อนุทิน #137092

บทที่ 4  วัสดุปลูก และการเตรียมดิน

วัสดุที่จะใช้สำหรับปลูกยางมีหลายชนิดที่ใช้ได้ผลดี และนิยมนำมาปฏิบัติกันได้แก่ วิธีปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลง การปลูกด้วยต้นตอตา และการปลูกด้วยต้นยางชำถุง ซึ่งการจะใช้วิธีการใดในการปลูกนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสะดวก การเจริญเติบโตและความแข็งแรงของต้นยาง และเงินทุน เป็นต้น

วิธีการปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลง การปลูกสร้างสวนยางโดยวิธีนี้จะได้ต้นยางที่ปลูกมีระบบรากที่แข็งแรงดี เจริญเติบโตสม่ำเสมอ ข้อดีต้นยางที่ติดตาแล้วยังเหลือพอที่จะใช้ปลูกซ่อมหรืออาจจำหน่ายให้เจ้าของสวนอื่นได้อีก การปลูกแบบดังกล่าวยมีวิธีการคือ

1.การเตรียมพื้นที่ โดยการไถพลิกดิน เก็บเศษวัชพืชออกให้หมดจากแปลงจากนั้นไถพรวนซ้ำเพื่อให้ดินร่วนและทำการปักไม้ชะมบตามระยะปลูกที่กำหนด

2.เตรียมหลุมปลูก ขนาดของหลุมปลูกที่ใช้กว้าง ยาว และลึกเท่ากับ 50x50x50 เซ็นติเมตร ตากแดดทิ้งไว้ 10-15 วัน ย่อยดินชั้นบนผสมปุ๋ยหินร็อคฟอสเฟตในอัตรา 170 กรัมต่อหลุมคลุกเคล้าลงไปในหลุม

3.นำเมล็ดลงปลูก หากเป็นเมล็ดให้นำลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้หลุมละ 3 เมล้ด ระยะห่างระหว่างเมล็ด 25 เซ็นติเมตร การวางเมล็ดควรวางให้ด้านแบนของเมล็ดคว่ำลง หรือถ้าปลูกด้วยเมล็ดงอกก็ให้ด้านรากของเมล็ดคว่ำลง ลึกจากผิวดินประมาณ 3 เซ็นติเมตร

4.ทำการติดตา เมื่อกล้ายางมีอายุได้ 7-8 เดือน หรือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 1-1 1/2 เซ็นติเมตร ก็จะทำการติดตา ตรงตำแหน่งที่ระดับสูงจากพื้นดิน 10 เซ็นติเมตร หลังจากนั้น 21 วัน หากการติดตาสำเร็จมากกว่า 1 ต้น ให้เลือกตัดยอดต้นที่สมบูรณ์ที่สุดในระดับสูง 10-15 เซ็นติเมตร เอียง 45 องศา ทางด้านตรงข้ามกับแผ่นตา จากนั้นอีก 1 เดือน ถ้าหากตาของต้นที่ตัดยังไม่แตกก็พิจารณาติดต้นอื่นต่อไป

5.การดูแลรักษา ก่อนทำการติดตาต้องทำการกำจัดวัชพืชพร้อมกับการใส่ปุ๋ยก่อนทุกครั้ง สูตร 1 หรือ 3 ในอัตรา 15 กรัมต่อต้น หลังจากปลูกเดือนที่ 1,2,3 และก่อนติดตา 1 เดือน จากนั้นหลังการติดต้นเดิมแล้วก็จะใส่ปุ๋ยสูตร 1(18-10-6) หรือสูตร 3 (16-18-14) สูตรใดสูตรหนึ่งตามตารางคือ

อายุต้นติดตาหลังต้นเดิม (เดือน) - จำนวนปุ๋ยที่ใช้ (กรัมต่อต้น)

2 -60

5 -60

8 -90

12-120

15-120

18-120

24-190

30-190

36-190

42-190

48-400

54-400

การปลูกด้วยต้นตอตา ต้นตอตาก็คือต้นกล้ายางที่ติดตาด้วยยางพันธุ์ดีไว้เรียบร้อยแล้วแต่ตายังไม่แตกออกมา คงเห็นมีแผ่นตาและตาเป็นตุ่มติดอยู่เท่านั้น การปลูกโดยใช้ต้นตอตานี้ปัจจุบันนิยมมากที่สุด เพราะง่ายต่อการปฏิบัติและต้นยางเจริญเติบโตดี

ลักษณะของต้นตอยางที่ดีต้องมีส่วนของรากแก้วที่สมบูรณืไม่คดงอ ความยาววัดจากโคนตอดินไม่น้อยกว่า 20 เซ็นติเมตร ลำต้นตรงมีเส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณที่ติดตาไม่น้อยกว่า 1 และไม่ควรโตกว่า 1.5 เซ็นติเมตร ระยะจากตาถึงโคนคอดินต้องไม่เกิน 8 เซ็นติเมตร และจากตาถึงรอยตัดไม่น้อยกว่า 8 เซ็นติเมตรเช่นกัน ขนาดของแผ่นตากว้างไม่เกิน 1.2 เซ็นติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 5 เซ็นติเมตร ส่วนรอยตัดเหนือแผ่นตาต้องให้ลาดเอียง 45 องศา ไปทางด้านตรงข้ามกับแผ่นตา สำหรับข้อที่ควรระวังในการปลูกด้วยต้นตอตาขณะปลูกควรให้แผ่นตาอยู่ในแนวทิศเหนือใต้ เพื่อไม่ให้แผ่นตาถูกแสงแดดมากเกินไป การปลูกต้องอัดดินให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้รากสัมผัสดินมากที่สุด มีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติดังนี้

