อนุทิน #140345

กลุ่มเรียน Inno สฎ.1301.151 ปฐมวัย ภาคเรียนที่ 2/2557

คำถาม...

นักศึกษาคิดว่า เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษา มีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล?

(ยกตัวอย่างมาพอเข้าใจ) กำหนดส่งภายในเวลา 12.00-00.00 น. วันที่ 29 มี.ค.58

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (18)

บทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา

1. ช่วยให้ผู้เรียนเรียนได้กว้างขวางมากขึ้น ได้เห็นหรือได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียนและผู้สอนมีเวลาแก่ผู้เรียนมากขึ้น
2. สามารถสนองเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล
3. ให้การจัดการศึกษาดีขึ้น มีการค้นคว้า วิจัย ทดลอง ค้นพบวิธีการใหม่ ๆ
4. มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสื่อการสอน ให้มีคุณค่าและสะดวกต่อการใช้มากขึ้น
5. ทำให้การเรียนรู้ไม่เน้นเฉพาะด้านความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เน้นด้านทัศนะ หรือเจตคติและทักษะแก่ผู้เรียนด้วย
6. ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้มากขึ้น เช่น การจัดการศึกษานอกระบบ การจัดการศึกษาพิเศษ

ข้าพเจ้าคิดว่า การจัดการศึกษายุคของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคือเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้ใหม่ และเปลี่ยนแปลงความต้องการในการศึกษาในอนาคต สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่เข้ามาแทนที่สื่อแบบเก่า แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้จะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาแบบใหม่

บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการศึกษา
1.เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีส่วนช่วยเรื่องการเรียนรู้ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ หลายด้าน มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสาร เช่น การค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการ
เรียนรู้ใน World Wide Web
2.เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมินผลซึ่งอาศัยคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ
3.เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสื่อสารระหว่างบุคคล ในเกือบทุกวงการทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยสื่อสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล เช่น การสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยใช้องค์ประกอบที่สำคัญช่วยสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพต้น
4.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาศึกษา
เพื่อช่วยเสริมแรงจูงใจ ให้นักเรียน มีความตั้งใจเรียน และช่วยเร้าความสนใจในการเรียนเพิ่มขึ้น นักเรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ก็จะทำให้นักเรียนรู้จักคิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาได้ นักเรียนไม่เบื่อที่จะเรียนรู้.....




การเรียนรู้ยุคดิจิทัล (Digital Learning) เป็น การเรียนรู้ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนในยุคดั้งเดิมมาก ทั้งนี้เพราะ ความแพร่หลายของการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือ ICT ต่างๆ ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สอนและผู้เรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Smart and Mobile Devices เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ฯลฯ ซึ่งได้รับความนิยม และเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ก่อให้เกิดการจดจำ และแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนมากขึ้นด้วยนวัตกรรมทางการศึกษาเช่น การสอนตามแนวคอนเนคติวิสม์ การเรียนรู้ผ่านออนไลน์เกม และ ที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัลได้แก่ MOOC (Massive Open Online Courses) ซึ่งได้แก่ หลักสูตร/รายวิชาออนไลน์ในลักษณะเปิดที่อนุญาตให้ผู้เรียนจำนวนมากเข้ามาเรียนรู้ไปด้วยกัน อย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดเวลา สถานที่ และ ทุกเครื่องมือ (ไม่จำกัดอุปกรณ์การเข้าถึง)

เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษา มีบทบาทต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล ดังนี้

1. เทคโนโลยีที่ เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้ เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน, ระบบมัลติมีเดีย, ระบบวิดีโอออนดีมานด์, วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ และอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านี้เป็นระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้

2. เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา ในการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผนการดำเนินการ การติดตาม ประเมินผลคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคม

3. เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การสื่อสารระหว่างบุคคล เกือบทุกวงการทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเรียนการสอน และการดำเนินงานในหลายด้าน ทั้งนี้โดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสาร การดำเนินงานและเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร เทเลคอนเฟอเรนส์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

4. ทำให้การจัดการศึกษาดีขึ้น มีการค้นคว้า วิจัย ทดลอง ค้นพบวิธีการใหม่ ๆ
5. มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสื่อการสอน ให้มีคุณค่าและสะดวกต่อการใช้มากขึ้น
6. ทำให้การเรียนรู้ไม่เน้นเฉพาะด้านความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เน้นด้านทัศนะ หรือเจตคติและทักษะแก่ผู้เรียนด้วย
7. ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้มากขึ้น เช่น การจัดการศึกษานอกระบบ การจัดการศึกษาพิเศษ

เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา มีบทบาทอย่างมากในการช่วยพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาสมัยใหม่ที่เข้าถึงง่าย สะดวก และมีประสิทภาพ จะช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ที่สนใจเรียนรู้สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการศึกษาได้ง่ายยิ่งขึ้นและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาค้นคว้าและการเข้าถึงข้อมูล ส่งเสริมก่ารเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา สร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย นอกจากนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา ยังช่วยให้การศึกษาสามารถเข้าถึงผู้เรียนได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังจะเห็นได้จากโครงการต่างๆ เช่นโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สื่อมัลติมีเดียต่างๆ เป็นต้น



ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนวัตกรรมใหม่ๆที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่ หลายมากขึ้นดังนั้นเทคโนโลยีจึงมีบทบาทต่อการศึกษาในยุคดิจิทัลที่สำคัญ คือ

1. เทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้ ปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน, ระบบมัลติมีเดีย, ระบบวิดีโอออนดีมานด์, วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ และอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านี้เป็นระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้

2. เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา ในการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผนการดำเนินการ การติดตาม ประเมินผลคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคม

3. เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การสื่อสารระหว่างบุคคล เกือบทุกวงการทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเรียนการสอน และการดำเนินงานในหลายด้าน ทั้งนี้โดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสาร การดำเนินงานและเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร เทเลคอนเฟอเรนส์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เมื่อสังคมโลกได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เราจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรู้ให้เท่าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยผู้เรียนไม่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนเพียงแห่งเดียวแต่สามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอกที่เป็นสังคมรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยให้ได้รับข้อมูลข่าวสารได้ทันท่วงที ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ความสามารถของตนเองในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ มีโอกาสตัดสินใจเลือกเรียนตามช่องทางที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเองเพื่อทำให้กระบวนการเรียนรู้ง่ายขึ้นเพราะสามารถที่จะค้นคว้าได้ตลอดเวลา และลดเวลาในการเรียนรู้และตัวผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าเดิมในเวลาเท่ากันและเรียนรู้ได้ทั้งแนวกว้างและแนวลึกตามแต่ผู้เรียนจะเสาะหา ดังนั้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาจึงเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัลเป็นอย่างยิ่ง




นวัตกรรมและเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาในปัจจุบัน เพราะการศึกษาในปัจจุบันเป็นการศึกษาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ของผู้เรียนและตัวผู้สอนเอง แต่ในที่นี้ตัวผู้สอนจะต้องคิด ประดิษฐ์สื่อนวัตกรรมที่ทันสมัยโดยอาศัยเทคโนโลยีทางการศึกษาเข้ามาช่วยในการผลิตสื่อและคิดค้นนวัตกรรมที่จะใช้ในการจัดการการเรียนรู้ เหมาะแก่การเรียนรู้ต่อนักเรียน นักศึกษา

และจากรูปแบบการจัดการศึกษาในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเป็นการจัดการศึกษาที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและเป็นศูนย์กลางโดยแท้จริง ซึงเป็นรูปแบบวิธีการที่มีการผนวกเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ ทั้งนี้แนวดังกล่าวจะเป็นการเอื้อต่อการเรียนรู้ ที่จะให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และสามารถเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

อย่างที่ไปฝึกสอนและเห็นมาก็คือ การให้เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่1 ได้เรียนรู้จากแท็บแลต แทนการเรียนรู้จากในหนังสือเหมือนสมัยก่อน มีการให้อ่าน และเขียนผ่านแท็บแลต

บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อการจัดการศึกษาของไทย

ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาท ในการพัฒนาในเกือบทุกๆด้าน ไม่ว่าในด้านธุรกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านการทหารและความมั่นคง ด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ดังจะเห็นได้ว่า หน่วยงานธุรกิจส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหาร การจัดการในองค์กร อีกทั้งเพิ่มระดับความสำคัญมากขึ้นในแต่ละปี มีการจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งไว้ เพื่อการจัดการกับข้อมูลสารสนเทศเป็นการเฉพาะ มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อวางกลยุทธ์หาความได้เปรียบในตลาดโดยรวม อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิต รวมถึงใช้เป็นช่องทาง สำหรับเผยแพร่สารสนเทศขององค์กรมากขึ้นด้วย

