อนุทิน #135752

เธอ.....เป็นมากกว่า...รัก

ทุกชีวิตล้วนมีรัก โลภ โกรธ หลง มันอยู่ที่ว่าใครจะเจอสิ่งใดก่อน ในมุมของความรักของคนแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป โลกนี้กว้างใหญ่นักแต่ความรักก็ยังคงอบอวนวนเวียนเข้าถึงได้ทุกที่ และในทุกที่ก็จะมีความหอมหวานอิ่มเอมตามมาเสมอ ดั่งชีวิตของนายทหารคนหนึ่งที่ดิฉันจะได้กล่าวถึงคนนี้ก็เช่นกัน เขาทำงานที่ต้องเสี่ยงตลอดเวลาไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกับใครได้เลย อีกทั้งหญิงสาวที่เคยเป็นคนที่รักยิ่งก็เริ่มห่างหายกันออกไปทีละน้อยๆ จนไม่เหลือแม้แต่เยื่อใยบางๆ นั่นเลย ความขมขื่น ความเศร้าใจ ความอ่อนล้า ปวดแปลบอ่อนแรงที่จะไขว่คว้าเธอเอาไว้สายใยบางๆ ขาดสะบั้นลงเพราะหน้าที่อันยิ่งใหญ่และเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยภาระอันหนักอึ้งทำให้เขาต้องเลือกหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติและทุ่มเท หากทำไม่ดีนั่น คือ หมายถึงชีวิตของเขาเองและผองเพื่อนต้องเป็นอันต้องจบลงเช่นกันนั่นเอง ตัวเขาเองก็เจ็บปวดไม่น้อยแต่ความเสียสละมีมากกว่าที่จะเห็นแก่ตัวได้ เขาจึงยอมที่จะปล่อยมือจากเธอไป

ก่อนเคยเหงา เคยรู้สึกเหว่ว้า

เคยมองหา ความรักนั้นมันอยู่ ที่ใด
โลกใบใหญ่เหลือเกิน มีผู้คนอยู่มากมาย
แต่หัวใจมันกลับเหงาขึ้นทุกที

แทนไทชอบฟังเพลงในยามว่างจากการเสร็จสิ้นภารกิจ วันนี้ก็เช่นกันเขาก็ยังฟังเพลงเดิมเพลงโปรดที่ฟังซ้ำไปซ้ำมา จนเพื่อนๆ ไม่ฟังด้วยแล้ว “ไอ้แทน แกฟังเป็นเพลงเดียวหรือว่ะ นั่น ฟังทุกทีที่ว่างซิน่า ตูเอียนแล้ว” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนบอก แทนไทหันไปตอบยิ้ม “ก็มันเพราะดีนี่หว่า เนื้อหาก็ดี อีกอย่างเราก็รอว่าใครจะมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของเราว่ะ” เพื่อนคนเดิมตอบกลับมาด้วยความหมั่นไส้ “เออ อยู่ป่าทั้งวันใครจะมาหาแกเจอว่ะ กอดปืนไปเถอะ อย่ามัวแต่เพ้อ” แทนไทถึงกับสะอึกเจ็บแปลบทันที “เออ จริงของแก ตูลืมไปว่ะ” พูดจบก็กอดปืนนอนหลับตานิ่งๆ ปล่อยให้ภาพในอดีตไหลกลับเข้ามาในมโนภาพความคิดอีกครั้ง “แทนๆ สัญญานะ เราจะรักอย่างนี้ตลอดไป” แทนไทยิ้มตอบหญิงสาว “สัญญาซิ เราจะรักปุ้มตลอดไปจนตายจากกัน เราจูงมือกันเดินแก่เฒ่าไปด้วยกัน แทนสัญญา” หญิงสาวยิ้มหวานอย่างมีความสุขในคำตอบนั้น แล้วภาพอีกภาพก็ผุดซ้อนขึ้นมาให้สมอง “แทนเราไม่ไหวแล้วนะ เราคิดว่าเราพอกันแค่นี้ดีกว่ามั้ย หน้าที่แทนมันยิ่งใหญ่เหลือเกิน เราไม่ไหวแล้ว” ปุ้มพูดพร้อมทั้งน้ำตา “เราไม่อยากฝันร้ายทุกครั้งที่ฟังข่าว ขวัญผวาเมื่อเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ ทีวี เราอยากมีแฟนแบบคนธรรมดาได้ยินมั้ยแทน เราไม่ไหวแล้ว” แทนไทได้แต่พยักหน้ายอมรับคำพูดนั้นแต่โดยดี ไม่อุทธรณ์ไม่ร้องขอ เข้าใจในสิ่งที่ ปุ้มร้องขออย่างที่สุด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลริน ความเจ็บปวดประเดประดังเข้ามาแทนที่ในที่สุดวันนี้ก็เดินทางมาถึงจนได้ นับแต่นั้นมาความเหงาจึงเข้ามาแทนความชุ่มฉ่ำใจความเจ็บปวดก็รุมเร้า

