อนุทิน #137177

อรุณธรรมนำสุข

อาทิตย์ฉาย แสงส่อง ในท้องฟ้า
บอกเวลา ฟ้าสีทอง ของวันใหม่
มวลวิหค โบยบิน จากถิ่นไป
ย้ำเตือนให้ บอกสัญญาณ การตื่นนอน
เราชาวพุทธ จุดแสงธรรม ในยามเช้า
เพื่อรับข่าว พุทธธรรม คำสั่งสอน
เพื่อประโยชน์ ความสว่าง ทางสัญจร
หมั่นสังวร สำรวมใจ ให้มั่นคง
ฟังฟังเถิด พระประเสริฐ จะชี้แนะ
ตามติดแกะ รอยพระธรรม น้อมนำส่ง
ช่วยสนอง พุทธศาสตร์ ชาติจำนง
เพื่อดำรง ชีวิต ติดพระธรรม
แสงตะวัน ส่องฟ้า เวลานี้
เตรียมพื้นที่ รับวันใหม่ ใสเลิศล้ำ
ประสานกาย พร้อมใจ ให้น้อมนำ
รับเสียงธรรม วันใหม่ ใจเบิกบาน
เมื่อฟ้าแจ้ง แสงทอง สาดส่องโลก
ประตูโชค เปิดกว้าง ทางสดใส
อย่าทอดทิ้ง ตัวเรา ให้เปล่าไป
รู้หรือไม่ ชีวิตนั้น สั้นเหลือเกิน
ขอความสุข ความพร้อม จงบังเกิด
สุขประเสริฐ เกิดได้ ในสถาน
สุขในรัก สุขในสุข ในวิมาน
สุขสถาน สุขในธรรม ในจิตใจ
ขอเจริญ ในธรรม ด้วยกันเถิด
บุญประเสริฐ ฟังธรรมดี ใช่ไหม
โยมโชคดี เกิดเป็นชาวพุทธ ในจิตใจ
สุขสดใส ในรักษ์ การฟังธรรม

ท่านผู้อ่านผู้ฟังธรรมทุกท่านเริ่มต้นเช้านี้ควรที่จะทำจิตใจของเราให้ดีให้สดใส เช้าวันใหม่มาเยือนเราทั้งหลายก็ต้องทำหน้าที่ด้วยกันทั้งนั้น หลังจากที่เราทิ้งหน้าที่หรือปัญหาต่างๆไว้ก่อนหลับนอน พอตื่นเช้าขึ้นมาในวันใหม่ นักเรียนบางทีก็ไม่อยากให้เช้าเลยสำหรับบางคน เพราะขี้เกียจไปโรงเรียน ญาติโยมทั้งหลายก็ไม่อยากให้สว่างเลยขี้เกียจทำงาน เพราะว่าการทำงานล้วนแต่มีปัญหา มีแต่อุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในหน่วยงาน ครอบครัว ชุมชน สังคม ฯลฯ ยังไงก็แล้วแต่ ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม การทำงานการทำหน้าที่มันก็ล้วนแต่มีอุปสรรคปัญหาทั้งนั้น มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะแก้ด้วยวิธีใด บางคนพอมีความทุกข์มามีปัญหามา ก็หาทางแก้ในทางที่ผิดๆ เช่น มีความทุกข์มาก็แก้ปัญหาด้วยการกินเหล้า คิดว่ากินไปมันจะได้ลืมจะได้ไม่ต้องทุกข์ การแก้ทุกข์แบบนี้มันก็แก้ได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวในขณะที่เมาเท่านั้นเอง แต่พอหายเมามันจะยิ่งเพิ่มความทุกข์ให้มากกว่าเดิมอีก ไม่มีเงินชื้อกับข้าว ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน ฯลฯ

