อนุทิน #14527

024 : บทกวีแห่งสายรุ้งของอินเดียนแดง @ 192083 โดย  บัญชา ธนบุญสมบัติ

สวัสดีครับพี่ชิว ผมลองเอาโคลงที่แต่งนี้ ไปให้เพื่อนที่จบด้านอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษช่วยตรวจดู เธอบอกว่า "ทำใมแปลได้ห่วยมาก" ก็เลยพูดแก้เก้อกะเธอไปว่า "การแปลมันมีหลายระดับนะจ๊ะ ฮาๆเอิ๊กๆ" สำหรับทรรศนะของผมนั้นมีอยู่ว่า อินเดียแดง เก่งเรื่อง สะกดรอย ก็เลยลองคิดว่าตัวเองเป็นอินเดียแดง

ชาวอินเดียแดงสมัยก่อนคงอยากรู้ว่า รุ้งเกิดขึ้นได้อย่างไร ไฉนจึงมีสีสันงดงามนัก และที่ปลายโค้งรุ้งนั้น จะไปทอดจรดตรงจุดไหนของแผ่นดิน และคงมีชาวอินเดียแดงหลายๆ รุ่น พยามที่จะเดินทางออกตามหาจุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดิน แต่เมื่อไปแล้วคงไปลับไม่กลับมาอีกเลย หรือไม่ก็ไปแล้ว แต่ไปไม่ถึงสักทีเพราะรุ้งหายไปเสียก่อน ฉะนั้นการเดินทางตามหาจุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดิน คงถือเป็นวีรกรรมที่ชายชาวอินเดียแดงพึงกระทำสืบๆ กันมา วีรกรรมความกล้าหาญนี้ต่อมาจึงถูกนำมาแต่งไว้เป็นเพลงขับร้องประจำเผ่า การตามหา จุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดิน นั้นต้องอาศัยความกล้าหาญ และความเชื่อมั่น อีกทั้งยังต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคนานัปการ

ถึงแม้นจะไม่ได้พบจุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดิน แต่ประสบการจากการเดินทางนั้น ก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์ยิ่ง ใครก็ตามที่อาศัยความกล้าหาญ และความเชื่อมั่น อีกทั้งยังได้ต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคนานัปการให้ลุล่วงไปได้ แม้นจะไม่ได้พบกับจุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดินด้วยตา แต่เขาก็ย่อมได้พบ จุดทอดจรดของโค้งรุ้งบนแผ่นดิน ด้วยใจของเขาแล้ว

คนอินเดีย(ตัวจริง) ที่ไม่ใช่อินเดียแดง ก็คงเชื่อแบบนี้ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (หม่อมเจ้ารัชนี แจ่มจรัส นามปากกา น.ม.ส.) ทรงนิพนธ์ร้อยกรอง แทรกคติความเชื่อของชาวอินเดียโบราณ ไว้ใน นิทานเวตาล ความว่า

มาณวกะฉัน ๘

จง จร(ะ) เที่ยว     เทียว บท(ะ) ไป
พง พน(ะ) ไพร     ไศละลำเนา
ดุ่ม บท(ะ) เดิน      เพลิน จิต(ะ) เรา
แบ่ง ทุข(ะ) เบา     เชาวนะ ไว


ฉบัง ๑๖

ชายใดไม่เที่ยวเทียวไป    ทุกแคว้นแดนไพร
มิอาจประสบพบสุข
ชายใดอยู่เหย้าเนาทุกข์    มิด้นซนซุก
ก็ชื่อว่าชั่วมัวเมา ??

เขียน:

ความเห็น (0)