อนุทิน #148095

บทสัมภาษณ์ ประจักษ์ ก้องกีรติ เรื่องทหารกำลังจะทำอะไรในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ตอนที่ 13

คำถามข้อที่ 4 (ต่อ)

หากพิจารณาถึงปัจจัยข้อที่ 2 หรือการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มทางการเมืองในประเทศไทย สิ่งนี้แตกต่างจากเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม ปี 1973 (2516) หรือพฤษภาคม ปี 1992 (2535) ในช่วงนั้นคือความขัดแย้งกันระหว่างประชาชนกับรัฐ ถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ยังมีข้อตกลงร่วมกัน (consensus) ก็คือ เราไม่ยอมรับเผด็จการทหาร และสังคมไทยมีโอกาสที่ดีขึ้น หากไม่ได้ปกครองโดยคณาธิปไตยทหาร แต่ตอนนี้ ข้อตกลงร่วมกันยังไม่เกิดขึ้น ทุกคนรู้ว่าสังคมแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ซึ่งก็คือ ความคิดที่เห็นว่าการปกครองโดยทหารดีกว่าการปกครองโดยนักการเมือง สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเห็นประโยชน์ในการปกครองแบบทหาร หรือมีความโปร่งใสมากกว่า แต่กลุ่มนี้เกลียดนักการเมืองอย่างเข้าไส้ เป็นอุดมการณ์ของการเกลียดนักการเมืองอย่างแท้จริง

ผลของการแบ่งแยกนี้ทำให้ชนชั้นนำง่ายที่เข้ามาควบคุม กล่าวในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ ทหารเป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากการแบ่งแยกนั้น นี่ยังไม่พูดถึงการปกครองที่แย่ๆในการบริหาร หรือการลดทอนสิทธิเท่านั้น ทหารสามารถควบคุมอย่างง่ายดายเพราะกลุ่มในสังคมไทยมีความอ่อนแอ เพราะกลุ่มที่ถูกแบ่งแยกไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงได้ การแบ่งแยกนี้ดำเนินการมาได้หลายปีแล้ว ยิ่งนานวันยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ถึงแม้ว่าการสร้างข้อตกลงร่วมกันในเรื่องพื้นๆยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะแต่ละกลุ่มขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จริงๆแล้วมันไม่ยากหรอกที่เข้าใจทัศนะที่แตกต่างจากเรา แต่ความขัดแย้งและความเกลียดชังระหว่าง 2 กลุ่มยังอยู่ในระดับสูง ตราบใดที่การแบ่งแยกนี้ยังมีอยู่ กองทัพบกก็สามารถจะเข้ามาควบคุมได้โดยง่าย

แปลและเรียบเรียงมาจาก

Kornkritch Somjittranukit. Interview with Prajak Kongkirati on what military is trying to do during ‘the transition’ Translated from Thai to English by Andrew Alan Johnson.

http://www.prachatai.org/english/node/6137

เขียน:

ความเห็น (1)

GD
เขียนเมื่อ | ขอบคุณเมื่อ

รู้สึกหมดหวัง ยากที่จะเปลี่ยนได้ จนกว่าทหารจะปล่อยมือไปเอง