อนุทิน #137847

                                                              ประเทศนิวซีแลนด์


ประเทศนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์อังกฤษ:New Zealand;มาวรี: Aotearoa หมายถึง "ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว" หรือ Niu Tirenio ซึ่งเป็นการทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็กๆจำนวนหนึ่ง ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนตะวันตกเฉียงใต้ - นิวซีแลนด์มีเมืองหลวงชื่อเวลลิงตัน

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ มากที่สุดประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลียซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร โดยที่มีทะเลแทสมันกั้นกลาง ดินแดนเดียวที่อยู่ทางใต้คือทวีปแอนตาร์กติกาและทางเหนือคือนิวแคลิโดเนียฟิจิและตองกา

นิวซีแลนด์ได้กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษด้วยสนธิสัญญาไวทังกิ(Treaty of Waitangi) เมื่อปีพ.ศ. 2383ซึ่งได้สัญญาไว้ว่าจะให้สิทธิในการเป็นผู้นำชนเผ่าอย่างเต็มรูปแบบ แก่ชาวมาวรีพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ ในปัจจุบันความหมายที่แน่นอนของสนธิสัญญานี้ยังคงเป็นข้อพิพาท และยังคงเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกและความไม่พอใจกันอยู่เนื่องจากมีการแปลสนธิสัญญาทั้งสองฉบับไม่ตรงกัน โดยในฉบับภาษาอังกฤษมีใจความว่าสหราชอาณาจักรจะปกครองประเทศและประชาชนของประเทศ ในขณะที่ในฉบับภาษามาวรีมีใจความว่าสหราชอาณาจักรจะเป็นฝ่ายสนับสนุนการปกครองของผู้นำที่ชาวมาวรีพึงใจให้ปกครอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2383 นิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นประเทศอิสระที่มีรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย(Constitutional Monarchy) และอยู่ภายใต้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นราชินีพระองค์เดียวกับที่ทรงปกครองประเทศอื่นในเครือจักรภพแห่งอังกฤษเช่นออสเตรเลียฟิจิฯลฯ นิวซีแลนด์รับผิดชอบการต่างประเทศของหมู่เกาะคุกและนีอูเอซึ่งเป็นพื้นที่ปกครองตนเองพิเศษโดยมีรัฐบาลราชอาณาจักรนิวซีแลนด์เป็นผู้ชี้แนะและปกครองโตเกเลาเป็นเมืองขึ้น

พื้นที่ส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์มีภูมิอากาศเขตอบอุ่น และภูมิประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและความสวยงามทางธรรมชาติ เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์เน้นการค้าโดยมีฐานจากการเกษตร ชาวนิวซีแลนด์โดยทั่วไปนิยมการเดินทางเดินทางและสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างประเทศและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมภายนอกเป็นกิจกรรมที่นิยมกันโดยเฉพาะกีฬาต่าง ๆ คือรักบี้ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติคริกเกตและเนตบอลรวมถึงกีฬาเอกซ์ตรีมสปอร์ตและการเดินไกล

การกำเนิดของนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 60 ล้านปีก่อน ห่างจากการกำเนิดประเทศต่างๆในโลกดั้งเดิมเมื่อกว่า 200 ล้านปีก่อน ดินแดนของนิวซีแลนด์และทวีปอื่นๆของโลกได้รวมตัวกันเป็นแผ่นดินใหญ่ในชื่อกอนด์วานาก่อนที่เมื่อ 83 ล้านปีก่อน ได้แยกตัวออกจากกันเป็นทวีปต่าง ๆ ในส่วนของนิวซีแลนด์ได้แยกตัวออกมาเป็นผืนแผ่นดินที่เป็นทวีปที่เรียกว่าซีแลนเดียมีขนาดเท่าประเทศอินเดียในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อ 60 ล้านปีก่อน ซีแลนเดียได้จมลงใต้ทะเลเช่นเดียวกับทวีปแอตแลนติสจนกระทั่งเมื่อ 24 ล้านปีก่อน เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเปลือกโลกใต้พิภพผลักดันให้แผ่นดินค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างช้า ๆจนเป็นประเทศนิวซีแลนด์อย่างในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยให้เห็นส่วนของซีแลนเดียที่จมลงใต้ทะเลลึกกว่า 5,000 ฟุต แต่ยังมีความเชื่อว่าซีแลนเดียไม่ได้จมน้ำทั้งหมด เพราะมีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า บางส่วนของซีแลนเดียไม่ได้จมน้ำทั้งหมดและในปัจจุบันนิวซีแลนด์มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงร้อยละ7 เท่านั้น

ปัจจุบัน นิวซีแลนด์อยู่ห่างจากออสเตรเลียทางตอนใต้ราว 1,000 ไมล์ แต่ทว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีความแตกต่างจากออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เกิดจากวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เดินทางมาสู่นิวซีแลนด์ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นทวีปซีแลนเดีย จนกระทั่งเมื่อราว 700 ปีก่อน มนุษย์กลุ่มแรกก็เดินทางมาถึงนิวซีแลนด์คือชาวชาวมาวรีอันเป็นชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์

ประเทศนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก และเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะตั้งอยู่กลางกระแสน้ำแบ่งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ ทางเหนือและทางใต้ของเกาะถูกแบ่งโดยช่องแคบคุกซึ่งมีความกว้าง 20 กิโลเมตร และเป็นจุดที่แคบที่สุดของเกาะ ปริมาณพื้นที่ของประเทศคือ 268,680 ตารางกิโลเมตร ( 103,738 ตารางไมล์ ) มีขนาดเล็กกว่าประเทศอิตาลีและประเทศญี่ปุ่นเล็กน้อย และเล็กกว่าสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เกาะที่มีขนาดเล็กกว่าที่มีผู้คนอาศัยอยู่และมีความสำคัญประกอบไปด้วยเกาะ Stewart Island/Rakiura; เกาะ Waiheke, เกาะ Great Barrier และเกาะ Chatham ประเทศนิวซีแลนด์มีแหล่งน้ำครอบคลุมทั่วประเทศและเป็นประเทศอันดับ 7 ของโลกที่มีพื้นที่ทางน้ำซึ่งมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจครอบคลุมถึง 4 ล้านตารางกิโลเมตร ( 1.5 ล้านตารางไมล์ ) มากกว่าขนาดพื้นที่ดินถึง 15 เท่า จุดที่สูงที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์คือภูเขา Aoraki/Mount Cook ซึ่งมีความสูง 3754 เมตร ( 12,320 ฟุต ) มีจุดที่สูงที่สุด 18 แห่งที่มีความสูงเกิน 3,000 เมตร ( 10,000 ฟุต ) อยู่ทางใต้ของเกาะ ทางเหนือของเกาะมีพื้นที่ที่เป็นภูเขาน้อยกว่าทางใต้ แต่เป็นที่รู้กันว่าภูเขาเหล่านั้นเป็นภูเขาไฟ ภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะทางเหนือคือภูเขา Mount Ruapehu ( 2,797 เมตร / 9,177 ฟุต ) และเป็นภูเขาไฟที่ยังประทุอยู่ มีพื้นที่หลายแห่งที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจและถูกนำไปเป็นฉากสำหรับถ่ายทำรายการทีวีและภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์เรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์และมหาบุรุษซามูไร

