อนุทิน #141917

เปิดอนุทิน series ใหม่ขอทำตัวเป็นหมอดู "พยากรณ์เศรษฐกิจและตลาดทุน" ดูสิว่าผมจะแม่นแค่ไหน จะมีประโยชน์ไหมครับ?

เศรษฐกิจโลกปีนี้ผันผวนเมามันมาก เศรษฐกิจไทยก็ไม่น้อย ผมนั่งดูอยู่ข้างสนามสนุกกว่าดูกีฬาหลายสิบเท่า แต่ละสัปดาห์มีเรื่องให้ลุ้นหนักๆ อยู่ตลอด ความสนุกเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่ราคาน้ำมันดิบจิกหัวลง หลังจากนั้นก็มีดราม่าให้ติดตามแต่ละสัปดาห์ไม่เว้น

สัปดาห์หน้าผมลุ้นว่าราคา crude oil จะได้เห็น new low ลงต่ำระดับ $3x/barrel แน่ๆ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (5)

GD
เขียนเมื่อ | ขอบคุณเมื่อ

1 us $ = 35.25 baht แล้ว จะพุ่งไป 50 บาทมั้ยคะอาจารย์ พยากรณ์ด้วยค่ะ

ผมคิดว่าถึงหรือไม่ถึงไม่น่ากังวลเท่ากับความผันผวนครับ ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ ไม่ว่าทิศทางไหนก็ตามการปรับตัวตามในภาคส่วนต่างๆ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงพรวดพราดนี่อันตรายมากครับ

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ค่าเงินบาทผันผวนมากกว่าค่าเงินชาติอื่นๆ แม้จะไปในทิศทางเดียวกันก็ตาม สะท้อนว่าแบงค์ชาติจัดการได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ ค่าเงินที่ผันผวนกว่าเพื่อนอย่างนี้เท่ากับเป็นการเปิดจุดอ่อน hedge funds เห็นเป็นโอกาสครับ ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะยิ่งผันผวนหนักเพราะ hedge funds เข้ามาเล่นด้วยก็ยิ่งมากขึ้นครับ

พี่ใหญ่ได้รับข่าวเศรษฐกิจอย่างนี้จากรุ่นน้องที่ ธปท.ทุกวัน สนใจไหมคะ จะได้ fw. email ให้...

สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ และสถาบันการเงิน

1. ภาวะเศรษฐกิจ

- นายนพพร เทพสิทธา ประธาน สรท. : การปรับลดเป้าหมายส่งออกของ ก.พาณิชย์เป็น -3% ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นการยอมรับและสะท้อนความเป็นจริง แม้จะเป็นการขยายตัวที่ติดลบ แต่ที่สุดแล้วการส่งออกไทยทั้งปีนี้จะทำได้เท่าใดนั้นต้องรอดูกันอีกครั้ง ในส่วนของสภาผู้ส่งออกมองว่าในครึ่งหลังหากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นการส่งออกไทยอาจติดลบที่ 3.7% แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นมีโอกาสจะติดลบถึง 4.2% (เอกชนรับได้เป้าส่งออก-3% ชี้ลดแรงกดดันขรก./รถยนต์-อิเล็กฯยังโต/4กลุ่มหดเป้า)

- นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัด ก.คลัง : คาดว่าในปี 2564 สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นแตะระดับ 60% ของจีดีพี หากหนี้สาธารณะแตะระดับ 60% ถือว่าชนเพดานตามกรอบวินัยทางการเงินการคลังที่กำหนดไว้ว่าหนี้สาธารณะของไทยไม่ควรเกิน 60% ของจีดีพี จากล่าสุด หนี้สาธารณะ อยู่ในระดับ 42-43% ของจีดีพี ดังนั้นหากจีดีพีโตต่ำกว่า 5% จะเป็นความเสี่ยงหนี้สาธารณะต่อจีดีพี จะถึงกรอบความเร็วกว่ากำหนด (ฐานะการคลัง'ยั่งยืน'เสี่ยง5ปีหนี้สาธารณะแตะ60%)

- นายอมรเทพ จาวะลา ผอส.สำนักวิจัย ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย : เตรียมปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ลงต่ำกว่า 3% จากเดิมคาดโต 3.3% โดยอยู่ระหว่างรอประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2/2558 ของสภาพัฒน์วันที่ 17 ส.ค. 58 ถ้าตัวเลขจีดีพี Q2 ของสภาพัฒน์ออกมาโต 2.5-3% ก็เป็นไปตามคาดการณ์ของเรา เศรษฐกิจไทยเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น สำหรับการส่งออกปีนี้คาดว่าจะ -4% หลัง 6 เดือนแรก -5% แต่คาดว่าครึ่งปีหลังจะติดลบน้อยลงที่ -3% (CIMBTหั่นจีดีพีเศรษฐกิจยังเสี่ยงส่งออกติดลบ4%)

