อนุทิน 154776 - อาจารย์ต้น

ความละอายของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบิลด้านสันติภาพ ตอนที่ 4

ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบิลไพรซ์อีกคนก็คือสาธุคุณ เดส์มอนด์ ตู่ตู่ (Archbishop Desmond Tutu) ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกที่แสดงถึงความทุกข์ยาก (pained letter) ถึงหล่อนว่า “น้องสาวที่รัก หากราคาที่เกี่ยวกับการเมืองนำเธอไปสู่จุดสูงสุดในพม่าคือความเงียบแล้วหละก็ ความเงียบนั้นก็ต้องมีราคาที่สูงยิ่ง (too steep)”

พม่าพยายามที่จะกันชาวต่างชาติไม่ให้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของชาวโรฮิงญา  แต่ฉันเคยไปที่นั่นเป็นครั้งที่สองในช่วง 2-3 ปีมานี้  และถึงแม้ว่าชาวโรฮิงญาจะถูกกำจัดอยู่ในค่ายผู้อพยพหรือคุกที่สภาพความอยู่ดูแย่สุดๆ หรือไม่ก็หมู่บ้านที่ห่างไกล  หลายๆคนยังขาดบริการทางการแพทย์ (medical care) และพวกเด็กๆยังขาดที่เรียน (public school) สิ่งนี้คือการแบ่งแยกทางผิวสีในศตวรรษที่ 21 จริงๆ

ฉันพบผู้หญิงอายุ 23 ปี ชื่อ Minura Begum พลัดหลงจากลูก เพราะเธอต้องการจะพบหมอ  ฉันเจอเด็กหญิงอายุ 15 ปีที่ฉลาดคนหนึ่ง ที่ฝันของหล่อนในความพยายามที่จะเป็นหมอถูกพังทลายลง เพราะเธอต้องอยู่ในค่ายกักกัน ฉันพบเด็กอายุ 2 ขวบที่กำลังอดอยากเพราะแม่ของเขาเสีย เพราะขาดการรักษาจากแพทย์

ดอว์ ซู และเจ้าหน้าที่พม่าคนอื่นๆปฏิเสธที่จะใช้คำว่าโรฮิงญา เพราะมองว่าพวกนี้คือผู้อพยพที่ผิดกฎหมายจากบังคลาเทศ  นั่นคือตลกร้าย (absurd) จากเอกสารจากปี 1799 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าประชากรชาวโรฮิงญาปรากฏอยู่ที่นั่นแล้ว

แปลและเก็บข้อมูลจาก

Nicholas Kristof . A Nobel Peace Prize Winner’s shame. 

เขียน 18 Sep 2017 @ 18:31 () แก้ไข 18 Sep 2017 @ 18:33, ()


ความเห็น (0)