อนุทิน #137391


                                                                     บันทึกอนุทิน                             ครั้งที่ 4วันที่ 8กันยายน พ.ศ. 2557

                                 อบรมเรื่อง การพัฒนาการคิด                  โดย รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ   สุเสารัจ
   
    
โดย นางสาว ณัฐพร   เครือทองศรี รหัสนักศึกษา 57C0103102 ระดับปริญญาโท ภาคปกติ   สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน

                  ********************************************************************************************

                                                                  ารจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT

           ก่อนที่จะเข้าเรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT จะขอพูดถึง ”สมอง”ก่อน สมองของมนุษย์ประกอบไปด้วย 2 ซีก จะมีซีกซ้าย กับ ซีกขวา

สมองซีกซ้าย จะมีศักยภาพเกี่ยวกับภาษา การฟัง ความจำ การวิเคราะห์ การ จัดลำดับ การคำนวณสัญลักษณ์ เหตุผลเชิงตรรกะ และวิทยาศาสตร์

สมองซีกขวา จะมีศักยภาพเกี่ยวกับจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ ความรู้สึก การรับรู้ภาพรวม การรับรู้ทางประสาทสัมผัส ศิลปะความงาม รูปทรง รูปแบบ สี ดนตรี มิติสัมพันธ์ และการเคลื่อนไหว

เนื่องจากมนุษย์เกิดมาจะถนัดการใช้สมองไม่เหมือนกัน ฉะนั้นก็จะมีความสามารถต่างกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องกีฬา เรื่องดนตรี เราจะเห็นได้ว่าบางคนเรียนไม่เก่งแต่เล่นกีฬาเก่ง เป็นต้น

          การจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT เป็นการจัดการเรียนรู้ตามวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน เช่น ชอบสังเกต ชอบฟังเฉยๆ ชอบทดลอง ชอบปฏิบัติ ชอบนำความรู้ไปปรับใช้ ไม่ชอบทำตามครูบอก อาจจะไม่ชอบทำอะไรเลย ชอบเป็นผู้ตามอย่างเดียว ซึ่ง มอร์ลิส(Susan Moris)และแมคคาร์ธี (Mc Carthy) พบว่า ผู้เรียนมีการใช้สมองแต่ละซึกต่างกัน ดังนั้น มอร์ลิสและแมคคาร์ธี จึงเสนอวิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนออกเป็น 4 แบบ

1.พวกที่เรียนรู้จากการดู การสังเกต ซักถาม พูดคุย = WHY

      บทบาทของครูในแบบที่ 1 ครูเป็นผู้กระตุ้น สร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียนโดยการให้เขาฟัง ซักถาม คิด แล้วก็ตั้งคำถามว่า “ทำไม”

2.พวกที่เรียนรู้จากการฟัง คิด จดจำข้อมูล = WHAT

      บทบาทของครูในแบบที่ 2 ครูจะเป็นผู้บอก อธิบาย เล่ารายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งบทบาทนี้ครูจะเป็นผู้สอน ผู้เรียนจะมีหน้าที่ฟัง

3.พวกที่เรียนรู้จากการลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ = HOW

      บทบาทของครูในแบบที่ 3 ครูจะเป็นผู้ชี้แนะ สร้างสถานการณ์ ผู้กำกับ ซึ่งขั้นนี้ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ

 4.พวกที่เรียนรู้จากการคิดค้น ทดลอง พิสูจน์ จินตนาการ ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง = IF

      บทบาทของครูในแบบที่ 4 ครูจะเป็นผู้ประเมิน ผู้เรียนจะเป็นผู้ค้นคว้า แสวงหาความรู้ใหม่ๆ เช่น ครูให้นักเรียนปลูกต้นคริสมาสด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ขณะเด็กปลูกก็จะเห็นว่าต้นไม้เป็นยังไง ผู้เรียนมักจะถามว่า “ถ้า…” (If) เช่น ถ้าปลูกด้วยปุ๋ยวิทยาศาสตร์ล่ะ จะได้ไหม ใช้ทิชชู่แบบถั่วงอกได้ไหม เป็นต้น

           สรุป การเรียนรู้แบบ 4 MAT คือการดึงความสามารถเฉพาะตัวของผู้เรียนออกมา ให้ผู้เรียนได้ใช้ความสามารถของตนเอง ไม่ว่าผู้เรียนจะเป็นแบบที่1 2 3 4 ต่างก็เป็นความสามารถทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าแบบที่ 2ที่นั่งฟังเฉยๆจะเป็นคนไม่ฉลาด แต่เขาสามารถเข้าใจจากการฟังมากกว่า ในความคิดของผู้เขียนการเรียนรู้แบบนี้เป็นการเรียนรู้ที่ดีแบบหนึ่ง เป็นการทำให้เด็กรู้ เข้าใจว่าตัวเองมีความสามารถแบบไหน เหมือนกับการอ่านหนังสือ บางคนอ่านหนังสือไปต้องฟังเพลงเบาๆ บางคนต้องอ่านเสียงดังๆถึงจะจำได้ เป็นต้น

 อ้างอิง

หนังสือ การพัฒนาการคิด ฉบับ ปรับปรุงใหม่ ของ รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ  สุเสารัจ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)