อนุทิน #142769

คืนวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ เพื่อนโทรมาปรึกษา (ระบาย) เกี่ยวกับการที่มหาวิทยาลัยไม่ต่อสัญญาจ้าง ซึ่งไม่ใช่เขาคนเดียว ดังนั้น หลายคนกำลังเดือดร้อนกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นจริง สำหรับเพื่อนของผมคนนี้ ดูแล้วไม่ใช่คนมีพิษมีภัยกับใคร วันนี้เขาไม่ได้รับการต่อสัญญา จากที่ทำงานมาเป็นเวลา ๑๕ ปี และที่หนักกว่านั้นคือ ภรรยาของเขาก็ไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่นกัน อายุงานเท่ากัน บ้านยังต้องผ่อน ลูกยังเรียนหนังสือปฐมวัย ผมฟังแล้วอนาถใจ แต่ก็คงได้แค่ฟังเท่านั้น นี่อาจเป็นระบบใหม่ของมหาวิทยาลัยไทยที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศ บางความคิดผมก็คิดว่า มหาวิทยาลัยไทยควรจะเป็นอย่างไรกันแน่ เราควรปลูกความรักไว้กับที่ที่ให้ปัจจัยสี่กับเราหรือว่าเราควรมองว่าองค์กรเป็นเพียงอะไรบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องผูกพันใดๆ ค่อนข้างสับสนว่า องค์กรคุณธรรมมันมีจริงหรือ นอกจากนั้น ไม่ต่อสัญญาการทำงาน แต่ขอให้สอนไปจนสิ้นเทอม (อีกสองเดือนกว่า) ในฐานะอะไรหนอ เช้านี้ เพื่อนที่สอนภาษาอังกฤษเปรยขึ้นว่า หากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างนี้ ผมไปสอบบรรจุข้าราชการเป็นครูมัธยมดีกว่า

ขอไว้อาลัยต่อผู้นำของประเทศที่คิดหวังให้มหาวิทยาลัยก้าวหน้า แต่คาดว่า ชาวบ้านก็ยังคงทำนาแบบใช้สารเคมีกันอยู่เหมือนเดิม และเด็กส่วนหนึ่งจำนวนมากก็ยังเอ็นทรานซ์ไม่ผ่านกัน ขอให้มีความสุขกันทุกผู้ทุกนาม

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (2)

นี่แหละ คือ ความไม่มั่นคงจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเวลานี้ … เขาคงจะไม่ภักดีต่อองค์กรมากไปกว่าภักดีต่อครอบครัวของตนเอง

การออกนอกระบบ ผมเห็นว่าบางครั้งก็มีปัญหาเกี่ยวกับผู้ที่ทำงาน