1.การเตรียมพื้นที่ ไถพลิกดิน 2 ครั้ง เก็บเศษไม้และวัชพืชออกให้หมด แล้วไถพรวนซ้ำเพื่อให้ดินร่วนซุย จากนั้นปักไม้ชะมบตามระยะปลูกที่กำหนด

2.ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซ็นติเมตร ตากหลุมไว้ 10-15 วัน ย่อยดินที่ทุกชั้นผสมปุ๋ยหินฟอสเฟตอัตรา 170 กรัมต่อหลุมใส่ลงไปในหลุม

3.ใช้เหล็กหรือไม้ปลายแหลมแทงลงไปบนหลุม ขนาดเกือบเท่าความยาวของรากแก้ว นำต้นตอตาลงปลูกให้แผ่นตาอยู่ในแนวเหนือหรือใต้ อัดดินให้แน่นเท่าที่จะทำได้แล้วกลบดินให้แนวระดับดินอยู่ตรงส่วนรอยต่อของรากกับลำต้น และหลังปลูกเสร็จควรพูนดินบริเวณโคนต้นให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำขัง

คลุมโคนต้นด้วยเศษฟางข้าวหรือวัสดุอื่น ๆ ที่พอหาได้ ในกรณีที่ฝนไม่ตกติดต่อกันหลายวันหลังจากปลูกควรใช้น้ำช่วยด้วย อัตราประมาณ 5 ลิตรต่อต้น ตามความเหมาะสม 

การปลูกด้วยต้นยางชำถุง เป็นวิธีปลูกยางที่ประสบผลสำเร็จสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น ๆ ต้นเจริญเติบโตสม่ำเสมอ ลดช่วงระยะดูแลรักษาต้นยางอ่อนให้สั้นลงสามารถกรีดยางได้เร็วกว่าการปลูกด้วยต้นตอตาหรือติดตาในแปลง การนำต้นยางชำถุงมีอยู่ 2 วิธีคือ การใช้วิธีติดตาในถุง ทำโดยการปลูกต้นกล้ายางในถุงขนาด 8x10 นิ้ว เมื่อต้นกล้าอายุ 4-8 เดือน ก็ทำการติดตา อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้ต้นตอตาเขียวมาปลูกในถุงขนาด 5x16 นิ้ว และ 4x15 นิ้ว ทั้ง 2 วิธีจะมีข้อที่แตกต่างกันคือ การชำถุงด้วยต้นตอตาเขียวจะใช้เวลาในการแตกฉัตรที่ 1,2 นานกว่าวิธีการติดตาในถุง นั่นคือการปลูกด้วยต้นตอตาเขียวจะใช้เวลาเติบโต 7 1/2-10 สัปดาห์ แต่การติดตาในถุงจะใช้เวลา 6-7 1/2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ความเสียหายเมื่อย้ายไปปลูก ต้นยางชำถุงที่ปลูกด้วยวิธีติดตาในถุงจะเสียหายสูงกว่าการชำถุงด้วยต้นตอตาเขียว 5-6 เท่าตัว

สำหรับวิธีการปลูก ด้วยต้นยางชำถุงจะมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติดังนี้

1.เตรียมต้นยางชำถุงโดยใช้ต้นตอตาเขียว เริ่มตั้งแต่การนำดินกรอกใส่ถุงขนาด 4x15 นิ้ว ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยหินฟอสเฟตอัตรา 7-10 กรัมต่อถุง แล้วนำอัดใส่ถุงให้แน่น ใช้ไม้ปลายแหลมปักลงกลางถุงให้เป็นรู ใช้ต้นตอตาปลูกให้ตาอยู่สูงจากดินในถุงประมาณ 2 นิ้ว อัดดินให้แน่นยกนำไปเรียงไว้ในที่ร่มรำไรระยะแถวกว้าง 10 ถุง และเมื่อตาแตกออกจึงจัดขยายเป็น 4 ถุงต่อความกว้างของแถง การบำรุงรักษาหลังตางอกแล้ว 2-3 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยสูตร 1 ครั้งหนึ่ง และครั้งต่อไปทุก 2-4 สัปดาห์ ในอัตรา 5 กรัมต่อถุงจนกว่าต้นตาโต 1-2 ฉัตร มีใบแก่เต็มที่ (สังเกตยอดของฉัตรเริ่มผลิตยอดอ่อนเป็นปุ่มขึ้นมา) ก็พร้อมที่จะย้ายนำไปปลูกในแปลงได้

2.การปลูก เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การเตรียมหลุมปลูก ซึ่งจะเหมือนกันกับการปลูกด้วยต้นตอตา ส่วนวิธีการปลูกใช้มีดคม ๆ กรีดเอาก้นถุงออก กรณีที่มีราม้วนอยู้ก้นถุงให้ตัดออกด้วย นำถุงหย่อนลงไปในหลุม แล้วใช้มีดกรีดถุงอีกครั้ง จากก้นจนถึงปากถุงทั้ง 2 ข้าง นำดินกลบพอหลวมแล้วดึงเอาถุงพลาสติกออก กลบดินเพิ่มและกดให้แน่นจนได้ระดับบริเวณโคนต้นสูงระดับเดียวกับที่ปลูกในถุง ส่วนการดูแลรักษาโดยเฉพาะการใส่ปุ๋ย ชนิดของปุ๋ยและปริมาณที่ใส่ก็จะกระทำเหมือนกันกับการปลูกด้วยต้นตอตา ซึ่งได้แสดงเอาไว้แล้วในตาราง

(ที่มา : www .natres .psu .ac .th /Department/PlantScience/510-211/.../rubber .doc)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ธิ
เขียนเมื่อ | ขอบคุณเมื่อ

โห …. เยี่ยมค่ะอาจารย์