ

อาณาจักรอิสลาม (Ottoman, Safavid / Qajar, Mughals) แบ่งปันวัฒนธรรมร่วมกัน และวัฒนธรรมนั้นก็คล้ายๆกับกรีกโบราณด้วย

วัฒนธรรมเปอร์เซีย (อิหร่าน) ที่ผู้คนทั้งหมดเป็นมุสลิมได้ครอบครองโลกอาหรับและอินเดียในยุคทันสมัย เป็นเรื่องปกติที่ชายแก่จะมีเพศสัมพันธ์กับวัยรุ่นที่ไม่มีเครา พวกวัยรุ่นเรียกกันว่า ‘amrad’ เมื่อวัยรุ่นพวกนี้เริ่มมีเครา (khnatt) ต่อมาเขาจะเป็นคนหาวัยรุ่นคนใหม่มาตอบสนองพวกเขาอีก

และเมื่อถึงตอนนี้แล้ว เขาสามารถมีลูกได้ (reproductive responsibility) เขาสามารถจะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่อายุน้อยกว่า, โสเภณี, และผู้หญิงอื่นๆได้

สังคมยอมรับสิ่งนี้ โดยเฉพาะพวกชนชั้นสูง นักประวัติศาสตร์ชาวอิหร่าน ชื่อ Afsaneh Najmabadi เขียนว่าบันทึกของชาว Safavid บรรยายถึงวิถีชีวิตทางเพศของพวกชาร์ (Shahs), พวกชนชั้นสูง โดยไม่มีการประเมินค่า

แต่ก็มีการประเมินต่อพวก ‘mukhannas’ พวกนี้จะคล้ายๆกับกะเทย (transgender) ที่โกนเคราและทำตนให้เป็นวัตถุทางเพศของผู้ชาย แต่พวกเขาก็ยังมีที่ทางในสังคม บ่อยครั้งที่พวกเขาจะเป็นคนใช้ของศาสดา

Ludovic-Mohamed Zahed ซึ่งเป็นอิหม่ามเป็นเกย์กล่าวว่า “จริงๆแล้วคนในสมัยก่อนไม่คิดถึงรักร่วมเพศเหมือนอย่างเดียวนี้ การคิดเกี่ยวกับรักร่วมเพศสมัยนี้เกิดเพราะปิตาธิปไตย” (การยึดติดแต่ผู้ชายเป็นใหญ่)

“ก็เหมือนกับการกล่าวว่า ฉันเป็นผู้ชาย ฉันยึดแต่พ่อเป็นใหญ่ ฉันได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน ดังนั้นฉันจึงสามารถข่มขืนใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชาย, พวกทาส, และผู้หญิง” พวกเราไม่เคยตระหนักถึงวัฒนธรรมโบราณเลย

แปลและเรียบเรียงจาก

Joe Morgan. The secret gay history of Islam. 

เขียน 16 Dec 2017 @ 18:57 ()


ความเห็น (0)