แทนไท คือชื่อของนายทหารคนนี้ แทนไททำงานกับเพื่อนทหารด้วยกันอีกนับสิบ หรือที่เรียกว่า ทีมค้นหาข่าว เป็นหน่วยสืบราชการลับอยู่ที่ภาคใต้ของประเทศไทย แทนไทต้องทำงานเสี่ยงตายแบบนี้มาร่วม 3 ปีเต็มจนเป็นเหตุต้องเลิกรากับแฟนสาว แรกๆ เธอก็เข้าใจในหน้าที่ของเขาดีแต่ความห่างไกล เริ่มทำให้ทั้งสองต้องทะเลาะกันบ่อยเพราะบางครั้งก็ติดต่อไม่ได้จนเธอโกรธ งอน และสุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการแยกจากกันไป แทนไทจึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะทดแทนความเจ็บปวดนี้ ซึ่งก็ได้ผลแค่ระยะหนึ่งเท่านั้นเมื่อต้องอยู่คนเดียวแทนไท ก็อดไม่ได้ที่จะคิดซะทุกทีร่ำไป “ปุ้ม แทนขอให้ปุ้มโชคดี เจอคนที่มีเวลา คนที่รักปุ้มอย่างจริงใจ ขอให้ปุ้มมีความสุขกับชีวิตนะ” แทนไทอวยพรให้ปุ้มอย่างจริงใจ ปุ้มสะอื้นไห้เสียใจที่เรื่องต้องมาจบแบบนี้ เพราะเวลาเพราะหน้าที่เท่านั้นที่เป็นกำแพงสำหรับคนทั้งสอง

วันหนึ่งขณะที่แทนไทได้หยุดพักผ่อนไม่ต้องไปหาข่าวกับทีมนั้น แทนไทใช้เวลาที่มีเข้าเมืองเพื่อเดินเล่นและพักผ่อนสมองไปในตัว เมื่อเดินเล่นจนเมื่อยจึงนั่งพักในขณะนั้นจึงหยิบโทรศัพท์เก่าๆ ของตัวเองขึ้นมาดูพลิกไปพลิกมามันคงได้เวลาที่จะเปลี่ยนเสียทีหน้ากากเก่าจนแทบมองไม่ออกว่ารุ่นไหน แทนไทจึงเดินไปที่ร้านแห่งหนึ่งทันทีให้รางวัลกับชีวิตบ้างก็ดีนะ แทนไทคิด พนักงานขายออกมาต้อนรับแนะนำสินค้าอย่างแคล่วคล่อง แทนไทชี้ไปที่โทรศัพท์รุ่นนึงพนักงานขายอธิบายสรรพคุณละเอียดยิบทันที พร้อมทั้งลงโปรแกรมให้เพื่อลูกค้าจะได้สะดวกในการใช้งาน “พี่ค่ะ สมัคร Mail เลยมั้ยค่ะ” พนักงานยังเจื้อยแจ้วต่อไป แทนไทพยักหน้ารับช้าๆ

พนักงานส่งกระดาษให้เขียนทันทีไม่กี่อึดใจโทรศัพท์ก็พร้อมใช้ แทนไทหามุมเงียบนั่งศึกษาสักพักก็เข้าใจจึงสมัครไลน์ทันที เพื่อเป็นการสดวกในการติดต่อกับเพื่อน ในขณะที่เพิ่มเพื่อนคนโน้นคนนี่ก็นึกได้ว่ามีเบอร์หนึ่งที่ยังไม่ได้จัดเก็บเข้าเครื่องจึงหยิบจากกระเป๋าสตางค์มาบันทึกแต่มันเขียนไว้นานเบอร์จึงเลอะเลือนทำให้แทนไทจัดเก็บเบอร์ผิดโดยไม่รู้ตัว