พูดถึงเรื่องของความทุกข์คนเราก็มีด้วยกันทุกคน คนจนก็มีความทุกข์อย่างคนจน คนรวยก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป ก็มีความทุกข์เหมือนกัน มันจะแตกต่างกันออกไป แต่เราก็สามรถในการแก้ทุกข์ให้กลับมามีความสุขได้ โดยใช้เวลารักษาใจ ไม่ว่าบาดแผลจะลึกสักเพียงใด เวลาจะช่วยสมานแผลได้ดีที่สุด มีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ชื่อเรื่องว่า เศรษฐีหาความสุข หลายคนพอฟังชื่อเรื่องแล้วก็งง “คนเป็นเศรษฐีทำไหมต้องหาความสุขอีก ในเมื่อเขาเป็นเศรษฐีร่ำรวยมีเงินทองมากมาย ก็น่าจะมีความสุขมากพออยู่แล้ว” ในเมื่อหลายท่านสงสัยเชิญติดตามฟังต่อเลย

มีเศรษฐีคนหนึ่ง เขาสามารถซื้อทุกสิ่งที่ต้องการได้ แต่กลับรู้สึกว่า ยิ่งมียิ่งขาดความสุข จนคิดว่าตัวเองได้กลายเป็นคนโรคจิตซึมเศร้า ยิ่งหาหมอ ก็ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่า และเครียด วันหนึ่ง เขาได้ยินว่ามีหมอเทวดาคนหนึ่ง สามารถรักษาคนให้หายจากทุกข์โรคได้ เวลานี้อาศัยอยู่ที่ริมฝั่งทะเล ตัดสินใจไปหาทันที เมื่อไปถึงแล้วเล่าปัญหาให้หมอฟัง หมอได้ฟังปัญหาของเขาแล้ว จึงยื่นยาให้เขาสามห่อ และรับรองว่าเขาจะหายจากโรคอย่างแน่นอน หมอกำชับอีกว่าต้องกินยาวันละห่อ และต้องเอาไปกินที่ริมหาดทราย จึงจะได้ผลดี

เศรษฐีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เดินไปที่หาดทรายและคลี่ยาห่อแรกออก ภายในห่อยามีแต่ความว่างเปล่า นอกจากตัวหนังสือที่เขียนว่า “นั่งพักอยู่ที่หาดทรายสัก 30 นาที” เศรษฐีคิดว่าตัวเองถูกหลอก ก็เลยบอกตัวเองว่า มานั่งพักผ่อนที่นี่ก็แล้วกัน เวลานั้นจิตใจของเขาเริ่มสัมผัสกับเสียงธรรมชาติที่อยู่รอบข้าง เสียงคลื่น สายลม และท้องฟ้าสีครามที่งดงาม เมื่อนั่งไปความสุข ความสงบเย็นเริ่มบังเกิดขึ้นกับเขา จนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แล้วเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ ได้นั่งนานกว่าหมอเทวดากำหนดให้

วันที่สอง เขากลับไปที่หาดทราย คลี่ยาห่อที่สองออก ภายในไม่มีอะไรเลย นอกจากตัวอักษรที่เขียนว่า “ ช่วยเอาปลาตัวเล็กๆ ห้าตัวที่เกยตื้นกลับคืนสู่ทะเล ” เศรษฐีทำตามที่สั่ง ปลาหลายตัวที่ใกล้ตาย ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อปลาทั้งหลายได้กลับคืนสู่ท้องทะเล เวลานั้นจิตใจเขาเริ่มเบิกบานขึ้น ที่ได้ทำให้ปลาตัวแล้วตัวเล่าพบกับชีวิตใหม่

วันที่สาม เขาคลี่ยาห่อสุดท้ายออก ในนั้นเขียนว่า “ เอาความทุกข์และความวิตกกังวลของคุณทั้งหมด เขียนลงบนหาดทราย ” เศรษฐีหากิ่งไม้มาได้อันหนึ่ง แล้วเริ่มเขียนความในใจที่ทำให้ตัวเองเกิดทุกข์ลงบนหาดทราย โดยไม่ยั้งมือ เขียนปัญหาของเขา "ความสัมพันธ์กับภรรยาไม่ค่อยลงรอยกัน ลูกก็ไม่เชื่อฟัง ธุรกิจการค้าย่ำแย่หนี้สินล้นพ้น" เขาเขียนจนเมื่อยมือจึงลุกขึ้นยืนดูความทุกข์ของเขา ที่ถูกระบายออกมา แต่ทันใดนั้น คลื่นใหญ่ลูกหนึ่งได้ซัดขึ้นมาบนหาดทราย และมันก็ค่อยๆ ไหลกลับคืนไป เศรษฐีพบว่า ตัวหนังสือที่บ่งบอกถึงความทุกข์ ได้ละลายหายไปกับน้ำ กลับเป็นหาดทรายที่ราบเรียบดั่งเดิม เขาเริ่มมองเห็นสัจธรรมความจริงแล้วว่า ความทุกข์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ปัญหาอุปสรรคต่างๆมากมายมีเกิดขึ้น มันก็ต้องมีดับไปอย่างแน่นอน ความรู้สึกใหม่ๆ ก็เลยบังเกิดขึ้นกับเขา