ในส่วนของการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็มีบทบาทที่สำคัญในส่วนของการเป็นทั้งเครื่องมือหลัก และเครื่องมือสนับสนุนที่ต้องจัดหา และนำมาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นไปตามลักษณะการศึกษา ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การกำหนดทิศทางและนโยบายการจัดการศึกษาไทย จึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการกำหนดคุณสมบัติและคุณภาพของแรงงานในอนาคต ซึ่งเราจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการขนส่ง เทคโนโลยีการผลิต นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ เหล่านี้ล้วนมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์ในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นการจัดการศึกษาจึงต้องมีการเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในหลักสูตรการเรียนการสอน และปรับปรุงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี จะต้องประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านช่องทางและสื่อ ดังต่อไปนี้

1.เทคโนโลยีโทรคมนาคม (E-communication)

เทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่สำคัญได้แก่ การสื่อสารผ่านดาวเทียม เครือข่ายความถี่การสื่อสาร เครือข่ายเส้นใยแก้วนำแสง เครือข่ายคอมพิวเตอร์

2.ระบบการสอนผ่านจอภาพ (On -Screen Interactive Instruction)

ระบบการสอนผ่านจอภาพที่สำคัญได้แก่ การสอนด้วยคอมพิวเตอร์ การสอนด้วยโทรทัศน์ปฏิสัมพันธ์ การสอนด้วยการประชุมทางไกล การสอนด้วยเครือข่ายโลก


3.ระบบสื่อตามต้องการ (Media On Demand)

เช่น สัญญาณภาพตามต้องการ เสียงตามต้องการ บทเรียนตามต้องการ เป็นต้น


4.ระบบฐานความรู้ (Knowledge-Based System)
เป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบฐานข้อมูล ซึ่งรวบรวม และจัดเรียงเนื้อหาข้อมูลตามลำดับที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวโดยใช้คำไข (Key word) เป็นตัวค้นและตัวเรียกข้อมูล ส่วนฐานความรู้จะจัดข้อมูลไว้หลากหลาย เช่น ตามประเภทของหลักสูตร ตามกลุ่มอายุของผู้ใช้ ตามประเภทของวัตถุประสงค์ของการใช้ เป็นต้น การทำงานของฐานความรู้จะต้องทำงานประสานกันอย่างน้อย 3 ระบบได้แก่ ระบบสื่อสาร ระบบสารสนเทศ และระบบเหตุผล เพื่อให้สามารถค้นหาและเรียกข้อมูล หรือความรู้ที่ตอบสนองตรงกับอายุ ตามความต้องการ หรือวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน

และหากจะกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในลักษณะที่ชัดเจนที่สุดนั้น จะอยู่ในรูปลักษณ์ของสื่อต่างๆ ที่รวมเรียกว่า สื่อการศึกษา ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในวงการศึกษาแล้วว่าสื่อการศึกษา โดยเฉพาะสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กลไกการจัดการศึกษา การเรียนรู้ สามารถส่งผลโดยตรงให้กับผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ได้อย่างกว้างขวางและเป็นผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ได้มากที่สุด อาจจะสรุปได้ว่าสื่อการศึกษา สามารถส่งผลต่อการเรียนรู้และการศึกษาในด้านต่างๆ ดังนี้

1.ด้านคุณภาพการเรียนรู้ สื่อการศึกษาจะสามารถช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ดีขึ้น

2.ในด้านเวลาผู้เรียนผ่านสื่อสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น

3.การตรึงพฤติกรรมการเรียนรู้ สื่อการศึกษาสามารถสร้างแรงจูงใจและเร้าความสนใจได้เป็นอย่างดี

4.การมีส่วนร่วมการเรียน ผู้เรียนสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้

5.ความทรงจำต่อสาระเนื้อหา การเรียนรู้จากสื่อการศึกษาจะทำให้ผู้เรียนจำได้นาน เรียนรู้ได้เร็วและดีขึ้น

