อนุทิน #144446

ตะวันค่ำลงเวลาก็ 6 โมงครึ่งแล้วรีบจัดแจงโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบจับกระดาษ สมุดบันทึกที่วางอยู่เต็มโต๊ะจัดให้เข้าที่เข้าทาง ปิดคอมพิวเตอร์บอกลาเจ้านายกลับบ้านยกมือสวัสดี เดินสะพายกระเป๋าออกจากร้านที่ทำงาน เดินตรงไปขึ้นวินมอเตอร์ไซ 15 บาท พอลงจากรถเสร็จเดินเข้าไปในห้าง อากาศเย็นสบาย ผมยังนึกอยู่เสมอนะที่มันเย็นสบาย แต่รู้สึกว่าจะไม่ค่อยสบายกันเท่าไหร่ พนักงานยืนรอต้อนรับลูกค้าทั้งวัน ผมว่าเก่งนะพนักงานที่ยืนต้อนรับลูกค้าและพูดๆเสนอขายสินค้าทุกวัน วันๆหนึ่งต้องคอยตอบคำถามลูกค้า ผมไปยืนดูแล้วงานผมสบายกว่านั่งคลิ๊กทั้งวัน แต่ใช้ความคิดสร้สงสรรค์หน่อย พอตากแอร์เดินชมโน่นนี่นั่นเสร็จก็ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกครับ งบน้อยก็อดทนกันไปก่อน ของมันไม่หมดหรอกในใจผมคิด วันๆหนึ่งที่ผมออกจากบ้านหรือที่ทำงานผมจะจดจำบรรยากาศนั้นๆ และคิดเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนวันนี้ผมเอง จะมาเขียนเรื่อง แม่ค้าร้อยพวงมาลัยขาย ผมเดินลงมาจากBTSเดินลงมามีคนตาบอดมายืนรับบริจาคเงินเพืรอสมทบทุนผมไม่ได้ให้ผมคงไม่ผิดหรอกใช่ไหม ผมก็เดินต่อไป ได้กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นดอกมะลิ ใช่เลยครับด้านหน้ามีแม่ค้าขายพวงมาลัยมีตระกร้าหาบมาขายทุกวัน ผมเห็นแล้วผมคิดถึงการหาเงินเลี้ยงชีพ มันก็ต้องอดทน และต้องทำกันต่อไปจะให้ไปทำอย่างอื่นคงจะไม่ถนัด อาชีพร้อยมาลัยจึงเป็นงานหัตถกรรม เป็นงานฝีมือ ที่ทุกวันนี้เด็กๆวัยรุ่นคงจะไม่สนใจ ที่อยากจะมาร้อยมาลัยแล้ว แต่ในสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นสังคมพุทธ การบูชาหิ้งพระที่เคยบูชามาแต่โบราณ มาลัยจึงได้ขายอยู่ตลอดเวลา ผมเดินผ่านแม่ค้ามาลัยก็มองไปที่พ่อค้าหนุ่มวัยรุ่นขายขนมครกอยู่ริมฟุตบาท แสงไฟสลัวๆ ก็เป็นการหารายได้เสริทมด้วยความรัก ผมว่าการขายของแบบนี้ยังไม่สะดุดตาผู้เดินผ่านไปมาสักเท่าไร ผมว่าน่าจะมีอะไรที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาสะดุดตา แล้วหยุดดูและชมสินค้านั้นอย่างสนใจจริงๆ ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสาของผมพอเดินไปทำธุรเสร็จกลับมาที่ห้างหยอดเหรียญลงบริจาคสมทบทุนเป็นการทำบุญโดยไม่ต้องออกนาม ก่อนจะกลับก็แวะเข้าร้านหนังสือเพิ่มรอยหยักในสมองนิดหน่อย แล้วกลับมาขึ้นรถสองแถวกลับห้อง....

เขียน:

ความเห็น (0)