สภาพภูมิอากาศ

ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม – พฤษภาคม ฤดูหนาว มิถุนายน – สิงหาคม ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน – พฤศจิกายน เนื่องจากตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่น ทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก - ลมประจำที่พัดผ่าน คือลมฝ่ายตะวันตก - กระแสน้ำอุ่นออสเตรเลียตะวันออก อากาศแตกต่างกันดังนี้ - เกาะเหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทั่วเกาะ - เกาะใต้ชายฝั่งตะวันตกฝนชุกกว่าชายฝั่งตะวันออก - เกาะใต้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่ว และมีมากที่ Mt.Cook

การตั้งถิ่นฐาน

นิวซีแลนด์นั้นเดิมถูกปกครองโดยชาวเมารี แต่มีนักล่องเรือชาวดัตช์ ชื่อ ทวิน เจตด้า เปตโต้(Twin Jadda Phetto) ได้ล่องเรือเลียบมาทางออสเตรเลียและได้พบเกาะนิวซีแลนด์เข้า และได้พบกับชาวเมารีที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นมิตรจึงได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า Nieuw Zeeland หรือ New Zealand จากนั้นชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ก็เป็นที่รู้จักกันในยุโรป เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะกับการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์มาก ต่อมากัปตันเจมส์ คุก ได้ล่องเรือมาบ้าง แต่โชคดีที่มีคนบนเรือสามารถพูดภาษาไวทิงกิได้บ้าง จึงเจรจากับชาวเมารีได้ และพบว่าชาวเมารีเป็นชนเผ่าสายเลือดนับรบ จึงได้ตกลงแลกพืชพันธุ์กับอาวุธจากทางยุโรป และต่อมาเมื่อชาวเมารีมีอาวุธมากจึงสู้รบกันจนชนเผ่าเมารีลดลง ทางอังกฤษจึงได้ส่งคนมาทำสัญญา ที่มีชื่อว่า สนธิสัญญาไวทังกิ ขึ้น และส่งคนมาสำเร็จราชการแทนชื่อ วิลเลียม ฮอบสัน

การเมืองการปกครอง

นิวซีแลนด์มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาและราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประมุขแห่งรัฐคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2และมีGovernor Generalเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในนิวซีแลนด์

รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นกฎหมายที่ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครองแต่จะมีกฎหมายอื่นๆหลายฉบับมาประกอบกันเช่น Constitution ACT 1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้รวบรวมเอาหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจายอยู่มาบัญญัติไว้ด้วพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เป็นต้น แต่พระราชบัญญัติเหล่านี้ไม่มีบทบัญญัติ

นิติบัญญัติ

ปัจจุบันการปกครองของรัฐบาลนิวซีแลนด์ปกครองภายใต้ระบบรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ ระบบเวสต์มินสเตอร์) ซึ่งเป็นระบบที่ให้อำนาจตุลาการส่วนหนึ่งของฝ่ายตุลาการแก่ฝ่ายปกครอง และใช้ระบบ MMP (Mixed Member Proportion) ซึ่งเป็นระบบที่ให้สิทธิผู้เข้าเลือกตั้งเลือกพรรคและผู้นำของแต่ละพรรคในการเลือกตั้งรัฐบาล ซึ่งในอดีตเคยมีการใช้ระบบที่เรียกว่า FPP (First Past-the-Post) หรือระบบที่ผู้มาใช้สิทธิมีเพียง1เสียงในการเลือกตั้งรัฐบาลแต่ละครั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับระบบปัจจุบันในประเทศไทย ระบบนี้ใช้จนถึงปีพ.ศ. 2537 และมีที่นั่งในรัฐสภาจำนวน 120 ที่นั่ง (+1 ประธานสภา) ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศนิวซีแลนด์คือ John Key ผู้นำพรรค National

พรรคการเมืองปัจจุบัน

Green Party, Labour Party - พรรคฝ่ายค้าน, Mana Party, Māori Party - พรรคเมารีที่สมาชิคจะต้องเป็นลูกหลานของชนเผ่าเมารีเท่านั้น, National Party - พรรครัฐบาล, New Zealand First และ United Future

การแบ่งเขตการปกครอง

เมื่อเริ่มตั้งถิ่นฐานนิวซีแลนด์ได้แบ่งเป็นจังหวัดต่าง ๆ (provinces) ซึ่งได้ยกเลิกไปในพ.ศ. 2419เพื่อให้จัดการปกครองแบบศูนย์กลางเนื่องด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ทำให้นิวซีแลนด์ไม่มีการแบ่งการปกครองเป็นระดับรัฐ จังหวัด หรือเขต นอกจากรัฐบาลท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ความภูมิใจในระดับจังหวัดยังคงมีอยู่และมีการแข่งขันกันพัฒนาทั้งในทั้งด้านกีฬาและวัฒนธรรม

ตั้งแต่ พ.ศ. รัฐบาลท้องถิ่นได้ปกครองภูมิภาคต่าง ๆ ของนิวซีแลนด์ เนื่องจากแต่เดิมเป็นอาณานิคมของอังกฤษ รัฐบาลท้องถิ่นของนิวซีแลนด์จึงได้ออกแบบตามโครงสร้างรัฐบาลท้องถิ่นของอังกฤษ โดยมีสภาท้องถิ่นระดับเมืองโบโร(borough) และเคาน์ตี(county) ตามเวลาที่เปลี่ยนไป บางสภาได้รวมกัน หรือเปลี่ยนอาณาเขตตามข้อตกลงร่วมกัน และมีการสร้างสภาแห่งใหม่บางแห่ง ในพ.ศ. 2532รัฐบาลได้จัดรัฐบาลท้องถิ่นใหม่ทั้งหมด เป็นแบบ 2 ระดับ ในปัจจุบัน คือสภาภูมิภาค(regional councils) และสภาดินแดน(territorial authorities)

