อนุทิน #138048


                                                               บันทึกอนุทินครั้งที่ 4


วันที่ : 17 สิงหาคม 2557

เรื่อง :  ความรู้  :  ประเภทของความรู้

วิชา : การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

ผู้สอน : ผศ. ดร. อดิศร เนาวนนท์

ผู้บันทึก : นางสาวอภิญญา รักพุดซา รหัสประจำตัว 57D0103121

ระดับปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ภาคพิเศษ หมู่ 1


1.  การเตรียมตัวล่วงหน้าในการเรียนแต่ละครั้ง

     ได้ศึกษาเรื่องการใช้  KM  ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

     Knowledge  Management  หรือ  KM  เป็นกระบวนการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร  ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร  มาพัฒนาให้เป็นระบบเพื่อให้บุคลากรทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้  พัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้และนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน  พัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้เกิดการพัฒนาฐานความรู้หรือทุนปัญญาขององค์กรอย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  (Learning  Organization  หรือ  LO)  หรือสังคมแห่งการเรียนรู้  ที่สามารถเพิ่มขีดสมรรถนะในเชิงแข่งขันได้สูงสุด

2.  ความคาดหวังในการเรียน

     2.1  ความรู้ที่จะนำไปจัดทำ  KM  คือความรู้อะไรและได้มาจากที่ใด     

     2.2  KM  จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร

3.  ความรู้ความเข้าใจที่ได้รับ

    3.1  ความรู้คืออะไร  ความรู้  คือ  เนื้อหาหรือประสบการณ์

           kujiro  Nonaka  กล่าวถึงความรู้ไว้ว่า  เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนที่สุด  โดยเฉพาะในยุค  Knowledge  Based  Economy  เช่น  กลุ่ม  OECD  

           การที่องค์กรจะดำรงอยู่ได้ในยุค  Knowledge Based Economy. จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรจะต้องปรับยุทธศาสตร์ทั้งหมดขององค์กร  การปรับยุทธศาสตร์เพื่อเข้าสู่การแข่งขันที่ต้องอาศัยความเร็ว  ความถูกต้อง  ความมีประสิทธิภาพ  ความได้เปรียบทางธุรกิจ

           ประเภทของความรู้  แบ่งได้เป็น  2  ประเภท  คือ  


           

     1. ความรู้เด่นชัด  (Explicit  Knowledge) 

         เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสารหรือวิชาการ  อยู่ในตำรา  หรือคู่มือปฏิบัติงาน

     2. ความรู้ซ่อนเร้น  (Tacit  knowledge)

         เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน  เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน  เป็นภูมิปัญญา

     ลักษณะเด่นของความรู้

      Pumer,  Paul  M. (1993 : 64)  ความรู้ยิ่งใช้ยิ่งมีมาก  ไม่มีขีดจำกัด  เมื่อนำความรู้ใหม่มาผสมกับความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วในตัวคนก็จะเกิดความรู้ใหม่ ๆ มากขึ้นได้อีก  การสร้างความรู้ใหม่จากงานที่ทำ  และหมุนเวียนกลายเป็นวงจรความรู้ ได้ไม่จบสิ้น

      สังคมประกิต   (Socialization  Process)  คือ  กระบวนการเรียนรู้ทางสังคมซึ่งดำเนินอยู่ตลอดเวลาที่มีลมหายใจ   

      จากความรู้ที่ได้รับในวันนี้ทำให้ความคาดหวังในการเรียนของข้าพเจ้าบรรลุเป้าหมายในการเรียน  1  ขัอ  คือ  ความรู้ที่นำไปจัดทำ  KM  มาจากที่ใดบ้าง  และความรู้นั้นคืออะไร  แต่ข้อที่ยังไม่บรรลุความคาดหวัง  คือ  KM  จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร

 4.  ความคิดเห็นประเด็นที่เรียน

       จากประเด็นที่เรียนในวันนี้  ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า  ทุกคนมีความรู้อยู่ในตัวเอง  โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้น                         (Tacit  knowledge)  ความแตกต่างของความรู้  คือ  ความรู้เด่นชัด  (Explicit  Knowledge)  เพราะความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของแต่ละบุคคลไม่เหมือน

5.  การนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาตนและการปฏิบัติงาน

     5.1  การพัฒนาตน

            จะพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และพัฒนาความรู้เด่นชัดในตนเองและบุคคลในสังคมประกิต

     5.2  การปฏิบัติงาน

            ในฐานะที่เป็นครูจะนำความรู้ไปพัฒนาผู้เรียน  โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนหมั่นแสวงหาความรู้  และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้

6.  บรรยากาศการเรียน      

     6.1  ห้องเรียนสะอาด  อากาศถ่ายเทสะดวก  มีสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย

     6.2  ความรู้สึกที่มีต่ออาจารย์  สอนสนุก  ไม่เครียด  แต่บางครั้งอาจารย์สอนเร็วจนเกินไป  ผลที่ตามมาคือเรียนไม่ทัน  อาจารย์เป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้นักศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  เช่นเดียวกัน

     6.3  ความรู้สึกที่มีต่อเพื่อน  เพื่อนนักศึกษาทุกคนมีการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน

เขียน:

ความเห็น (0)