อนุทิน #137822

ลองดูนะคะเป็นเกร็ดความรู้

การพูดภาษาอังกฤษให้เก่ง

จากที่เคยสังเกตุ อ่านจากสื่อบ้าง กระทู้บ้าง ศึกษาจากคนรอบข้างบ้างก็ได้พบความจริงหลายๆข้อที่เป็นข้อสงสัยว่าทำไม คนไทย(ส่วนใหญ่) ถึงไม่เก่ง หลีกเลี่ยง บางคนเข้าขั้นเกลียดภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว
ส่วนใหญ่แล้วตอนเด็กๆเราจะถูกสอนมาด้วย pattern ที่คล้ายๆกันคือ การจะทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นด้วยภาษาอังกฤษได้ คือต้องเก่ง tense ต้องเก่งศัพท์ ซึ่งหลังสูตรการศึกษาในไทยก็จะเป็นในรูปแบบของ”การท่องจำ” แทนที่จะเป็น”ความเข้าใจ” ผลลัพธ์ของความคิดนี้ทำให้เราต้องมานั่งเรียน tense ตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัยไม่จบไม่สิ้น ต้องมานั่งท่องศัพท์ต่างๆนานๆและเอาไปใช้จริงไม่เป็น จำได้บ้างไม่ได้บ้าง งูๆปลาๆ ส่งผลให้คนที่จบมาทำงานมีภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ในระดับพื้นฐานเท่านั้น

เคยเป็นกันมั้ย … ท่อง tense เป็น 10 เวลาพูดกับฝรั่งจะพูดทีไรก็คิดไม่ออกซักทีจะใช้ tense ไหน … ทำไมพูดไม่เห็นคล่องซักที… ฟังในคลิป youtube ไม่รู้เรื่องเลย … ที่เป็นแบบนี้เพราะสิ่งที่สอนในห้องเรียนคือมีแค่ทฤษฏีเท่านั้น โรงเรียนไม่สอนวิธีการเอาไปใช้จริง เรียนเพื่อสอบ สอบเสร็จก็ลืม ไม่ทำให้เห็นความน่าสนใจ ไม่เห็นความสนุกของภาษา ทำให้เราไม่อยากแตะภาษา ไม่เก่งซักที

เราจะทำยังไงดี …ง่ายๆคือ ก็ทำให้ชอบภาษาซะสิ

ขอยกตัวอย่างด้วยวิธีของเราก็แล้วกันค่ะ

ก่อนอื่นเลย ค้นหาว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
สิ่งที่ชอบไม่จำเป็นต้องมีสาระจ๋า เราชอบอยู่หน้าคอม (เราเป็น programmer ค่ะ) ชอบเล่นเกมมากๆ อ่านการ์ตูน ดูหนังดูซีรีส์ ฟังเพลง ที่พูดมาคนส่วนใหญ่ก็ชอบทำกัน และเราไม่ชอบที่จะต้องมานั่งอ่านหนังสือวิชาการ สมาธิสั้นทุกทีเวลาต้องมาอ่าน topic น่าเบื่อๆ รวมถึงอ่านหนังสือ grammar ภาษาอังกฤษต่างๆนาๆ อ่านไม่เคยจบเล่มเลย
เราก็เลยตัดสินใจเอาหนังสือที่เอาไว้ศึกษาภาษาอังกฤษเอาไว้ในห้องเก็บของ ไม่ต้องไปแตะมัน หยิบออกมาตอนที่จำเป็นเท่านั้น เราจะฝึกจากใน internet เนี่ยแหละ แล้วจดมันด้วยวิธีที่เราจะเปิดมันได้ทุกที่ทุกเวลา เดี๋ยวจะบอกด้านล่างอย่างละเอียดค่ะว่าทำยังไง