ปัจจุบัน นิวซีแลนด์มีสภาภูมิภาค 12 แห่ง สำหรับการปกครองเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการขนส่ง และสภาดินแดน 74 แห่ง ที่ดูแลด้านสาธารณูปโภค การสร้างถนน การระบายน้ำเสีย การอนุญาตการก่อสร้าง และเรื่องอื่น ๆ ภายในท้องถิ่น สภาดินแดนมี 74 แห่ง แบ่งออกเป็นสภานคร (city council) 16 แห่ง สภาเขต (district council) 57 แห่ง และสภาหมู่เกาะแชทัม (Chatham Islands Council) สภาดินแดน 4 แห่ง (1 นครและ 3 เขต) และสภาหมู่เกาะแชทัมทำหน้าที่เช่นเดียวกับสภาภูมิภาค จึงเรียกว่า unitary authorities เขตของดินแดนไม่จัดเป็นเขตย่อยของเขตของสภาภูมิภาค และบางดินแดนมีการคร่อมเขตของสภาภูมิภาค

เศรษฐกิจ

นิวซีแลนด์เป็นประเทศหนึ่งในเขตแปซิฟิกที่มีการทำอุตสาหกรรม เช่น การต่อเรือ โรงงานเบียร์ไวท์ โรงงานปลากระป๋องแต่ส่วนใหญ่การอุตสาหกรรมในนิวซีแลนด์มีน้อยมาก และ มีการทำอุตสาหกรรมการเกษตรเช่นการทำผลไม้กระป๋องอุตสาหกรรมการขุดแร่เช่นถ่านหินเหล็ก อุตสาหกรรมป่าไม้ และ ยังมีการเพาะปลูกที่ทำให้นิวซีแลนด์มีรายได้มากส่วนหนึ่ง เช่นข้าวโอ๊ตข้าวสาลีข้าวบาร์เลย์และ ผลไม้เช่นสตรอเบอรี่และแอปเปิลเป็นต้น

สถานะทางเศรษฐกิจ

นิวซีแลนด์มีสถานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในช่วงปี 1950-1960อย่างไรก็ตามในช่วงทศวรรษ 1970การส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของนิวซีแลนด์ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากการเข้าสู่ตลาดโลกกระทำได้ยากขึ้น ในปี 1984รัฐบาลได้เปลี่ยนนโยบายมาเน้นการลดอัตราเงินเฟ้อและสร้างสถานภาพทางการคลังที่มั่นคง รวมทั้งการเปิดตลาดให้สินค้าจากตลาดโลกเข้ามาแข่งขันกับสินค้านิวซีแลนด์ได้โดยไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ฟื้นตัวและขยายตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงทศวรรษที่ 1990นิวซีแลนด์มีการขยายตัวของGDPเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ยปีละร้อยละ 2.7เป็นเฉลี่ยปีละมากกว่าร้อยละ 3ตั้งแต่ปี 1999และ ขยายตัวเป็นร้อยละ 4 ในช่วงปี 2002-2003 การขยายตัวในช่วงนี้เป็นผลจากการขยายตัวของผลผลิตทางการเกษตร ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนที่แข่งขันได้ และตลาดแรงงานที่มีคุณภาพ

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นิวซีแลนด์มีการเติบโตที่ดีในภาคบริการ โดยภาคบริการมีสัดส่วนคิดเป็น 2 ใน 3 ของ GDPธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ การขนส่งและการสื่อสาร ขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวและการศึกษาเป็นแหล่งรายได้จากต่างประเทศที่สำคัญ

ในภาคอุตสาหกรรม นิวซีแลนด์มีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 และอัตราการว่างงานลดลง การค้าที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ต่อปีตั้งแต่ปี 1990 ภาคเกษตรกรรมของนิวซีแลนด์ มีสัดส่วนร้อยละ 4.9 ของ GDP สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ขนแกะ แอ๊ปเปิ้ล กีวี่ หัวหอม และผักแปรรูป นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังมีการส่งออกแร่เชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ป่าไม้ เหมืองแร่และประมงคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.7 ของ GDP หรือร้อยละ 18 ของมูลค่าการส่งออก

มูลค่าการค้าและแนวโน้ม

นิวซีแลนด์มีพื้นฐานทางการค้าขึ้นอยู่กับการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกของนิวซีแลนด์มีมูลค่า 15.4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ทั้งนี้การส่งออกของนิวซีแลนด์ มีสัดส่วนร้อยละ 0.22 ของการส่งออกโลก และการนำเข้ามีสัดส่วนร้อยละ 0.23 ของการนำเข้าโลก อย่างไรก็ตามสินค้าของนิวซีแลนด์กลับมีบทบาทในตลาดโลกค่อนข้างสูง เช่น ผลิตภัณฑ์นมและเนื้อแกะ

ภาคเกษตรกรรมของนิวซีแลนด์คิดเป็นร้อยละ 51 ของการส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกเนื้อแกะ เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์นม ตลาดหลักของนิวซีแลนด์ ได้แก่ ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาขณะเดียวกัน นิวซีแลนด์มีการนำเข้าหลักจาก ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยปี 2003 การนำเข้าของนิวซีแลนด์มีมูลค่า 16.8 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกและนำเข้าที่สำคัญของนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์มีความได้เปรียบในการส่งออกสินค้าด้านทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเน้นในด้านเกษตรกรรม การทำสวน ป่าไม้และประมง สินค้าเกษตรกรรมส่งออกที่สำคัญของนิวซีแลนด์ ได้แก่ เนื้อแกะ เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม ขนแกะ หนังสัตว์ ผักและผลไม้ สินค้าส่งออกอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า(ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เครื่องล้างจาน)น้ำมันดิบ อาหารทะเล แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมนิวซีแลนด์มีการนำเข้ายานยนต์ น้ำมันดิบและปิโตรเลียมสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 10.3,6.1 และ3.3 ตามลำดันอกจากนี้ยังมีการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้า พาหนะขนาดใหญ่ เครื่องบิน เครื่องมือทางการแพทย์ และชิ้นส่วนยานยนต์

การค้าระหว่างไทย-นิวซีแลนด์

ไทยและนิวซีแลนด์ มีมูลค่าการค้าสินค้าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 ของมูลค่าการค้ารวม ซึ่งสินค้าไทยที่ส่งออกไปนิวซีแลนด์ที่สำคัญจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักร พลาสติก และอาหารทะเลแปรรูปส่วนสินค้านิวซีแลนด์ที่ส่งออกมายังไทยเป็นสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์นม ธัญพืช ไม้ ผักและผลไม้ จากพื้นฐานโครงสร้างทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ นิวซีแลนด์จะเน้นในการส่งออกสินค้าขั้นต้นและสินค้าขั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ไทยจะเน้นสินค้าอุตสาหกรรม ในด้านสินค้าเกษตรไทยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ น้ำตาล ข้าว ไก่และผลไม้อบแห้ง ส่วนนิวซีแลนด์จะเน้นการส่งออกผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ผลไม้เมืองหนาวและผัก

