อนุทิน #145012

เมื่อลมพัดหวน

(มุมมองของถนน, เมืองอันอับจนหม่นมืด)

กระแสลมพัดจัด จะพัดกลับ

ถนนเมืองน้อยนับ... การลับหาย

สถานีเวิ้งว้างควันคว้างวาย

หลังรถเที่ยวเนือยหน่ายสุดท้ายนั้น

ไฟทางทรุด ท้ายสุดหลุดจากเสา

ฟลูออเรสเซ็นท์เก่าเปล่าเปลี่ยวฝัน

เปรี่ยงปร่างช่างชวนป่วนปั่นพลัน

โคมโหว คืนหวั่นผันแปรซ้ำ

ถนนมอง...เมืองน้อยลอยหมอกนุ่น

หนุนเนื่องหนาแน่นแทนหมอกค่ำ

รูปทรง สถานะ นามธรรม

หาใช่ เพื่อจดจำน้ำหนักเลย

ฐานตั้งแผนที่, นีออนเผชิญ

แผงกั้น, กระโจมเกินจะเมินเฉย

เค้เก้เคียงกันไป, ไปกองเกย

เมืองเผยมุมภาพ ราบ และแล้ง

กระแสลมพัดจัด จะพัดกลับ

สลายลงพร้อมสรรพ เมืองดับแสง

กระถางเซซัดออกดอกแสดง---

ความไม่เห็นหนแห่งแหล่งหลักพัก

นั่นกระชั้นม่านพรางหน้าต่างปิด

โน่นกระชากประตูปิดลูกบิดหัก

สัญจรชน? ถนนฉงนนัก

ผลุบซ่อนสักชายคาซอกอาคาร

อู่ต่อเรือลิบไกลไม่ต่อเรือ

กับอับดาวเหลือเชื่อเหนือค่ายทหาร

แคมป์คนงานตรากตรำคร้านทำงาน

ณ ยามพายุผ่าน---คร้านกายนอน

กรอบแกรบแกรกกรากหลากใบไม้

แครกครากซากใบไปผุกร่อน

ไหนที่หวัง ที่ว่าที่ถาวร

ขรมคร่ำเสียงทุกข์ร้อนสะท้อนราย----

กระแสลมพัดจัด จะพัดกลับ

ถนนเมืองน้อยนับการลับหาย

เสมือนเติมเวิ้งว้างเต็มว่างวาย

เปลื้องปลดสิ่งสุดท้าย---ป้ายบอกทาง

แลหาเลือนหาย---ป้ายบอกทาง

ประกาย ปรัชญา

พิมพ์ครั้งแรก มติชนสุดสัปดาห์ พฤษภาคม 2552

จาก “เดินเคียงฉัน”

เขียน:

ความเห็น (0)