“คนที่รวยก็ใช่ว่าจะไม่มีความทุกข์ คนที่จนก็ใช่ว่าจะไม่มีความสุข รวย จน ทุกข์ สุข มีกันเกือบทุกคน” หากหลายท่านกำลังมีทุกข์มาบุกใจเหมือนเศรษฐีท่านนี้ ให้เอายาสามห่อไปกิน รับรองว่าเห็นผลอย่างแน่นอนเพราะ...

ยาห่อที่หนึ่ง คือ “การพักผ่อน” แท้จริงหมอเทวดาท่านนี้ต้องการให้ร่างกายและจิตใจของเขา ได้รับการผ่อนคลาย มีความทุกข์ขึ้นมาต้องรู้จักผ่อนคลาย ไม่ว่าจะหาสถานที่ๆสงบเงียบ มีเสียงนก เสียงกา และสายธารน้ำไหล สูดรับเอาธาตุแท้ บรรยากาศที่บริสุทธิ์

ยาห่อที่สอง คือ “การให้” ไม่ว่าเราจะให้ความช่วยเหลือกับคนหรือสัตว์ เราจะได้รับการตอบแทนด้วยความสุขอย่างเต็มเปี่ยม การให้แม้เพียงเล็กน้อย แต่อาจได้รับการตอบแทนอย่างมากมายทางฝ่ายจิตวิญญาณ จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา ได้ให้แล้วมันจะเบา ถ้าคิดจะเอาแล้วมันจะหนัก

ยาห่อที่สาม คือ “เวลา” เวลาเปรียบเหมือนคลื่นทะเล ที่ทำให้หาดทรายราบเรียบ ไม่ว่าบาดแผลในใจจะลึกปานใด เวลาจะช่วยสมานแผลลึกนั้น ให้หายได้ เวลาเราทุกคนเท่ากัน ด้วยเหตุนี้คนที่บอกว่า “ไม่มีเวลา” ก็แต่เพียงเป็นข้อแก้ตัวมากกว่า เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิดความล้มเหลวเรื่องเวลาของตนเอง เพราะแท้จริงไม่ใช่ไม่มีเวลาแต่ไม่ได้บริหารอย่างถูกต้องมากกว่า ส่วนผู้ที่ฉลาดและจะประสบความสำเร็จเกิดผลดีในชีวิตเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัดส่วนเวลา วันละ 24 ชั่วโมงของตนเองได้อย่างลงตัว เราจะได้ไม่ทุกข์

“โรคซึมเศร้า วิตกกังวล กำลังเป็นโรคฮิตของคนในยุคนี้” ความวิตก-กังวล-ขาดความสุข เปรียบเสมือนดั่งหินก้อนใหญ่ทับอยู่ที่ทรวงอกเรา แต่ที่แน่ๆ คนที่สามารถเอาหินก้อนนี้ออกได้ ก็คือ “ตัวคุณเอง” เราก็เช่นกัน มีความทุกข์จงหาวิธีรับมือกับความทุกข์ และต้อสู้กับความทุกข์ เพื่อที่จะได้รับความสุขทางใจ เหมือนเศรษฐีมียาสามห่อก็สามรถกลับมามีความสุขได้เช่นกัน

