อนุทิน #136333

อีกครึ่งวันของวันนี้ ใช้เวลาไปกับการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้กับนักศึกษาสาขาบัญชี ปีที่ 2 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เรียนหลงหลักสูตรทั้งที่ผมกะ "เชิด"ก็เตือนฝ่ายวิชาการแล้วเตือนอีก ว่าตอนนั้นต้องเปลี่ยนหลักสูตร แต่ก็ไม่เปลี่ยนรั้นดื้อกันหัวชนฝา สุดท้ายมาพลิกตัวอีกทีก็ไม่ทันกินไม่ทันกาล สรุปนักศึกษารุ่นนี้เรียนบางวิชาฟรีไปต้องมาเรียนตามหลักสูตรใหม่ในปีที่  2 แต่ถามว่าได้สอนอีกก็มีความสุขเพราะความรู้ที่มีมันสดใหม่เสมออีกอย่างหลักสูตรใหม่เขาก็มีเรื่องหน้าที่พลเมืองเพิ่มเติมเข้ามา ก็ทำให้เนื้อหาต่อจากครึ่งเทอมหลังนี่จะยิ่งเข้มข้นน่าติดตาม ผมเองก็เห็นว่านักศึกษาเรียนกะผมในวิชาที่แสนจะน่าเบื่อก็ไม่เห็นหลับกันซักคน อย่างวันนี้ต้องหาหลักฐานไปยืนยันการอธิบายเรื่องปฏิทินจันทรคติ ไม่น่าเชื่อลูกไทยหลานไทยชาวพุทธ เดี๋ยวนี้ไม่รู้จักวันโกนวันพระ ไม่รู้ข้างขึ้นข้างแรม ....

เรื่องของเรื่องคือในระหว่างที่พวกเขากำลังหาคำตอบว่า วันเข้าพรรษาตรงกับวันขึ้น - แรม ที่เท่าไหร่ เดือนไทยเดือนที่เท่าไหร่ ในหนังสือที่พวกเขาค้นบอกว่าอาสาฬหบูชาตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ส่วนเข้าพรรษาเป็นแรม 1 ค่ำเดือน 8 บางคนก็เถียงว่า หนังสือน่าจะเขียนเดือนผิด ระหว่างที่เขากำลังสนทนาก้พลันได้ยินเสียงลอดมาว่า "อาจารย์ปริชัยบอกว่าอย่าเชื่อตำรา กูว่าหนังสือเขียนผิด ก็อาสาฬหะมันขึ้น 15 ค่ำเดือนแปด รุ่งขึ้นมันแรม 1 ค่ำ ก็ต้องขึ้นเดือน เก้าสิ" อีกคนก็ว่า..."มันจะเดือนเก้าได้ไง นี่เพิ่งกรกฎา ต้องเดือนเจ็ด"  กว่าผมจะหาข้อมูลมาโต้กับนักศึกษาผมได้ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกห้องพักครูเพื่อค้นเน็ตไปยืนยันเป็นหลักฐานเสียหลายรอบ สุดท้ายก็ได้ทิ้งท้ายเรื่องรากฐานความคิดของการถวายเทียนจำนำพรรษา ที่ผมก็พยายามค้นคว้าหามาเพื่อเพิ่มศรัทธาให้แก่นักศึกษาของผมที่ต้องถูกบังคับให้ไปแห่เทียนกันทุกคน ผมก็ยกเอาเรื่องกุศลกรรม และวิบากของกุศลกรรม ที่เคยแอบฟังสถานีโทรทัศน์ถิ่นกาขาวของอาจารย์ สัญชัย พรหมฤาษี มาเล่าให้พวกเขาฟังว่าอย่าคิดว่าแค่เดินไปถวายเทียนที่วัดแล้วจะได้บุญง่าย ๆ เราต้องรู้ด้วยว่าบุญนั้นมีที่เกิดที่มาที่ไป และเป็นผลวิบากในอนาคตอย่างไร แหม่ ผมกลับพบว่าเวลาเราเล่าเรื่องแบบนี้ให้นักศึกษาฟังเขาก็สนใจไม่แพ้เรื่องผี ๆ หรือเรื่องเพลง ๆ เหมือนกันไอ้ที่ว่าเด็กสมัยนี้ไม่รู้จักบาปบุญคุรดทษเนี่ยะ ผมชักสงสัยว่าเด็กไม่รู้หรือผู้ใหญ่ไม่เล่า ที่ผู้ใหญ่ไม่เล่าเพราะทำบาปกันจนเคยตัวกลัวที่จะเล่า เพราะผมเองก้เล่าถึงวัฏฏะสงสาร 31 ภูมิให้เด็กฟังทีไรก็ให้เสียวไส้ทุกที นึกในใจว่าเราเองจะจองนรกขุมไหนเนี่ยะ แต่ผมก็ยังสอนนะ สอนเรื่องบาปบุญคุณโทษย้ำให้เด็กเราได้รู้ไปให้มากขึ้น ๆ นั่นแหละ  เป้นเพราะเราให้ทุนนิยมกะวิทยาศาสตร์ครอบการศึกษาและศาสนาของเราไปสิ้น เราจึงเอาเหตุผลไปนำหน้าศรัทธาโดยที่ วาทกรรมแบบผีสางนางไม้ ยังครอบสังคมไทยอย่างแนบสนิท ศาสนาที่เคยเป็นคำตอบของสังคมเป็นที่ยึดที่เหนี่ยวของคนก็ถูกทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ จนในภาวะจิตใจที่ล้มเหลวหาอะไรยึดไม่ได้ หรือเปล่านี่คือคำถาม 

สอนเสร็จรีบขับรถไปส่ง "แจ้"กลับพิษณุโลกโอฆบุรีสองแคว รอรถประจำทางอยู่สองชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั้นเกิดอุบัติเหตุ รถมอไวค์เชี่ยวคนเดินถนน คนเดินถนนไม่เป้นไร คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็ไม่เป็นไร แต่คนซ้อนเป็นคุณยายอายุสักเจ็ดสิบ ลอยละลิ่วไร่วงกลางถนน หน้าฟาด ฟุบกับพื้น สลบไปครู่นึงก่อนที่จะมีคนปลุกให้ตื่น ทหารที่ตั้งด่านตรวจบริเวณนั้นออกมาช่วยและนำส่งดรงพยาบาล กลับมาแวะสนทนากับอาลีแขกขายโรตี ได้ความรู้มากมายเรื่องศาสนาอิสลามกับการถือศีลอด การดุพระจันทร์เพื่อประกาศเดือนรอมฎอนที่สงสัยมาช้านาน รวมไปถึงคำสอนที่สูงค่าเรื่องการอ่านคัมภีร์อัลกูรอ่าน และการดูแลทำความสะอาดเรื่องกายเพื่อชำระให้บริสุทธิ์ 

กลับมานั่งกินบะหมี่น้ำ กะโรตี คงอ่านหนังสือต่อแล้วเข้านอน 

เขียน:

ความเห็น (2)

คงสอนสนุกนะคะ มีเรื่องเล่าเยอะดี