อนุทิน #148071

บทสัมภาษณ์ ประจักษ์ ก้องกีรติ เรื่องทหารกำลังจะทำอะไรในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ตอนที่ 12

4. ในฐานะเคยศึกษาการลุกขึ้นทางการเมืองในเดือนตุลาฯ มาก่อน คุณคิดไหมว่าจะเกิดการล้มรัฐบาลอย่างที่เคยเกิดมาแล้ว? หากไม่เกิด คุณคิดว่าอะไรคือเงื่อนไข, บริบท, และสภาพแวดล้อม ที่ก่อให้เกิดเหตุในการลุกฮือของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งแวดล้อมของเรื่องอื้อฉาว, การขี้โกง, และการทุบทำลายที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดนี้?

ผมได้เสนอไว้ในคำตอบบทแรกแล้ว 10 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงการเข้าร่วมและการทำงานประสานสอดคล้องกันของกลุ่มสาธารณะในประวัติศาสตร์สังคมไทยยุคปัจจุบัน มันดูราวกับว่าจะเหมือนนิยายน้ำเน่าทางการเมืองที่เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในสังคม แต่ในปัจจุบัน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังการรัฐประหาร บางคนอาจสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีขบวนการสาธารณะ (public movement) ที่จะต่อต้านพวกทหารเอาเสียเลย? ผมคิดว่ามาจาก 2 ปัจจัย ก็คือ 1. ระดับของการควบคุมชาวพลเมือง และการกดขี่สิทธิโดยทหาร 2. การแตกแยกเป็น 2 ของอาณาบริเวณสาธารณะ ระหว่างคน 2 จำพวก หากพิจารณาถึงปัจจัยแรก ข้อมูลส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าการรัฐประหารครั้งนี้มีลักษณะของการกดทับถึงที่สุด ยิ่งกว่าการรัฐประหารปี 2006 (2549) วันแรกของการยึดอำนาจ ทหารได้จับกุมนักการเมืองและนักกิจกรรมทางการเมืองทั้งหลาย และในแต่ละวันการควบคุมมิได้ลดลงเลย เช่น กลุ่มนักเรียนถูกจับและเข้าคุก เพียงเสนอความเห็นที่บริสุทธิ์ ในช่วงรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ การควบคุมนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก เราต้องเข้าใจว่าบรรยากาศแห่งความกลัวแบบนี้ เหตุใดจึงไม่มีขบวนการต่อต้านทหารเกิดขึ้น เพราะว่าคนกลัวการตายและการติดคุก สถานการณ์ในอดีตก็เป็นแบบนี้ คนตายจะเป็นคนธรรมดา เมื่อคุณตาย คุณก็ไม่สามารถหาความยุติธรรมได้


แปลและเรียบเรียงมาจาก

Kornkritch Somjittranukit. Interview with Prajak Kongkirati on what military is trying to do during ‘the transition’ Translated from Thai to English by Andrew Alan Johnson.

http://www.prachatai.org/english/node/6137

เขียน:

ความเห็น (1)

prayat duangmala
เขียนเมื่อ | ขอบคุณเมื่อ

เห็นด้วยกับการถูกกดทับ..ไม่กล้ากับการเผชิญหน้า..แต่ก็เหมือนกับภูเขาไฟที่รอเวลาที่จะเกิดขึ้น..ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ..