อนุทิน #138473

๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ (อนุทิน๑๔๘)

  • วันนี้เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา คือสอนวันละ 7 คาบเรียน เริ่มเช้า 9.00-12.00 น และบ่าย 13.00-16.00 น. สอนปฏิบัติการชีววิทยาเบี้องต้น
  • ส่วน 12.00-13.00 น. สอนวิชาการเลี้ยงผึ้ง ทำให้ตอนเที่ยงต้องทานข้าวไปด้วยและสอนไปด้วย โดยต้องเอาข้าวมาทานจากบ้านไม่ต้องไปซื้อ (เป็นอาหารเจ/อาหารมังสะวิรัติมากกว่า) ประหยัดมากๆ
  • วันนี้กับข้าวเป็นปลาทูเจ ราดพริกแกง+โปรตีนตัวหนอน
  • ในวันนี้เหมือนกัน แม่ซึ่งเคยเลิกกินหมากมา ๒ เดือน (หลังจากเคยกินหมากมาเกือบ 85 ปี) เกิดนึกอยากกินหมากขึ้นมา..แสดงว่าสมองส่วนจำการกินหมากเริ่มกลับมาอีกครั้ง...ไม่รู้ว่าจะดีใจ, เสียใจ หรือ เฉยๆ อะไรจะเกิดก็เกิด..ดีกว่ากัน.
  • อีกเรื่องหนึ่งคือ ญาติวัยรุ่นที่เป็นผู้หญิงเกิดตั้งท้อง, ฝ่ายชายก็เหมือนเดิม ยังไม่พร้อม ให้ฝ่ายหญิงเอาออก.., ผู้หญิงก็มีกรรมแบบนี้ ฝ่ายชายก็เป็นผู้เห็นแก่ตัวเหมือนเดิม..สังคมก็จะนินทา/ซ้ำเติม แต่ฝ่ายหญิง..
  • ผู้ที่เป็นพ่อแม่ฝ่ายหญิงก็จะมีความทุกข์มากกว่า...พ่อแม่ฝ่ายชาย..
  • จะว่าคนเกิดเป็นหญิงลำบากกว่าผู้ชาย..ก็อาจจะไม่ใช่
  • ในเมื่อฝ่ายหญิงรู้ว่าหากตัวเองไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกันก็อาจจะตั้งท้องได้
  • แต่พ่อแม่ก็ได้เตือนแล้ว ลูกไม่เชื่อเอง ต้องรอให้มีประสบการณ์ตรง และได้รับทุกข์ทางใจด้วยตัวเอง
เขียน:

ความเห็น (1)

ผลของการที่คู่วัยรุ่นหญิงชาย และพ่อแม่ฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ไม่มีใครหนีปัญหา หันหน้ามาคุยกัน สรุปแนวทางแก้ปัญหาคือ

  1. ฝ่ายชายและหญิงตกลงกันว่าจะไม่เอาเด็กออก (ท้องได้ ๗ สัปอาห์)
  2. พ่อแม่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตกลงกันว่าจะทำตามประเพณ๊ คือฝ่ายชายมาขอฝ่ายหญิง เรียกสินสอดกันพอสมควร และกำหนดวันผูกข้อมือแต่งานกัน
  3. ทางด้านการเรียนฝ่ายหญิงให้พักการเรียนไว้ก่อน ส่วนฝ่ายชายคงเรียนต่อไป..(ผู้หญิงเป็นเพศที่เสียเปรียบฝ่ายชายตรงนี้ ส่วนข้อได้เปรียบที่ธรรมชาติชดเชยให้ก็มีอยู่มาก)

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ (จาก Specific to General)

  1. เรื่องที่จะเป็นปัญหา มันก็ไม่เป็นปัญหา ต้องเกิดวิกฤตก่อน จึงจะเกิด critical thinking
  2. คนเราจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทั้งสุดและทุกข์ แม้พ่อแม่จะว่ากล่าวตักเตือนก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ ต้องเป็นการเรียนรู้ที่ผ่านประสบการณ์ (ทุกข์มากกว่าสุข)