อนุทิน #144355

วันนี้ก่อนที่จะไปอบรมนั่งเตรียมตัวระหว่างที่จะบรรยายเปิดดูหัวข้อต่างๆแต่มาสะดุดที่หัวใจของนักปราชญ์และนึกขึ้นได้ว่าคนเราทุกคนนั้นไม่ว่าจะสูงต่ำดำขาวและเก่งไม่เก่งหรือโง่ไม่โง่นั้นมันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล...แต่บุคคลเหล่านั้นสามารถที่จะเริ่มต้นด้วยวิธีเดียวกันได้และสามารถที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าไปได้อย่างสมบูรณ์ ฟังให้มาก คิดให้เป็น หมั่นสอบถามและฝึกการเขียน จึงเป็นหัวใจของนักปราชญ์อย่างแท้จริง

“ หัวใจนักปราชญ์ ”

สุ . จิ .ปุ .ลิ
ย่อคำว่า “สุ” จาก “สุต” หมายถึง การฟัง เพราะการแสวงหาความรู้ และการเล่าเรียน ต้องอาศัยการฟังเป็นพื้นฐาน อีกประการสังคมไทยสมัยก่อนยังไม่ค่อยมีหนังสือให้อ่าน การรับฟังเรื่องราวต่างๆ จึงเป็นวิธีการรับข่าวสาร ข้อมูล ก่อนนำไปพิจารณาให้เกิดความรู้
“จิ” มาจาก “จินตนะ” แปลว่า ความคิด เกี่ยวกับความคิด และจินตนาการที่เป็นพื้นฐานความคิดอย่างสร้างสรรค์ และเป็นการปลูกฝังนิสัยการรับฟังข้อมูล แล้วนำมาคิด พิจารณา หรือย่อยสิ่งที่รับรู้มา

“ปุ” มาจาก “ปุจฉา” หมายถึง การถาม เป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากการฟัง และคิด เกี่ยวโยงการการพูด ซึ่งมีหลักว่า ต้องไตร่ตรองก่อน เอื้อนเอ่ยวาจา เพราะ “ก่อนพูด ตัวเราเป็นนาย แต่เมื่อพูกออกไปแล้ว วาจาเป็นนายเรา” การถามหรือพูดเป็นแสดงออกซึ่งความเป็นผู้รู้ ผู้เข้าใจประเด็นต่างๆ อย่างมีสติ เป็นผู้รู้จักซัก รู้จักถาม เป็นพื้นฐานของการสร้างนิสัยใฝ่ใฝ่เรียน นั่นเอง
“ลิ” มาจากคำว่า “ลิขิต” หมายถึงการเขียน หรือบันทึกไว้ เป็นผลจากการฟัง คิดและถาม

เขียน:

ความเห็น (2)