แต่เบอร์นี้ก็มีไลน์ไม่นานไลน์นี้ก็เข้ามาในระบบของแทนไท แต่แทนไทก็ไม่ได้สนใจมากนักมาสะดุดตรงรูปโปรไฟล์ เป็นผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้แทนไทเพ่งมองอย่างสงสัย ใครหว่า? เรารู้จักเธอคนนี้ด้วยหรือว่ะ เขาบ่นในใจ แต่อีกใจก็นึกว่า ดีแล้วจะได้มีเพื่อนคุยก็สนุกสนานไม่เหงา

ดีออกเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านไป แทนไท จึงลองทักแชทหญิงสาวคนดังกล่าวเพื่อที่จะทำความรู้จัก

หญิงสาวอัธยาศัยดีมากพูดคุยเป็นกันเอง “สวัสดีครับ ผมแทนไท” เมื่อทักแชทเสร็จ แทนไท ก็นั่งลุ้นสาวเจ้าจะตอบกลับมามั้ยนะ ไม่นานเสียงข้อความไลน์ก็ตอบกลับมา “สวัสดีค่ะ พลอยค่ะ” แทนไทรีบตอบกลับทันที “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” แล้วก็มานั่งนึกคำที่จะคุยกับเธออีก “ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ หมายถึงรบกวนมั้ยครับ เรียกผมว่า แทน ก็ได้ครับ” ตอบเขาซะยาวเลยเรา “ไม่ค่ะ เพิ่งว่างจากงานสอนพอดีค่ะ” อ้อ เขาเป็นคุณครู “เป็นคุณครูใช่มั้ยครับ ผมเป็นทหารครับ อยู่ที่ใต้” เปิดตัวมากไปไหมว่ะเรา นึกขำตัวเอง “อ้อ ค่ะ ลำบากไหมค่ะอยู่ทางโน้น พลอยเป็นครูค่ะ รับราชการครู” เธอตอบกลับมายาวพอสมควรทีเดียว แทนไท รู้สึกดีที่มีคนคุยด้วยจึงคลายความเศร้าในใจลงไปได้เยอะพอสมควรทีเดียว “ไม่ลำบากครับ ผมชินแล้วอยู่ที่นี่มาเป็นปีแล้วเลยชินครับ” การสนทนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนเพราะว่าแทนไทยังจดจำรสชาติของความเจ็บปวดนั่น ได้เป็นอย่างดีเลยนั่นเอง “วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณพลอย” แทนไทตัดบทจบการสนทนาลงเพราะต้องกลับฐานที่ตั้งซะทีออกมานานแล้ว แทนไทยิ้มให้ตัวเองรู้สึกดีที่มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคนแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตามที พลันก็ได้ยินเสียงข้อความไลน์เข้ามาอีกครั้งแทนไทกดดูพบว่าพลอยได้ส่งข้อความเข้ามา “ยินดีที่ได้รู้จัก เช่นกันค่ะ คุงทหาง เอ๊ย ทหาร คุ คุ คุ” แทนไทยิ้มกับข้อความแล้วก็นึกไปว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นอารมณ์ดีจัง การสนทนาระหว่างแทนไทกับครูพลอยเป็นไปอย่างเรื่อยๆ เมื่อพักจากงานเปิดออนไลน์ก็มักจะพบข้อความของครูพลอยส่งมาให้กำลังใจเสมอ “สู้ๆ นะค่ะคุณทหาร เที่ยงแล้วทานข้าวด้วยนะค่ะ พลอยกำลังทานข้าวพอดีเลย ทานด้วยกันมั้ยค่ะ” แทนไทยิ้มแล้วพิมพ์ตอบไปว่า “ผมเพิ่งได้พัก กำลังจะทานเช่นกัน ขอให้ทานให้อร่อยนะครับ” พลันข้อความก็เข้ามา “อร่อยอยู่แล้วค่ะ ว่าแต่วันนี้นอนกลางดินกินกลางทรายหรือเปล่าค่ะ” แทนไทพิมพ์ตอบไปว่า “ขอบคุณครับที่เป็นห่วง ฮ่าๆๆ”