Step 1 ปรับ mindset
เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีคนจำนวนมากที่ทำให้หมดกำลังใจในการฝึกภาษาอังกฤษ……
- พูดชัด = โชว์พาว
- พยายามพูดให้ชัด = กระแดะ
- พูดไม่ชัด = อ่อน
เราเองเคยอยู่ในสภาวะที่แวดล้อมไปด้วยคนที่มีทัศนคติแบบนี้ เคยทำให้เราอายไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่เราคิดว่าเราทำได้ดีซะด้วย แต่กลายเป็นว่าตัวเราเองทำให้คนเหล่านี้มากดเราได้ เราเปลี่ยนความคิดคนพวกนี้ไม่ได้ค่ะ แต่เราเปลี่ยนความคิดของเราได้ด้วยการคิดว่า “เธอจะคิดอะไรก็คิดไป แต่ซักวันฉันจะเก่งภาษาอังกฤษกว่าเธอ” อย่าไปใส่ใจคำพวกนี้ค่ะ เราไม่ได้ทำผิด เรากำลังพยายามทำเราเก่งขึ้นเพื่อตัวของเราไม่เดือดร้อนใคร เปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ เปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้าค่ะ


หยุดคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก
นักลงทุนและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่า ถ้าจะเริ่มลงทุนลงแรงกับอะไรซักอย่าง อย่ารอจนกว่าจะพร้อม ให้เริ่มทำตอนที่ยังไม่พร้อม
มีอยู่ช่วงนึงที่เราอยากจะฟังเวลาฝรั่งพูดรัวๆได้ไม่ว่าจะในหนัง ในข่าว เราไม่รู้จะไปฝึกกับฝรั่งที่ไหน เพื่อนฝรั่งให้ฝึกพูดทุกวันก็ไม่มี ไม่ได้เกิดมาจากครอบครัวที่รวยจนมีโอกาสได้ใช้ชีวิตหลายปีที่เมืองนอกเพื่อไปเรียนภาษา จะฝึกยังไงดี โชคดีที่ตอนนั้นมี youtube แล้ว เราก็คิดว่าเอาวะ! ลองจากคลิปยากๆฟังไปไม่รู้เรื่องนี่แหละ ฟังมันบ่อยๆเดี๋ยวก็ฟังได้ เราเลยเริ่มจากคลิปแรกๆของ Ray William Johnson คลิปของคนนี้เค้าจะรวมคลิปฮาๆ แล้วก็เอามาพูดฮาๆ มีแสลงแปลกๆที่ใช้ในเน็ต ตอนแรกไม่เข้าใจเลย ฟังไปบ่อยๆเริ่มฟังออก เริ่มดีใจ เลยหาของคนอื่นมาดูเพิ่มด้วย
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ตอนแรกๆฟังไม่ค่อยออกอ่ะค่ะ ยากมาก แต่ฟังเรื่อยๆบ่อยๆแล้วเราจะเริ่มปรับได้ อย่าเฟลตัวเองถ้าเรายังฟังไม่ได้ อย่าหมดกำลังใจค่ะ ไม่จำเป็นต้องฟังแล้วรู้หมดทุกคำค่ะ สิ่งสำคัญคือการจับใจความให้ได้ว่าเค้าพูดแล้วหมายถึงอะไร


จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องฝึกเหมือนคนอื่น
เคยมีคนถามหรือถามคนอื่นบ้างมั้ยว่า ฝึกภาษากันยังไง เรียนเพิ่มเติมที่ไหน คนเรามีความสามารถในการรับรู้ต่างกัน และมีความถนัดต่างการ เวลาของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นต้องลองวิเคราะห์ดูว่าเราเหมาะที่จะฝึกแบบไหนมากกว่า

อย่ามีข้ออ้างในการฝึกภาษาอังกฤษ
แค่คุณมีเวลาเปิด youtube ก็แสดงว่าคุณมีเวลาฝึกภาษาแล้ว สละเวลาซัก 10 นาทีดูคลิปฮาๆซักคลิปแล้วพยายามเก็บเกี่ยวภาษาจากคลิปนั้นก็ถือว่าเป็นการฝึกแล้ว

สรุปสิ่งที่ควรและไม่ควรทำเพื่อที่จะเก่งภาษาอังกฤษ
DOs
- กล้าที่จะพูด
- อย่ากลัวที่จะถาม
- มองในแง่ดี คนที่เก่งภาษาทุกคนเริ่มจาก 0

DON’Ts
- คิดว่าตัวเองอ่อน ไม่มีพรสวรรค์
- คิดว่าทำไม่ได้หรอก ยากเกินไป แค่ภาษาไทยยังไม่รอดเลย
- ไม่กล้าพูด กลัวคนรอบข้างหาว่ากระแดะ

เครดิต     ขอบคุณกระทู้จากพันทิปคะ

เขียน:

ความเห็น (0)