อนุทิน #136382

เมื่อคืนนอนบ้านกะแม่ กว่าจะหลับจริง ๆ ก็เที่ยงคืนกว่าตั้งแต่เขาปิดวิทยุชุมชนคนแถวบ้านผมก้ต้องดูแต่โทรทัสน์กะหาเกาะคลื่นวิทยุ เอเอ็ม ผมเลยไม่มีวิทยุฟังด้วยความที่บ้านหลังไม่ใหญ่มาก หญิงสาวของผมอาศัยนอนห้องนอนของหลานสาว ผมเลยมากางมุ้งนอนที่ "นอกกะชาน" แต่ยิ่งดึกลมยิ่งเย็นได้ใจพัดลมแอร์คอนดิชั่นอะไรก็จะมาสู้ลมริมแม่น้ำป่าสักบ้านผมไม่ได้จริง ๆ ก่อนนอนได้ยินเสียงหมาหอนกันเกรียวดังรับต่อเนื่องกันจากคุ้งน้ำสู่คุ้งน้ำ ในใจผมคิดว่าก็คงไม่แปลกถ้ากลางคืนวันเพ็ญบรรดาพลังงานที่มีอยู่เขาจะออกมาหาส่วนบุญส่วนกุศล แต่ผมเลือกเปิดไฟ นอนดีกว่าอย่างน้อยเห็นกันแจ้ง ๆ ก็ดีกว่าจินตนาการเอาในความมืด เช้ายังไม่ทันหกโมงทั้งพี่ ทั้งแม่ทั้งหลานก็เดินผ่านนอกกะชานกันให้ขวักไขว่ เป็นอันว่าต้องตื่นโดยปริยาย ขับรถพาแม่ไปวัดพร้อมกับหลานชายและหญิงสาวของผม ไปถึงวัดแม่ก็ชวนไปนมัสการ "หลวงพ่อโต" ท่านเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือบนบานศาลกล่าวสิ่งใดก็ให้นำเอาประทัดมาจุดถวายก็จะเป็นสมความมุ่งมาดปรารถนากันไปทุกราย อันที่จริงผมเองก็มีความผูกพันธ์กับองค์หลวงพ่อท่านไม่น้อยเพราะตั้งแต่เล็กจนโตหลวงพ่อท่านนั่งอยู่ในวิหารแบบว่าตรงข้ามหน้าบ้านของผมมาโดยตลอดเรียกว่าความกลัวผีจะหาย ๆ จาง ๆ ก็เมื่อนึกถึงท่าน เมื่อประมาณปี 2535 ก็ 22 ปีที่แล้วที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวิหารถวายหลวงพ่อท่านหลังจากที่ท่านต้องทนนั่งในวิหารหลังคาสังกะสี่เก่า ๆ พังๆ มาหลายปี ที่จริงหลวงพ่อท่านเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยลงรักปิดทองพุทะลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปที่ชาวจีนชอบสร้างไว้ริมแม่น้ำซึ่งเป็นทางเดินค้าขายเรียกกันว่าซำปอกง อย่างที่วัดพนัญเชิง อยุธยา หรือแม้แต่พระหลวงพ่อโตในอุโบสถวัดสังฆทาน ซึ่งแต่เดิมใครไปได้เห็นพุทธลักษณะก่อนมีการห่อหุ้มองท่านด้วยการลงรักปิดทองก็จะรู้ว่าคล้ายๆ กัน ด้วยความที่พื้นฐานบ้านเกิดผมเป็นชุมชนที่เป็นชุมทางค้าขาย เป็นชุมชนที่เป็นตลาดเก่าที่มีความยิ่งใหญ่มากในอดีต นั่นก็คือตลาดอรัญญิก ทำให้ผมสัณนิษฐานไม่ได้ยากเลยว่าหลวงพ่อโตน่าจะเกิดจากชาวจีนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างองค์พระปฏิมาขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวจีนที่มาพักแพค้าขายที่ตลาดอริญญิกและบริเวณนี้ ท่านจึงชอบประทัดอันที่จริง ตลาดอรัญญิกที่ผมพูดถึงมีคนหลายชนชาติหลายเชื้อเผ่าพันธ์ เป็นอยู่คือ ผสมผสานปนเปกัน จะเรียกให้เท่ห์ ๆ ก็มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธ์อะไรทำนองนั้น เพราะที่นี่มีทั้งคนไทยดั้งเดิม คนจีนที่เรียกว่าเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนจริง ๆ คนลาว ซึ่งเป้นลาวเวียงจันท์ที่ยกครัวมาเมื่อครั้งเจ้าอนุวงศ์แพ้ศึกในสมัยร . 3 และมี "แขก" ซึ่งเป้นภาษาพื้นบ้านตรงนั้นที่ใช้เรียกชาวมุสลิมที่ตั้งรกรากกันอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน 

เขียนไปเขียนมาจะไม่ใช่อนุทินแล้ว กลับมาที่เรื่องราวที่อยากบันทึกดีกว่า ก็ไปทำบุญที่วัด ขากลับได้เลยไปตักบาตรดอกเข้าพรรษาที่วัดพระพุทธบาท ใจจริงก็อยากพาแม่ไปเที่ยวแต่อีกทีมาคิดว่าเอ๊ะ เราพาแม่ไปลำบากหรือเปล่านะ เพราะแม่ก็เดินไม่ค่อยสะดวกเท่าที่เคยเดิน แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่แม่ได้ไปใส่บาตรดอกไม้และได้ซื้อเม็ดเดือยธัญพืชที่แม่ชอบเอามาทำขนมในหลายครั้งหลายโอกาส ยอมรับว่าขับรถกลับมาด้วยความปวดหัวอย่างมาก ดุเหมือนว่าโรคความดันโลหิตสูงคงจะกวักมืออยู่ไหว ๆ แต่ผมจะไม่ยอมให้อำนาจของความรู้ทางการแพทย์มาจัดการกับผม ไม่ให้ความรู้ใด ๆ มาบ่งบอกว่าผมเป็นนั่นนี่โน่น ผมว่าคติแบบ"ตายก็ฝัง ยังก็เลี้ยง" เป็นคติที่ไม่สยบยอมให้การแพทย์มาจัดการ้วยอำนาจของความรู้กับตัวเรานี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีสุนทรียะไปอีกอย่าง กลับมานอนสักพักหัวก็หายปวด ตื่นมาเตรียมเดินทางกลับ หญิงสาวของผมเดินทัวร์สวนหลังบ้านกะแม่ ดูต้นนั้นต้นนี้กันไปเรื่อย เลยได้หน่อไม้มาสองหน่อ ใบย่านางหอบนึง เห็นหญิงสาวของผมเธอว่าอยากจะเอามาทำต้มปลาร้าหน่อไม้กินเองเพราะไปกินฝีมือแม่ผมที่ทำไปวัดแล้วเหลือติดก้นหม้ออยู่เมื่อวาน  แต่ไม่รู้สูตร ผมเลยโทรไปถามเคล็ดลับจากแม่ คิดว่า พรุ่งนี้คงได้กินต้มปลาร้าหน่อไม้สูตรแม่ผมที่หญิงสาวของผมลงมือทำเองนะ อ้าาาาาา นี่หล่ะ ๆๆๆๆ การถ่ายทอด Tacit Knowledge

เขียน:

ความเห็น (0)