วันนี้คุณได้ใช้เวลาอย่างเกิดผลขนาดไหน อย่าคิดแต่จะใช้เวลาเพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองเท่านั้น ให้เราแบ่งเวลาเพื่อคนอื่น ๆ บ้าง มาลองคำนวณดูจากวันนี้ เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่และจะใช้มันอย่างไร แล้ววันนี้เรายังจะอ้างเหตุผลว่า “ไม่มีเวลา” อีกหรือไม่ เวลามีค่าแก่ชีวิต ยิ่งเวลาเหลือน้อยนิด คือเวลาที่มีคุณค่า ควรใช้เวลามีค่า ค้นหาใจ... "มีปัญหาอย่าท้อแท้ หนทางแก้มีเสมอ" แก้ด้วยการเผชิญกับความจริง แล้วกล้าในการที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าคนเราไม่มีความกล้าแล้ว งานชิ้นเล็กๆหรือปัญหาชิ้นเล็กๆ ก็ไม่สามารถฝ่าฟันมันไปได้

เวลาเช้าเป็นเวลาที่เราเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก่อนที่เราจะหลับนอนก็ล้วนแต่มีปัญหาค้างคาไว้ พอตื่นขึ้นมาปัญหามันก็มารอมาจ่อเราเลย หรือสิ่งอื่นๆ เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าลูกไปโรงเรียน ค่าอาหาร ในโลกของความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้เราหนีมันไม่ได้ ต้องประสบพบเจอด้วยกันทั้งนั้น ถ้าอยากให้เช้าวันนี้เป็นวันที่เราทั้งหลายมีความสุข เบิกบานในการทำหน้าที่ มีความสุขในการตื่นขึ้นมา อาหารกายอาหารใจเราควรที่จะให้ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะอาหาร การพักผ่อนหลับนอน การทานอาหารเป็นการให้อาหารทางกาย การนั่งสมาธิ การฟังธรรมะ อ่านหนังสือธรรมะเป็นการให้อาหารทางใจ

แต่ปัจจุบันนี้เรานิยมให้อาหารทางกายมากกว่าให้อาหารทางใจ จึงทำให้ใจของคนเราขาดสารอาหาร และก็ขาดธรรมะในการมาหล่อเลี้ยงใจ ส่งผลให้ใจเรามีปัญหา พอใจมีปัญหาเลยสั่งให้กายไปทำในสิ่งเราเห็นว่าไม่ถูกกลับถูก สิ่งที่ไม่ดีกลับเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ควรกลับเป็นสิ่งที่ควร

การผักผ่อนหลับนอน การทานอาหารเป็นอาหารทางกาย เราให้มันมากมากแล้ว ๒๔ ชั่วโมง วันหนึ่งเราพักกันหลายชั่วโมง กินกันหลายครั้ง บางคนก็นอน ๘ ชั่วโมง ๗ ชั่วโมงบ้าง กิน ๒ ครั้งบ้าง ๓ ครั้งบ้าง เห็นไหมเราให้มันเต็มที่แล้ว ควรที่จะให้อาหารใจบ้าง ปัจจุบันนี้เราให้อาหารแต่ทางกาย ลืมให้อาหารทางใจ เลยทำให้ร่างกายของเราเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนใจยังต่ำยังไม่เจริญควรให้อาหารใจบ้าง อาหารใจก็คือธรรมะในการที่จะไปหล่อเลี้ยงใจของเรา เพราะว่า...ดินขาดน้ำ ต้นไม้ขาดปุ๋ย คนขาดธรรม ย่อมจะเจริญเติบโตได้ยาก

ในยามเช้าเราตื่นขึ้นมาควรเลือกเอาอารมณ์ดี เพราะถือว่าเป็นการให้อาหารใจ ถ้าเราเลือกเอาอารมณ์ดี การทำงาน การทำหน้าที่ การดำเนินชีวิตของเราก็จะมีแต่ความสุข คนที่อยู่รอบข้างเราก็จะได้รับอิทธิพลของความสุขไปด้วย แต่ถ้าเราเลือกเอาอารมณ์บูด การทำงานการทำหน้าที่ การใช้ชีวิตประจำวันของเราก็จะมีแต่ความทุกข์ เช่น ตื่นเช้าขึ้นมาไม่พูดไม่จากับใครเอาแต่หน้าบูด คนที่อยู่รอบข้างเราก็จะได้รับอิทธิพลเช่นกัน ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากสนทนา เพราะกลัวว่าจะโดนเข้าให้ “ให้เราลบรอยย่นระหว่างคิ้ว แล้วหันมาสร้างรอยยิ้มที่ริมฝีปาก”

ตื่นขึ้นมาในยามเช้า เราจะสังเกตเห็นอากาศในยามเช้าจะดีมากเลย อากาศเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสภาพอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต การสร้างที่อยู่ที่พักต้องอยู่ในสภาพที่ปลอดโปร่ง ปราศจากมลภาวะเป็นพิษ หรือเลือกทำเลให้เหมาะ ไม่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม หรือมลภาวะทางเสียง บรรยากาศในห้องนอนจะต้องเป็นบรรยากาศที่ถ่ายเทสะดวก จะทำให้สุขภาพร่างกายดี มีจิตใจที่เข็มแข็ง ตื่นเช้าขึ้นมาจะทำให้ไม่เครียด จิตใจผ่องใส จะทำให้เราเป็นคนอายุยืน จะเห็นได้ว่าอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งทุกวันนี้จะหาอากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อจะสูดเข้าเต็มปอดแทบจะหาไม่มีเลย

โดยเฉพาะในชุมชนเมือง พอตื่นเช้าขึ้นมาประมาณ ตี ๒ ตี ๓ จะได้ยินเสียงคน เสียงรถ เสียงเรือ โหวกเหวกโวยวาย เยื้อแย่งแข่งขัน ปากกัด ตีนถีบ มือหนีบ ตีนยัน แข็งขันกับวันเวลาและนาที ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต เพื่อที่จะได้มาซึ่งลาภยศชื่อเสียง ตอนเช้าๆลองเดินไปในตลาด จะเห็นรถวิ่งสวนกันเยอะมากเลย ควันนั้นควันนี้ คนนั้นย่างสิ่งนั้น คนนี้ย่างสิ่งนี้ แวดล้อมไปด้วยมลภาวะที่เป็นพิษ หาอากาศที่จะหายใจแทบไม่มี ยิ่งตื่นขึ้นมาในยามเช้าในสังคมเมือง จะได้ยินเสียงนั้นเสียงนี้ โหวกเหวกโวยวาย มันก็จะบันทอนทำให้อารมณ์เราเสียไปด้วย จะเห็นได้ว่าอากาศที่บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตเรามาก

ทุกวันนี้โดยเฉพาะบ้านนอกบ้านนาเรา แทบจะไม่มีอากาศที่บริสุทธิ์เหลืออยู่เลย แต่ก่อนอยากได้อากาศบริสุทธิ์ เดินไปในทุ่งไร่ท้องนาจะสูดอากาศให้เต็มปอดก็สูดได้ไม่อันตราย แต่ทุกวันนี้ต้องระวังเพราะสารเคมีเยอะมาก ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เลยทำให้อากาศไม่บริสุทธิ์ ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่เกิน ๑๐ ปี ข้างหน้าคนเราคงจะได้ซื้ออากาศที่บริสุทธิ์กันหายใจอย่างแน่นอน และอายุคนก็คงจะสั้นลง เดี๋ยวนี้บางประเทศเขาก็เริ่มซื้ออากาศกันหายใจแล้ว เพราะบางประเทศมลภาวะเป็นพิษ ต้องชื้อถุงอากาศกันหายใจ ประเทศไทยเราไม่แน่อีก ๑๐ ปีข้างหน้า รอดูก็แล้วกันว่าจะจริงไหม ถ้ายังเป็นแบบทุกวันนี้อยู่

ที่จริงอากาศมันก็บริสุทธิ์เป็นธรรมชาติของเขาอยู่แล้วอยู่ที่น้ำมือของมนุษย์เรามากกว่าเป็นผู้สร้าง เช่น ตัดไม้ทำลายป่า หรือไปเบียดเบียนสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะให้ตัวเองสะดวกสบาย ก็เลยกลับกลายเป็นการทำลายธรรมชาติ ภูมิอากาศ ตื้นเช้าขึ้นมาอย่าลืมเปิดหน้าต่างบ้าน เปิดประตูบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก อากาศจะได้บริสุทธิ์ ตื่นเช้าขึ้นมาในยามเช้าๆควรที่จะออกกำลังกาย "สุขภาพดีไม่มีชื้อขาย อยากได้ต้องสร้างเอาเอง" โดยเฉพาะผู้สูงวัยควรที่จะออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญทุกเพศทุกวัย ตามความเหมาะสมของแต่ละวัย เช่น เดินรอบบ้านสัก ๑๐ รอบ วิ่งรอบสนาม หรือทำงานบ้าน ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแล้ว

พระภิกษุ - สามเณร การออกรับบิณฑบาตในยามเช้าๆ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายเช่นกัน การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะคนสูงวัย เป็นวัยที่อันตราย เพราะถ้าไม่ออกกำลังกายก็อาจอ้วนได้ เมื่ออ้วนก็จะก่อให้เกิดโรคไขมันอุดตัน โรคร้ายต่างๆก็จะตามมา เช่น โรคความดัน โรคเบาหวาน เป็นต้น คนอ้วนไม่ดีเพราะมีภาวะในการเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคภัยต่างๆได้ง่าย แต่ก่อนคนที่อ้วนดีเพราะถือว่าอุดมสมบูรณ์ สุขภาพร่างกายแข็งแรงแสดงว่าพ่อแม่เลี้ยงมาดี ส่วนคนผอมไม่ดีเป็นคนขี้โรค แต่ทุกวันมันกลับกันคนไม่อยากอ้วนกลัวเป็นโรค เพราะอ้วนเป็นรังของการเกิดโรคต่างๆ โรคเบาหวาน หัวใจ เป็นต้น เลยหันมาพากันมารักษาหุ่นด้วยการออกกำลังกาย ลดทานอาหารที่มีไขมัน

เริ่มต้นวันใหม่ให้มีความสุขต้องมีธรรมควบคู่ไปด้วย ขอฝาก 5 เอา เพื่อนำเอาไปปฏิบัติให้เกิดผลดีต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ สืบไป.

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่าล้างหน้าอย่างเดียว "ให้เอารอยยิ้มมาล้างหน้า" เพราะรอยยิ้มเป็นสิ่งที่ดีมีค่า

  ร้อยยิ้มเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ
ร้อยยิ้มเป็นกลเม็ดสู่แดนสวรรค์
ร้อยยิ้มเป็นหน้าต่างแห่งมิตรภาพกัน
ร้อยยิ้มเป็นพื้นฐานอบอุ่นใจ
ร้อยยิ้มเป็นเครื่องประดับอันสูงค่า
รอยยิ้มดูสง่าน่าเลื่อมใส
รอยยิ้มสร้างร่มรื่นชื่นหัวใจ
รอยยิ้มสร้างสุขให้เมื่อพบกัน
รอยยิ้มทำให้ใบหน้าสวยเก๋
รอยยิ้มเป็นเสน่ห์การสร้างสรรค์
รอยยิ้มมีคุณค่าเหลืออนันต์
ให้ทุกท่านยิ้มไว้เถิดจะเกิดดี

การยิ้มบ่อยๆเป็นยาอายุวัฒนะให้เราได้เป็นอย่างดี ใครที่ยิ้มบ่อยๆจะอายุยืน เพราะไม่ทำให้หน้าตาแก่ไว รอยยิ้มเป็นหน้าต่างของหัวใจ สังเกตคนที่ยิ้มง่าย ยิ้มบ่อยๆ คนอื่นเห็นเรายิ้มเห็นเราอารมณ์ดี เขาก็อยากจะเข้าใกล้ ระหว่างหน้ายิ้มกับหน้ายักษ์ หน้าอะไรหน้ารักกว่ากัน? หน้ายิ้มใช่ไหม? ระหว่างคนหน้ายิ้มกับหน้าบูด ให้เราเลือกเขาไปหาเราจะเลือกไปหาใคร? เข้าไปหาคนยิ้มใช่ไหม? ไม่มีใครหรอกเลือกที่จะไปหาคนอารมณ์บูด หงุดหงิด งุ่นง่าน