การส่งออกของไทยไปนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1998 ยกเว้นในปี 2000 ที่การส่งออกลดลงร้อยละ 2 การส่งออกเฉลี่ยระหว่างปี 1998-2003 มีมูลค่า 229.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2003 มีมูลค่าสูงถึง 334.8 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 สำหรับการส่งออกของนิวซีแลนด์มาไทยก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ในปี 2003การส่งออกของนิวซีแลนด์มาไทยมีมูลค่ารวม 211 ล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 16 ปัจจุบันนิวซีแลนด์เป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 38 และแหล่งนำเข้าเป็นลำดับที่ 37 ของไทย โดยตั้งแต่ปี 1999 ไทยเกินดุลการค้ากับนิวซีแลนด์อย่างต่อเนื่อง

นโยบายภาษี

อัตราภาษีเฉลี่ยของไทยขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 17.24 โดยสินค้าเกษตรกรรมจะมีอัตราภาษีเฉลี่ยร้อยละ 39.7 และสินค้าอุตสาหกรรมร้อยละ 13.88 ในปี 2003 ไทยมีโควตาภาษีสำหรับสินค้าจำนวน 23 รายการครอบคลุมร้อยละ 1 ของสินค้าทั้งหมด โดยประมาณร้อยละ 60 ของอัตราภาษีนอกโควตาเป็นการเก็บภาษีตามราคา

สำหรับนิวซีแลนด์ร้อยละ 95 ของสินค้านำเข้าจะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนอัตราภาษีปกติของนิวซีแลนด์จะอยู่ระหว่างร้อยละ 5–7 ยกเว้นในบางอุตสาหกรรมที่ยังคงมีอัตราภาษีที่สูง เช่น เสื้อผ้าและรองเท้า (ร้อยละ 19) นอกจากนี้นิวซีแลนด์จะมีการทบทวนอัตราภาษีที่จะมีการใช้ในปี 2005 ซึ่งจะมีการปรับลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่มีภาษีร้อยละ 12.5 หรือต่ำกว่า ลงเหลือร้อยละ 5 ภายใน 1 มกราคม 2008 สำหรับสินค้าที่มีอัตราภาษีสูงระหว่างร้อยละ 17-19 จะลดลงเหลือร้อยละ 10 ภายใน 1 กรกฎาคม 2009 และการจัดเก็บภาษีตามราคาจะเปลี่ยนเป็นการเก็บภาษีตามสภาพ สำหรับสินค้าที่มีภาษีร้อยละ 5 หรือต่ำกว่า ยังคงอัตราภาษีเช่นเดิม

อุตสาหกรรมที่สำคัญ

อุตสาหกรรมรถยนต์

อุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆของไทย ตั้งแต่อดีตรัฐบาลไทยพยายามที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่สำคัญของเอเซียโดยเริ่มจากการใช้นโยบายการผลิตเพื่อการทดแทนการนำเข้า แต่ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกในช่วงปลายปี 1985

ในแต่ละปีการส่งออกรถยนต์ของไทยไปยังนิวซีแลนด์ทำรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยภายในกลุ่มสินค้ารถยนต์และชิ้นส่วนมีรถกระบะ และรถจี๊ป เป็นสินค้าส่งออกหลัก ในช่วงสองปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกของสินค้าทั้งสองชนิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 65.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยมีส่วนแบ่งในตลาดนิวซีแลนด์สูงถึงร้อยละ 30

ภาษีนำเข้าสินค้ารถยนต์และชิ้นส่วนของนิวซีแลนด์ค่อนข้างสูง คืออยู่ระหว่างร้อยละ 0-17.5 ภาษีส่วนใหญ่จะจัดเก็บกับสินค้าชิ้นส่วนรถยนต์ หม้อน้ำ และท่อไอเสีย เป็นต้น ในขณะที่ภาษีรถยนต์จะต่ำกว่า จึงทำให้มูลค่าการส่งออกรถยนต์ของไทยไปยังนิวซีแลนด์สูงกว่าเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วน ซึ่งการลดภาษีภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีจะทำให้ประเทศไทยสามารถมีส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นในส่วนของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

นิวซีแลนด์เริ่มให้ความสนใจในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2003 นิวซีแลนด์มีมูลค่าการส่งออกในอุตสาหกรรมประเภทนี้ถึง 120 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของนิวซีแลนด์ คือ ยางรถยนต์ ท่อไอเสียและชิ้นส่วนอื่น ๆ ขณะที่ไทยยังคงมีภาษีนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนที่สูงประมาณร้อยละ 10-42

เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรกล

มูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปยังนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นการส่งออกตู้เย็นเพิ่มขึ้นจาก 213,762 เหรียญสหรัฐในปี 2000 มีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2003 สำหรับการส่งออกเครื่องสำหรับอัดอากาศ (Compressor) ของตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าร้อยละ 150 จากปี 2000-2003 ทั้งนี้การที่สินค้าของไทยมีส่วนแบ่งในตลาดในระดับสูงและเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งแสดงถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความต้องการในอุตสาหกรรมนี้ในนิวซีแลนด์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ภาษีของนิวซีแลนด์ในสินค้ากลุ่มนี้มีตั้งแต่ ร้อยละ 0-10 ซึ่งประมาณร้อยละ 50 ของสินค้าส่งออกของไทยไปยังตลาดนิวซีแลนด์ไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าอยู่แล้ว อย่างไรก็ดีการลดภาษีภายใต้โครงสร้างความตกลงการค้าเสรี จะกระตุ้นการค้าในกลุ่มสินค้านี้และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดนิวซีแลนด์ต่อไป

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรกลในบางสินค้าเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันผู้ส่งออกนิวซีแลนด์ยังคงประสบกับอัตราภาษีนำเข้าของไทย เช่น ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เครื่องล้างจาน และเครื่องซักผ้า มีอัตราภาษีนำเข้าอยู่ระหว่างร้อยละ 20-30

ผลิตภัณฑ์พลาสติก

ผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นสินค้าส่งออกอีกกลุ่มหนึ่งของไทยที่มีศักยภาพที่จะขยายตลาดไปยังนิวซีแลนด์ในอนาคต มูลค่าการส่งออกของสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 13 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2000 เป็น 20 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2003 อย่างไรก็ดีส่วนแบ่งตลาดของไทยยังคงน้อยคือประมาณร้อยละ 3.7 ของการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดของนิวซีแลนด์

อัตราภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของนิวซีแลนด์นั้นอยู่ในระดับปานกลางตั้งแต่ ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 7แต่สินค้าเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากพลาสติก เช่น เสื้อหนาว เสื้อแจ็กเก็ต มีภาษีสูงถึงร้อยละ 19

ขณะเดียวกันนิวซีแลนด์มีการส่งออกวัสดุพลาสติกมาไทยเช่นกัน โดยในปี 2003 มีมูลค่าสูงถึง 6.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภาษีนำเข้าของไทยอยู่ระหว่างร้อยละ 5-30

ทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์จากการลดและยกเลิกการเก็บภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี รวมทั้งได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย

เหล็ก

ในปัจจุบันเหล็กเป็นสินค้าสำคัญรายการหนึ่งที่ไทยส่งออกไปยังนิวซีแลนด์มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 2000-2003 มูลค่าการส่งออกและส่วนแบ่งในตลาดโดยทั่วไปเพิ่มขึ้น เช่นการส่งออกเหล็กแท่ง(bars and rods) เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 รวมทั้งการส่งออกเหล็กที่ไม่มีอัลลอยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 100 ถึงแม้ไทยจะมีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้น แต่ส่วนแบ่งในตลาดน้อยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ขณะที่นิวซีแลนดืมีความต้องการนำเข้าอุตสาหกรรมนี้เพิ่มมากขึ้น

นิวซีแลนด์จะมีภาษีที่ค่อนข้างต่ำในสินค้าเหล็กคือร้อยละ 0-6.5 ซึ่งการลดภาษีในส่วนนี้ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีจะทำให้ไทยได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์สูงขึ้น ซึ่งขณะที่นิวซีแลนด์มีภาษีอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ไม่เป็นผลกระทบสำคัญต่อผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กของนิวซีแลนด์ เนื่องจากผู้ผลิตของนิวซีแลนด์เน้นในการสร้างตลาดเฉพาะ เช่น การผลิตเหล็กในรูปแบบยาก ๆ

อาหารกระป๋องและอาหารแปรรูป

อาหารกระป๋องและอาหารแปรรูปเป็นสินค้าส่งออกกลุ่มเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีปลาและกุ้งแปรรูปเป็นสินค้าส่งออกหลัก การส่งออกไปนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 2000-2003 แสดงให้เห็นว่ามูลค่าการค้าของทั้งสองสินค้าสูงถึงเกือบ 12ล้านเหรียญสหรัฐ ทิศทางโดยรวมของการส่งออกของไทยนั้นเพิ่มขึ้น สินค้าของไทยมีส่วนแบ่งในตลาดนิวซีแลนด์มากกว่าร้อยละ 70 อย่างไรก็ตามแนวโน้มตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2003 แสดงให้เห็นว่าไทยได้เสียส่วนแบ่งในตลาดนิวซีแลนด์ของสินค้ากุ้งแปรรูปนี้ไปประมาณร้อยละ 10ขณะที่สินค้าปลาแปรรูปมีส่วนแบ่งตลาดลดลงจาดร้อยละ 47.5 ในปี 2001 เป็นร้อยละ 43.3 ในปี 2003

ความสามารถในการแข่งขันของไทยในสินค้ากลุ่มนี้ส่วนหนึ่งเนื่องจากไทยมีทางออกสู่ทะเล มีทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสม มีแรงงานและเทคโนโลยี รวมทั้งในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมฟาร์มกุ้งและอาหารทะเลอื่นๆ นอกเหนือจากการทำการส่งออกอาหารกระป๋องที่มีคุณภาพในราคาถูกไปยังต่างประเทศ ซึ่งนิวซีแลนด์นั้นมีการเก็บภาษีสินค้านำเข้ากลุ่มนี้ในอัตราที่ต่ำประมาณร้อยละ 0-6.5

ไทยมีการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบจากนิวซีแลนด์ในการผลิตอาหารแปรรูป การลดภาษีนำเข้าของสินค้าประเภทอาหารและเกษตรจะช่วยสนองความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในการขยายตัวอุตสาหกรรมประเภทนี้ของไทย

ไทยในฐานะที่เป็นผุ้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปเป็นตลาดส่งออกประมงที่สำคัญของนิวซีแลนด์ ได้แก่ปลาทูน่า และเนื้อปลา

สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า

มูลค่าการส่งออกรวมของสินค้าในกลุ่มนี้ของไทยไปนิวซีแลนด์ในปี 2003 สูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าที่มีการส่งออกสูงสุดคือสินค้าจำพวกผ้า เช่น กระเป๋า มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสินค้าส่งออกประเภทผ้าที่ทำด้วยมือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40จาก 1.6ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2002เป็น 2.1ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2003นอกจากนี้สินค้าพวกเครื่องนุ่งห่มที่ไม่ใช่ประเภทถักมีการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นในเวลาเดียวกันซึ่งแนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในการในการส่งออกสินค้าประเภทนี้ของไทย

ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าประเภทนี้ของไทยในตลาดนิวซีแลนด์มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น และเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างคงที่ โดยคู่แข่งขันที่สำคัญของไทยคือ สินค้าจากจีน ปัจจุบันไทยส่งออกเป็นลำดับที่ 12 ในตลาดนิวซีแลนด์ ซึ่งการลดภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีจะช่วยให้ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น

นิวซีแลนด์มีการเก็บภาษีในสินค้ากลุ่มนี้ทั้งภาษีตามราคาและภาษีตามสภาพ โดยที่ภาษีตามราคามีตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 12.5 ในสินค้าสิ่งทอและร้อยละ 0-20 ในสินค้าเครื่องนุ่งห่ม

อุตสาหกรรมภาคการผลิตสินค้าสิ่งทอ เครื่องนุ่มห่มและรองเท้าของนิวซีแลนด์ได้รับการปกป้องด้วยภาษีที่ค่อนข้างสูง แต่ในปี 2005 จะมีการปรับลดภาษีลง โครงสร้างการผลิตสินค้าประเภทนี้ของนิวซีแลนด์มีการเปลี่ยนจากการผลิตโดยใช้วัตถุดิบราคาถูกไปเป็นการผลิตสินค้าเฉพาะกลุ่มที่มีราคาสูง ซึ่งจากพื้นฐานของปัจจัยดังกล่าวมีแนวโน้มให้ผลกระทบภายใต้ความตกลงการค้าเสรีต่อภาคอุตสาหกรรมนี้มีเพียงเล็กน้อย ขณะที่ประโยชน์ที่ได้รับจะมีส่วนช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าในระดับสูงของนิวซีแลนด์มีวัตถุดิบในการผลิตที่ถูกลงและได้ตลาดมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์นม

ภาคการผลิตสินค้าประเภทนมและผลิตภัณฑ์นมภาคอุตสาหรรมที่มหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมีมูลค่าประมาณร้อยละ 17ของมูลค่าส่งออกสินค้ารวม และสร้างงานให้กับคนในชนบทของนิวซีแลนด์ถึง 24,000คน นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจในระบบเปิดที่อนุญาตให้มีการแข่งขันของสินค้าในภาคอุตสาหกรรมนม โดยมีผลิตภัณฑ์นมที่ขายในประเทศเป็นสินค้านำเข้าถึงร้อยละ 15 นิวซีแลนด์เป็นประเทศส่งออกสินค้าประเภทนมที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองของโลก แม้กระนั้นส่วนแบ่งตลาดของนิวซีแลนด์ในตลาดโลกยังคงน้อยคือ ประมาณ ร้อยละ 2.5