- นายดอน นาครทรรพ ผอ.นศม. : สาเหตุที่ภาคธุรกิจออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ค่าแรงในประเทศเริ่มสูงขึ้น ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเริ่มมองหาโอกาสการลงทุนในประเทศอื่นที่มีค่าแรงถูกกว่า 2.ทรัพยากรในประเทศเริ่มมีจำกัดทำให้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่มองโอกาสการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศได้ส่งกำไรและเงินปันผลจากการลงทุนกลับมาบ้าง ในปี 2557 มีสัดส่วนของการส่งกำไรและเงินปันผลกลับที่ 9.5% ของเงินลงทุน โดยรวมถือว่ายังไม่สูงนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทุนในต่างประเทศของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และเงินลงทุนบางส่วนถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายการลงทุนในต่างประเทศ ส่วนแนวโน้มการออกไปลงทุนในต่างประเทศของคนไทยนั้น ช่วงที่ออกไปลงทุนกันมากสุด คือ ปี 2555 ซึ่งมียอดทีดีไอ สูงถึง 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มชะลอลงในปีที่ผ่านมา (ธุรกิจไทย'โกยกำไร'นอก แบงก์ชาติเผยปี57'ทีดีไอ'ส่งกำไร-เงินปันผลกลับ 9.5%)

2. สถาบันการเงิน

- นายเมธี สุภาพงษ์ ผน. : ธปท. อยู่ระหว่างติดตามการขยายตัวสินเชื่อของธนาคาร รวมถึงแนวโน้มหนี้เอ็นพีแอลที่เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มเห็นสัญญาณทรงตัว ส่วนไตรมาส 3 คาดว่า สถาบันการเงินยังคงเพิ่มความเข้มงวดใน การให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอี ตามความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ (หนี้'เอ็นพีแอล'แบงก์ส่อสูงขึ้น ธปท.จับตาอย่างใกล้ชิด/พบศก.ยังฟื้นตัวช้า)

- แหล่งข่าว ธพ.ขนาดใหญ่ : ธนาคารได้เพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้นอีกระดับ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมยังไม่ดีขึ้นกระทบต่อปริมาณหนี้เอ็นพีแอลให้ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีการกู้ 2 ขา คือทั้งจากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคล เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนชำระหนี้ เนื่องจากขายสินค้าไม่ได้ ปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัญหาตอนนี้คือผู้ประกอบการขายสินค้าไม่ได้ ไม่มีออร์เดอร์ แบงก์ก็ปล่อยสินเชื่อให้ไม่ได้ ไม่อยากขุดหลุมฝังตัวเอง (แบงก์สกรีนเข้มปล่อยกู้คุมNPL กรุงไทยโยกทีมเสริมทัพ'ทวงหนี้')

- นายวรภัค ธันยาวงษ์ กก.ผจก.ใหญ่ ธ.กรุงไทย : ขณะนี้สถานการณ์เอ็นพีแอลของธนาคารในภาพรวมยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราที่ชะลอลง ธนาคารได้ปรับระบบกรองความเสี่ยงถี่ขึ้น ทำให้เอ็นพีแอลลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 3,000 ล้านบาทในช่วง 4 เดือนแรก เหลือราว 500 ล้านบาทในเดือนที่ 5-6 แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขั้นตอนการอนุมัติยังเข้มงวดขึ้นในทุกมิติ ส่งผลให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น 20% กว่า ๆ ครึ่งปีหลังธนาคารยังให้ความสำคัญกับการติดตามหนี้เป็นหลัก การขยายสินเชื่อใหม่ก็จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ปีนี้สินเชื่อน่าจะเติบโตได้ 4.5% ขณะที่เศรษฐกิจน่าจะเติบโต 2.6% หรืออย่างเก่งก็ไม่ถึง 3%

- นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผอ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก : ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.58 เป็นต้นไป วงเงินคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนดจะอยู่ที่ 25 ล้านบาท ต่อคนต่อสถาบันการเงิน จากปัจจุบันที่คุ้มครอง 50 ล้านบาท แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ฝากเงิน จากยอดเงินฝากรวมทั้งระบบ 11.62 ล้านล้านบาท เพราะในปัจจุบันสถาบันการเงินไทยมีเสถียรภาพภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว (ข่าวสั้นเศรษฐกิจ: ลดคุ้มครองเงินฝาก)

ขอบคุณมากครับพี่ใหญ่ ขอรบกวนพี่ใหญ่ช่วย forward ให้ด้วยได้ไหมครับ