คนที่ยิ้มบ่อยๆ อารมณ์ดี สังเกตสัตว์เล็กน้อยใหญ่เขาจะพยายามเข้าใกล้คนนั้น กลับจากที่ทำงานเปิดประตูบ้าน ถ้าพวกสุนัข แมว สัตว์เลี้ยงวิ่งมาหาเราเลย แสดงว่าเป็นคนยิ้มเก่งอารมณ์ดีมีเมตตา แต่ถ้าพอเปิดประตู สุนัข แมวเห็น พวกเขาวิ่งหนีกระเจิงแสดงว่าเป็นคนที่โหดร้าย แม้แต่หมา แมว มันยังไม่อยากจะเข้าใกล้เลย

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่าแปรงฟันอย่างเดียว "ให้เอามธุรสวาจามาล้างปาก" จะได้ดีมีความสุขก็เพราะปาก สุนทรภู่กล่วเอาไว้ว่า
ถึงบางพูดดีเป็นศรีศักดิ์
มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตร
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่ามัวแต่น้อยใจในวาสนาของตัวเอง "ให้เอาหยาดเหงื่อแห่งความลำบากมาล้างความยากจน" เหมือนที่หลวงพ่อพยอมท่านได้กล่าวเอาไว้ว่า... "ขยันให้เหงื่อออกตามรูขุมขน ดีกว่าขี้เกียจแล้ว ยากจน จนน้ำล้นออกทางตาหลวงปู่พุทธทาสกล่าวเอาไว้ว่า
เหงื่อนั่นแหละ คือน้ำมนต์ ให้ผลเลิศ
นำให้เกิด สุขสวัสดิ์ พิพัฒน์ผล
น้ำมนต์รด รดเท่าใด ไม่ช่วยคน
จนกว่าตน จะมีเหงื่อ เมื่อทำจริง
จงรักเหงื่อ เชื่อมั่น บากบั่นเถิด
หน้าที่เกิด สมบูรณ์ดี มีผลยิ่ง
เป็นพระเจ้า มาช่วยเรา อย่าประวิง
จะเป็นมิ่ง ขวัญแท้ แก่ทุกคน
พระพุทธองค์ ทรงเคารพ ซึ่งหน้าที่
ดูให้ดี เหงื่อออกมา มหาผล
ใช้บูชา พระพุทธองค์ มิ่งมงคล
สาธุชน มีสุขเหลือ เพราะเหงื่อเอยฯ

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่ามัวแต่อิจฉาคนอื่น "ให้เอาความดีของคนอื่นมาล้างใจ" เห็นใครได้ดีมีสุขอย่าไปริษยาเขา "ริษยาใครเขา ก็เปรียบเสมือนเอาไฟเผาตัวเราเอง" ควรที่จะมีมุทิตายินดีกับสิ่งที่เขาได้ดี แล้วให้ศึกษาว่าเขาทำยังไงถึงประสบความสำเร็จในหน้าที่นั้นๆ แล้วนำมาปรับใช้ในหน้าที่การงานของตนเองให้จนได้

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่ามัวแต่คิดจะเอาอย่างเดียว "ให้เอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาล้างใจ" ธรระใดก็ไร้ค่าถ้าไม่นำมาปฏิบัติ ธรรมะใดก็มีค่าถ้าหากนำมาปฏิบัติ
ธรรมะก็เปรียบเสมือนกับยา ถ้าอ่านแค่ฉลากยา รู้สรรพคุณยาแต่ไม่กินยา ถามว่ารักษาโรคให้หายได้ไหม? ตอบว่าไม่ได้ เช่นเดียวกันธรรมของพระพุทธเจ้า ธรรมในหนังสือเล่มนี้ ลำพังแค่เรียนรู้ จดจำ แต่ไม่นำไปปฏิบัติมันก็ไม่เกิดผล ต้องเรียนรู้จดจำ นำไปปฏิบัติถึงจะเกิดผล

สืบสานพุทธธรรม สร้างสรรค์สิ่งดีงาม

เขียน:

ความเห็น (0)