ผู้บริโภคและผู้ผลิตในไทยรวมไปถึงผู้ส่งออกของนิวซีแลนด์ได้รับประโยชน์จากการค้าสินค้ากลุ่มนี้ด้วยกัน การนำเข้านมพร่องมันเนย และ นมผงเป็นส่วนสำคัญที่ชดเชยการที่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตสินค้ากลุ่มนี้ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการทั้งการบริโภคและการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ซึ่งถึงแม้ว่าการผลิตน้ำนมดิบของไทยจะเพิ่มขึ้นกว่าครึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผลผลิตที่ได้ยังคงตอบสนองของความต้องการน้ำนมภายในประเทศได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ส่งออกนมให้แก่ไทยอย่างสม่ำเสมอ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยการส่งออกคงอยู่ในระดับเดิมตั้งแต่ปี 1998 แต่ก็มากกว่าออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในตลาดต่างประเทศ และนิวซีแลนด์ยังเป็นประเทศหลักที่ขายสูตรนมสำหรับเด็กให้กับประเทศไทย ถึงแม้ว่าออสเตรเลียจะเป็นประเทศหลักในการขายปลีกสินค้าดังกล่าว ในขณะนี้ประเทศไทยเป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 11 ของนิวซีแลนด์ โดยนำเข้าประมาณ ร้อยละ 6 ของการส่งออกทั้งหมด

ข้อจำกัดในการส่งออกนมจากนิวซีแลนด์มายังไทย ได้แก่ การกำหนดโควตาที่ 55,000 ตัน ภาษีศุลกากรและข้อกำหนดเรื่องสัดส่วนวัตถุดิบภายในประเทศต่อสินค้าที่ใช้ในโครงการจัดสรรนมให้แก่โรงเรียนของรัฐ ภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 20 ในปี 2003 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่เก็บได้ภายใต้ข้อผูกมัดภายใต้องค์การการค้าโลกส่วนภาษีนอกโควตาของไทยนั้นสูงมากโดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 200 สำหรับสินค้าที่ไม่มีโควตา เช่น นมผงบางชนิดและเนย มีการเก็บภาษีที่ ร้อยละ 18 และร้อยละ 30 ตามลำดับ ส่วนนมสำหรับทารก (ไม่ใช่สำหรับการขายปลีก) มีการเก็บภาษีที่ร้อยละ 5

นมผงส่วนใหญ่ที่ไทยนำเข้าจากนิวซีแลนด์นั้นนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ซึ่งความต้องการของส่วนผสมที่มีคุณภาพดีของไทยเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่รัฐบาลมียุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ดังนั้นการลดข้อจำกัดการนำเข้าต่อสินค้าประเภทนมจะทำให้อุตสาหกรรมกลุ่มนี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและได้รับประโยชน์จากการลดลงของต้นทุนการผลิต การที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปจะเป็นพื้นฐานในการที่จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

การส่งออกของนิวซีแลนด์ที่เน้นหนักไปที่การขายนมผงให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของไทยนั้นแตกต่างไปจากการผลิตนมภายในประเทศที่เป็นการผลิตน้ำนมให้แก่ผู้บริโภคภายในประเทศและโครงการนมโรงเรียน ซึ่งความแตกต่างนี้เมื่อรวมกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดวัตถุดิบที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จะทำให้ผู้ผลิตทั้งไทยและนิวซีแลนด์มีตลาดให้กับสินค้าตัวเองมากขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีต่ออุตสาหกรรมนมของไทยคือข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลียที่จะทำให้ออสเตรเลียสามารถเข้าสู่ตลาดของไทยได้มากขึ้น ซึ่งการเปิดตลาดให้กับสินค้าจากนิวซีแลนด์ก็ไม่น่าที่จะมีผลมากนักต่อผู้ผลิตนมในประเทศ

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของไทยเน้นในด้านอุตสาหกรรม และคนส่วนใหญ่ในชนบทยังคงเกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมอยู่ ไทยจึงระวังในการเปิดเสรีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชาวนาและคนงาน โดยมีภาษีนำเข้าที่สูงและมีการกำหนดปริมาณการนำเข้าในผลิตภัณฑ์นมเพื่อสนันสนุนการผลิตในประเทศ อย่างไรก็ดี แนวโน้มของโลกในการเปิดการค้าเสรีทำให้ท่าทีของไทยมีการลดข้อกีดกันทางการค้าควบคู่ไปกับการติดตามเฝ้าระวังและการปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

เนื้อสัตว์

ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจนิวซีแลนด์เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมนม โดยมีมูลค่าประมาณร้อยละ 15 ของสินค้าส่งออก ในปี 2003การส่งออกเนื้อสัตว์มีมูลค่ารวม 2.4พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าหลักจะเป็นเนื้อแกะและเนื้อวัว โดยในปี 1998 อุตสาหกรรมนี้มีการจ้างงานสูงถึง 29,000 คน อย่างไรก็ดีตั้งแต่ช่วงปี 1980ปริมาณแกะและการทำฟาร์มวัวได้ลดลงเนื่องจากการนำที่ดินไปใช้ในการทำฟาร์มเพื่อผลิตนม การเลี้ยงกวางและการทำป่าไม้แทน แต่การปริมาณลดลงนี้ชดเชยด้วยการความสามารถในการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

สินค้าเนื้อสัตว์ของนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ขายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยมาจากผลิตภัณฑ์เนื้อวัวและลูกวัวประมาณร้อยละ 85 และจากเนื้อแกะร้อยละ 80 ในขณะที่นิวซีแลนด์เป็นผู้นำเข้าสุทธิสินค้าประเภทเนื้อหมูแช่แข็งและเบคอน

ถึงแม้ว่านิวซีแลนด์จะมีการส่งออกเนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อลูกวัวมาก แต่การส่งออกไปไทยยังอยู่ในระดับปานกลางโดยในปี 2003 เนื้อวัวที่ส่งออกมีมูลค่าน้อยกว่าร้อยละ 1 ของสินค้าทั้งหมดที่นิวซีแลนด์ส่งมายังไทย การนำเข้าเนื้อแดงของไทยนั้นต่ำมาก คืออยู่ที่ประมาณ 5.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากหลายๆ ปัจจัยเช่น รูปแบบการบริโภคและมาตรการทางการค้าต่างๆ