6.ความเข้าใจในสาระ ผู้เรียนมีประสบการณ์ความเข้าใจจากรูปธรรมไปสู่นามธรรม

7.สื่อการศึกษาสามารถเอาชนะข้อจำกัดต่างๆได้ เช่น

§ทำสิ่งที่ซับซ้อนหรือมีหลากหลายมุมมองให้ดูง่ายขึ้น

§ทำสิ่งที่อยู่ในลักษณะนามธรรมสร้างให้เกิดรูปร่างเป็นรูปธรรม

§ทำสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วให้ดูช้าลง

§ทำสิ่งที่เคลื่อนไหวช้าให้ดูเร็วขึ้น

§ทำสิ่งที่มีขนาดใหญ่มากให้ลดขนาดหรือย่อขนาดลง

§ทำสิ่งที่เล็กมากให้ขยายขนาดขึ้น

§นำข้อมูลย้อนเวลาจากอดีตนำมาศึกษาเรียนรู้ได้

§นำสิ่งที่อยู่ไกลหรือลึกลับมาวิเคราะห์ศึกษาได้

กลุ่มเนื้อหา : การศึกษา EMAIL THISBLOGTHIS!SHARE TO TWITTERSHARE TO FACEBOOK

ส่วนล่างของฟอร์ม

เทคโนโลยี คือการนำเอาขบวนการ วิธี และแนวทางคิดใหม่ๆมาใช้หรือประยุกต์ใช้อย่างมีระบบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมทางการศึกษา การคิดเเละวิธีการใหม่ๆที่ส่งเสริมให้ขบวนการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น การสอนโปรเเกรม มีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล เช่น โปรเเกรมสำเร็จรูป โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อการศึกษาของไทย ทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างทั่วถึง ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมทั้งการสื่อสารโทรคมนาคมที่ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม หรือโทรทัศน์ ทำให้การเรียนการสอนตามวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ที่มีผู้เรียนและผู้สอนร่วมทำกิจกรรมการเรียนการสอนภายในห้องเรียนได้ถูกเปลี่ยนไป ผู้เรียนกับผู้สอนไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในที่ที่เดียวกัน จะอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ก็คงยังติดต่อสัมพันธ์กันได้ หรือแม้แต่ผู้เรียนจะเรียนในเวลาใดก็ได้ จะทบทวนบทเรียนให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นกี่ครั้งก็ยังได้ ทำให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ผู้คนมีโอกาสและทางเลือกในการศึกษามากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทางไกล (Distance Education) และการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)

ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรม คือแหล่งเรียนรู่ที่ทันสมัย จะเห็นได้จากการเรียนที่ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน จากหนังสือถึงจอภาพในโลกอินเทอร์เน็ต ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในปัจจุบันส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของผู้คน ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น


การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น แล้วยังช่วยประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนและรักษาสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย เช่น คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีเลเซอร์ การแพทย์ เทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ เช่น พลาสติก แก้ว วัสดุก่อสร้าง โลหะ


นักศึกษาคิดว่า เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษา มีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล?

ตอบ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษามีบทบาทความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะการศึกษาเปรียบประดุจเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพของคน ซึ่งหากสังคมหรือประเทศใดประชาชนโดยเฉลี่ยมีการศึกษาอยู่ในระดับต่ำสังคมหรือประเทศนั้นก็จะด้อยการพัฒนากว่าสังคมหรือประเทศที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีการศึกษาอยู่ในระดับสูงนวัตกรรมและเทคโนโลยี คือ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยความคิดหรือการกระทำใหม่ ๆ จะถูกนำมาใช้ก่อนจนกว่าจะถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบงานในปัจจุบัน ความคิดหรือการกระทำใหม่ ๆ ที่เรียกว่านวัตกรรมนั้นก็จะกลายเป็นเทคโนโลยีขึ้นมาทันที


</strong>

เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคปัจจุบันอย่างมากเพราะว่าโลกที่ก้าวไกลนั้นต้องการการเรียนรู้ที่ทันสมัยและไวต่อเวลาที่เร่งรีบดังนั้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งคนในยุคปัจจุบันต้องการนำมาอำนวยความสะดวกในชีวิตในด้านต่างๆเพื่อให้งานต่างๆมีประสิทธิภาพในเวลาที่รวดเร็ว เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาก็เช่นกัน เป็นการนำความรู้ แนวคิดกระบวนการและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ และวิธีการใหม่ๆ มาใช้ร่วมกันอย่างมีระบบ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้สื่อเทคโนโลยีต่างๆ การออกแบบการจัดการเรียนการสอนในรูแบบต่างๆ หรือหาแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยจากเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ก้าวไกล และการแก้ไขงานต่างๆที่ต้องการความแม่นยำและถูกต้องจึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาเข้ามาช่วย

เมื่อสังคมโลกได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ครูในศตวรรษที่ 21 จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรู้ให้เท่าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งนี้ต้องพัฒนาทักษะด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้สามารถชี้แนะและส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาในการขาดแคลนครู ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน เด็กสามารถสืบค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลาไม่เฉพาะข้อมูลในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ข้อมูลต้องทันยุคทันสมัยไม่เกิดความเบื่อหน่ายกับการเรียนการสอน เช่น การจัดการเรียนการสอนทางไกลของโรงเรียนวังไกลกังวล สื่อการสอน นิทานสำหรับเด็ก , สุภาษิตคำพังเพย เพราะสามารถใส่รูปภาพใส่เสียงเข้าไปได้อีกด้วย

เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาในยุคดิจิทัล เพราะโลกเราได้เปลี่ยนเป็นโลกของการการสื่อสารไร้พรมแดน ดังนั้นระบบการศึกษาที่ดี จึงต้องมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาเข้ามาสู่การเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำความรู้ที่ได้รับมาสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเป็นผลงานของตนเอง และเป็นผลงานของประเทศต่อไป

คำถาม = เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษา มีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล?