ภาษีของไทยที่เก็บในสินค้าเนื้อวัว และเนื้อแกะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 และ ร้อยละ 30 ตามลำดับ การยกเลิกการเก็บภาษีภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีจะทำให้ผู้บริโภคของไทยและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้รับประโยชน์จากแหล่งสินค้าที่มีการแข่งขันกัน การเติบโตของภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวจะส่งผลให้เกิดความต้องการเนื้อที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลผลิตของนิวซีแลนด์ก็สามารถตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าวในประเทศต่างๆในภูมิภาคได้

จากสภาพอากาศและทรัพยากรที่ไทยมีอยู่ทำให้ไทยไม่มีความได้เปรียบในอุตสาหกรรมนี้ ตลาดสำหรับการผลิตเนื้อสัตว์ในประเทศส่วนมากเป็นตลาดระดับล่าง ขณะที่ตลาดสำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากนิวซีแลนด์เป็นตลาดระดับสูง ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศมากนัก อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรจากการเปิดเสรีผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด

ผักและผลไม้

ตั้งแต่ปี 1990 อุตสาหกรรมเกษตรของนิวซีแลนด์ได้ขยายตัวอย่างมาก การส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวภายในช่วงเวลา 13 ปีที่ผ่านมาโดยเป็นผลหลักจากการขยายตัวของการส่งออกกีวี่แอปเปิ้ลหัวหอม และไวน์ซึ่งสินค้าเหล่านี้ถูกส่งออกไปกว่า 110 ประเทศและได้สร้างงานให้กับคนนิวซีแลนด์กว่า 30,000 คน

ประเทศไทยมีการเก็บภาษีสินค้าประเภทนี้ที่ค่อนข้างเข้มงวดและสูงถึงประมาณร้อยละ 10 ถึง 60สำหรับสินค้าผักและผลไม้เมืองหนาว สินค้านำเข้าส่วนใหญ่มีการเก็บภาษีตามสภาพตามน้ำหนัก เช่น มันฝรั่งแปรรูปแช่แข็งซึ่งถ้าเทียบเป็นภาษีตามราคาแล้วอยู่ที่ประมาณร้อยละ 84 นอกจากนี้การจำกัดโควตาการนำเข้ายังนำมาใช้กับสินค้าผักและผลไม้อีกหลายชนิดซึ่งรวมถึงหัวหอมและมันฝรั่ง

เนื่องจากสินค้าของนิวซีแลนด์มีชื่อเสียงประกอบกับมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกับประเทศต่างๆ ถึงแม้จะมีมาตรการภาษีสูง ผักผลไม้จากนิวซีแลนด์ยังคงเป็นที่ต้องการในประเทศไทยโดยตัวเลขการส่งออกมายังประเทศไทยในปี 2003มีมูลค่าถึง6.8ล้านเหรียญสหรัฐฯซึ่งสินค้าหลักคือแอ๊ปเปิ้ลแครอทและมันฝรั่งแช่แข็งการจัดทำความตกลงการค้าเสรีจะให้ประโยชน์แก่ทั้งผู้ผลิตในนิวซีแลนด์และผู้บริโภคในประเทศไทยจากการแข่งขัน คุณภาพ และทางเลือกที่มีมากขึ้น ผู้ผลิตและส่งออกในนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยของอาหารซึ่งเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการนำผลผลิตออกขายในตลาดระดับสูงของไทย

ความสอดคล้องทางการผลิตระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ และความเป็นจริงที่ว่าสินค้าผักผลไม้ของนิวซีแลนด์เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในไทย แสดงให้เห็นว่าการจัดทำความตกลงการค้าเสรีจะให้โอกาสแก่ผู้ส่งออกของนิวซีแลนด์โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ นอกจากนี้ข้อตกลงการค้าเสรีจะให้โอกาสแข่งขันกับผู้ผลิตจากประเทศอื่นๆที่ไทยทำข้อตกลงการค้าเสรีด้วย

อาหารทะเล

อุตสาหกรรมอาหารทะเลทำเงินให้กับนิวซีแลนด์ ปีละ 377 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นอุตสาหกรรมสำคัญต่อเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ การส่งออกอาหารทะเลในปี 2003 มีมูลค่ารวม 678 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 4 ของการส่งออกทั้งหมด หลักการทำประมงของนิวซีแลนด์นั้นอยู่บนพื้นฐานของการประมงที่ยั่งยืนโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้แก่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี 1990 ธุรกิจนี้ได้รับการลงทุนอย่างมากจากบริษัทนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะธุรกิจประมงทะเล

ขณะนี้ไทยไม่มีการเก็บภาษีอาหารทะเลจากนิวซีแลนด์ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเพื่อการส่งออกและเนื่องจากไทยมีอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปที่ใหญ่มากของโลก จะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากการลดภาษีนำเข้าต่อสินค้าวัตถุดิบ อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงเก็บภาษีร้อยละ 30 ในสินค้าอาหารทะเลที่นำเข้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการผลิตปลาน้ำเย็นและสัตว์ทะเลมีเปลือกในขณะที่ไทยมีความสามารถในการผลิตปลาน้ำอุ่น

การจัดทำความตกลงการค้าเสรีจะนำผลประโยชน์สู่ผู้บริโภคในไทยโดยตอบสนองความต้องการของธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ นอกจากนี้สินค้า ปลาทูน่า กุ้งใหญ่ และปลาจากนิวซีแลนด์จะสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกับสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย

ผลิตภัณฑ์ป่าไม้

อุตสาหกรรมป่าไม้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 1.2 ของ GDP โดยสินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์จะเป็นไปเพื่อการส่งออก ซึ่งก่อนหน้านี้ปัจจัยภายในประเทศได้มีผลกระทบกับอุตสาหกรรมป่าไม้อย่างมาก เช่น การตื่นตัวในการลงทุนในธุรกิจบ้านจัดสรรและอสังหาริมทรัพย์ทำให้มีการขายไม้เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก

ไทยมีการเก็บภาษีนำเข้าไม้ที่ยังไม่ได้แปรรูปประมาณร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 1 ขณะที่เก็บภาษีสินค้าไม้ขั้นกลางที่เป็นสินค้าหลักที่นิวซีแลนด์ส่งออก เช่น แผ่นใยไม้อัดและไม้อัด ในอัตราภาษีที่ร้อยละ 12.5 สินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงเช่น เครื่องไม้ เฟอร์นิเจอร์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์มีอัตราภาษีที่ร้อยละ 20 ซึ่งการเก็บภาษีลักษณะนี้เรียกว่า การเก็บภาษีแบบขั้นบันได (Tariff escalation) ทำให้การส่งออกสินค้าสำเร็จรูปของนิวซีแลนด์มาไทยมีเพียง 168,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่การส่งออกไปยังตลาดโลกมีมูลค่าประมาณ 352 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ส่วนไม้ที่ยังไม่ได้แปรรูปและเนื้อไม้ที่ส่งออกมายังไทยมีมูลค่า 19.4 ล้านเหรียญในปี 2003