สำหรับคำถามนี้สามารถแสดงคำตอบได้หลากหลาย แต่ในความเข้าใจของข้าพเจ้า คือ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษามีบทบาทมากๆ กับการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัล เพราะในขณะที่ตอนนี้ทุุกคนในชุมชน สังคม ประเทศ จนกระทั่งถึงในโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษากันมาก ก็ไม่น่าแปลกที่เด็กรุ่นใหม่จะซึมซับความรู้จากสื่อเหล่านี้ เพราะตั้งแต่ยังไม่คลอดคุณแม่ ก็ใช้สื่อประเภทนี้อยู่ตลอด อาจจะหาข้อมูลการเลี่ยงลูก คนท้องมีอาการอย่างไรบ้าง ต้องดูแลตัวเองอย่างไร แล้วมันจะแปลกตรงไหนที่มันจะตามมามีบทบาทต่อเนื่องหลังจากเด็กคลอดมาแล้ว และเมื่อเข้าสู่วัยเรียน ครูก็ใช้สื่อเหล่านี้ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเด็กมาโดยตลอด มาปรับใช้ในการศึกษา นอกจากจะดึงดูดความสนใจเด็กมาก ยังเป็นสื่อที่เด็กเข้าใจง่าย เนื่องจากเคยชินมาตั้งแต่เกิด มีส่วนน้อยที่บ้านไหนจะไม่พึ่งสื่อเหล่านี้ ครูเองก็ควรเลือกใช้สื่อและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับวัยเด็ก ใช้อย่างพอดี อย่าให้มีบทบาทมากเกินไป เพราะอาจจะครอบงำความคิดเด็กจนเกินความพอดี เช่น

- ในระดับปฐมวัย อาจใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ให้เด็กมีสื่อรูปภาพ หรือเสียงเวลาเรียนรู้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ภาษาไทย คณิตศาสตร์เบื่องต้น

-ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ หาสื่อมาช่วยดูแลเด็กในวันหยุด เช่น นิทาน เกมการศึกษา เป้นต้น แต่ไม่ใช้ให้ดูตลอดทั้งวัน มีการกำหนดเวลาให้เหมาะสม เป็นต้น

ทั้งนี้อย่าใช้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษาในทางที่ผิด เพราะคุณอาจจะทำร้ายเด็กๆ โดยไม่รู้ตัว

ในยุคนี้ กระบวนการเรียนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้เรียนจะเรียนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยมีความก้าวหน้า และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากและรวดเร็วขึ้น วิธีการสอนแบบเดิมๆ ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ สื่อที่แสดงมีขนาดใหญ่ไม่เพียงพอสำหรับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ครูจึงต้องพร้อมที่จะปรับตัวและพัฒนาตนเองให้ทันยุคที่เปลี่ยนไป และต้องไม่ขาดความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาทักษะและวิทยาการให้ทันสมัย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เทคนิควิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้เด็กมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สังคมไทยและสังคมโลกต้องการ

กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications Technology :ICT) มาใช้ในการศึกษากล่าวคือ มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอน โดยผ่านเครือข่าย (Network) ซึ่งเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารมากยิ่งขึ้นตลอดจนมีบทบาทต่อระบบการศึกษาทั้งในและนอกระบบในการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ได้เสนอทักษะที่จำเป็นสำหรับครูไทยในอนาคต (C-Teacher) ไว้น่าสนใจ 8 ประการคือ

1.Content ครูต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องที่สอนเป็นอย่างดี

2.Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยี 3.Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นเอ

4.Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียนกับครู

5.Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบร่วมมือกันระหว่างนักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียนด้วยกัน

6.Communication ครูต้องมีทักษะการสื่อสาร ทั้งการบรรยาย การยกตัวอย่าง การเลือกใช้สื่อ การนำเสนอสื่อ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้

7.Creativity ในยุคสมัยหน้าครูต้องออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน

8.Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจต่อนักเรียน