การเปิดการค้าเสรีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี จะนำประโยชน์มาสู่อุตสาหกรรมส่งออก เฟอร์นิเจอร์ และกระดาษอัดของไทย โดยจะสามารถซื้อสินค้าวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีได้ในราคาถูก สินค้าไทยและนิวซีแลนด์น่าจะขยายการส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกได้โดยไม่แข่งขันกันเอง นอกจากนี้ผู้ผลิตในนิวซีแลนด์จะได้รับประโยชน์จากการมีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้นในตลาดของไทย

กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า

ไทยและนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้ามากเพราะเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการทำความตกลงทางการค้าเสรี ซึ่งกฎดังกล่าวจะตัดสินว่าสินค้าใดที่จะได้รับการยกเว้นหรือได้รับภาษีในอัตราพิเศษภายใต้ข้อตกลง กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในขณะที่พิจารณาถึงความเป็นจริงในแง่ของลักษณะภูมิประเทศและปัจจัยต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ ซึ่งกฎดังกล่าวจะต้องสามารถนำมาปฏิบัติและบังคับใช้ได้จริง ในขณะเดียวกันผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้ามาใช้จะต้องตกอยู่กับประเทศที่เป็นภาคีของข้อตกลงเท่านั้น อย่างไรก็ตามในสภาพที่ภาษีอยู่ในระดับต่ำนั้น กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าที่มีการกำหนดหลักการที่เกินควรจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการดูแลกำกับที่มากเกินไปจนอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า

ไทยนั้นมีการทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ AFTA โดยภายใต้ข้อตกลงนี้กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าจะใช้เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าส่งออกที่ได้รับอัตราภาษีพิเศษจากประเทศสมาชิกจะเป็นสินค้าที่มาจากประเทศที่อยู่ในข้อตกลงหรือเป็นสินค้าที่ได้รับการแปรรูปเป็นหลักในประเทศสมาชิก โดย AFTA ได้กำหนดให้มีมูลค่าของสินค้าวัตถุดิบภายในประเทศอย่างน้อยร้อยละ 40 ของราคาสินค้า FOB เพื่อให้มีการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation)

นิวซีแลนด์นั้นใช้หลักการคิดราคาสินค้าแบบกฎมูลค่าเพิ่ม (Undifferentiated Value-Added) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งต่างจากวิธีการของ AFTA โดยจะไม่คิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากสินค้าผลิตเสร็จแล้ว นอกจากนี้กฎแหล่งกำเนิดสินค้าของนิวซีแลนด์จะแบ่งเป็นสองส่วนด้วยคือ มูลค่าของสินค้าวัตถุดิบภายในประเทศจะต้องได้ตามที่กำหนดและกระบวนการในการผลิตสินค้าขั้นสุดท้ายจะต้องเกิดขึ้นในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากสิทธิพิเศษ

การท่องเที่ยว

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่มีการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวมักเป็นการเที่ยวชมธรรมชาติที่หลากหลาย แบ่งเป็นเกาะใหญ่ 2 เกาะ

ประชากร

เชื้อชาติ

ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษและชนเผ่าพื้นเมืองเมารี, มาวรี (Maori) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 151,100 คน ซึ่งมีสิทธิทางสังคมเทียบเท่ากับชาวผิวขาวทุกอย่างโดยนอกจากรัฐบาลกลางอังกฤษให้ความคุ้มครองทั่วถึงทุกคนแล้ว ยังมีการระบุสิทธิของชาวเมารีไว้ในสนธิสัญญาไวทังกิด้วย นิวซีแลนด์มีประชากร4.3 ล้านคนประกอบด้วยชาวยุโรปผิวขาว 54% ชาวเมารี 7.4% ลูกครึ่งและชาวเอเชีย 9.7% (ข้อมูลปีค.ศ. 2006) ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนส์เป็นศาสนาประจำประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-นิวซีแลนด์

ไทยและนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มั่นคงและใกล้ชิด โดยมีการแต่งตั้งผู้แทนโดยตรงในปี 1956 ทั้งสองประเทศมีแนวความคิดที่สอดคล้องกันในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงในระดับภูมิภาคและมีการร่วมมือกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ในประเด็น ติมอร์ตะวันออก และอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ไทยและนิวซีแลนด์เป็นสมาชิกเอเปค และองค์การการค้าโลก โดยที่ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกกลุ่มเคร์นส์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ในฐานะที่เป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียน นิวซีแลนด์รักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับไทยในประเด็นระดับภูมิภาคและเข้าร่วมในการประชุมระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Regional Forum)

ไทย-นิวซีแลนด์ ในเวทีระดับภูมิภาคและพหุภาคี

ไทยและนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเปิดการค้าเสรีและการปฏิรูปเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลกความสอดคล้องและความเข้าใจของทั้งสองประเทศที่พัฒนามาในกรอบความสัมพันธ์AFTA/CERเอเปคและ องค์การการค้าโลก จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะเดียวกันทั้งสองประเทศมีความตั้งใจที่จะให้ข้อตกลงสนับสนุนแทนที่จะขัดขวางการเปิดการค้าเสรีในระดับพหุภาคี ทั้งนี้ จากการที่มีการขยายตัวของข้อตกลงการค้าเสรีในระดับทวิภาคีและพหุภาคีในเอเชีย การจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างทั้งสองประเทศคำนึงถึงความสอดคล้องกับโครงสร้างและข้อกำหนดของข้อตกลงอื่นๆที่ทั้งสองประเทศเป็นภาคีเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันเป็นโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะศึกษารูปแบบการทำข้อตกลงใหม่ๆ และทำให้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี เป็นแบบอย่างที่ดีต่อประเทศอื่นต่อไป

ไทยและนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่ใกล้ชิดและยาวนานทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งได้มีพัฒนาความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและการจัดทำความตกลงการค้าเสรีจะช่วยประสานความสัมพันธ์นี้ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

สรุป

พื้นที่ส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์มีภูมิอากาศเขตอบอุ่น และภูมิประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและความสวยงามทางธรรมชาติ เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์เน้นการค้าโดยมีฐานจากการเกษตร ชาวนิวซีแลนด์โดยทั่วไปนิยมการเดินทางเดินทางและสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างประเทศและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมภายนอกเป็นกิจกรรมที่นิยมกันโดยเฉพาะกีฬาต่าง ๆ คือรักบี้ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติคริกเกตและเนตบอลรวมถึงกีฬาเอกซ์ตรีมสปอร์ตและการเดินไกล

อ้างอิง

http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com">http://www.thaifta.com

http://th.wikipedia.org/">http://th.wikipedia.org/">http://th.wikipedia.org/">http://th.wikipedia.org/">http://th.wikipedia.org/">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org">http://th.wikipedia.org


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)