“ปล่าวเลยนะค่ะ ไม่ได้เป็นห่วง แค่ถามดู อิ อิ อิ อิ” การสนทนาเต็มไปด้วยความสุขเล็กๆ โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าความผูกพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้นเบาๆ “ขำๆ เนาะ ยอกย้อนเนี๊ยะ”

แทนไท ทำงานอย่างมีความสุขมีเวลาว่างเป็นต้องออนเครื่องแชทไลน์กับครูพลอยทันทีและที่สำคัญมักจะได้ข้อความดีๆ ที่ให้กำลังใจเสมอทำให้หัวใจของแทนไทเบิกบานดุจดังมีหยดน้ำที่หล่อเลี้ยงให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาอีกครั้ง บางทีก็ฮัมเพลงเบาๆ จนเพื่อนในกลุ่มเริ่มแซว “เดี๋ยวนี้ หัดร้องเพลงด้วยหรือว่ะ ไม่ธรรมดาแหระตั้งแต่มีโทรศัพท์ใหม่เนี่ย” แทนไทขำกลบเกลื่อน “ฮ่าๆ แปลกตรงไหนกะอีแค่ร้องเพลงว่ะ ตู่ คนเรามันก็ต้องมีบ้างบางมุม มุมนั้นมุมนี้จริงมั้ยเพื่อน” ตู่ตบไหล่เบาพร้อมกับพยักหน้า “แปลกซิว่ะ ก็ไอ้แทนคนหน้าเข้มมันหายไป แต่มีไอ้แทนที่มีเสียงเพลงเข้ามาแทนไม่แปลกได้ไง” “แหมๆ ไอ้ตู่แกก็จ้องจับผิดตูไปได้ ฮ่าๆๆ ไปอาบน้ำดีกว่า ขี้เกียจเถียง”ว่าแล้วแทนไทก็เดินหนีไปเลยแก้เขินนั่นเอง เมื่ออยู่คนเดียวจึงพยายามนึกทบทวน อืม นี่เราเปลี่ยนไปมากจนเพื่อนมองเห็นเลยรึ แทนไทตั้งคำถามกับตนเองทุกครั้งที่ได้คุยกับครูพลอยเราจะรู้สึกสบายใจหายกังวล รู้สึกผ่อนคลายเพราะความขี้เล่นของครูพลอยนั่นเอง ครูพลอยเป็นผู้หญิงน่ารักมากๆ ในความรู้สึกของแทนไท เธออ่อนโยน ดุจสายน้ำอันฉ่ำเย็นคอยปลอบประโลมให้กำลังใจในยามที่ท้อแท้อย่างสุดขั้วของเขาในทีเดียว ยิ่งเธอเข้ามาตอนที่กำลังเหมือนคนจะจมน้ำด้วยแล้วยิ่งมีความหมายอย่างมากมาย หรือว่าเราจะหลงรักผู้หญิงที่มีแต่เสียงคนนี้เสียแล้วนะ

หากว่าเธอนั้น คือความรัก
ก็เป็นรักที่ดีจนไม่มีคำบรรยาย
ช่างโชคดีเหลือเกิน ที่มีเธอเดินข้างกาย
ชีวิตเหมือนได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย

เพลงท่อนนี้ช่างมีเนื้อหาที่กินใจเหลือเกิน เธอคือคนที่มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปอย่างนั้นหรือ แทนไทเฝ้าถามตนเองซ้ำๆ ยิ้มบางๆ ให้กับตนเองมีความหวังที่จะมีคนเดินเคียงข้างจูงมือพาก้าวข้ามผ่านมรสุมหัวใจลูกใหญ่ที่เพิ่งพัดพรากเอาคนรักจากไปไกลจน น้ำตาของลูกผู้ชายต้องหยดไหลมาแล้วทีเดียว น่าแปลกเนาะที่โลกใบใหญ่ขนาดนี้เรายังได้พบกันคงเป็นโชคชะตาที่ชักนำให้เรามาพบกันเป็นแน่แท้ แทนไทคิดไปตามกระแสของมโนความคิด

จะอย่างไรก็ตามหากครั้งนี้จะเป็นความรักครั้งใหม่เขาจะถนุถนอมความรักนี้เอาไว้เป็นอย่างดีเพื่อให้ความรักครั้งนี้ได้อยู่กับเขาให้นานเท่านานเลยทีเดียว แทนไทยังคงพูดคุยกับครูพลอยเสมอเมื่อว่างจากภารกิจของทุกๆ วัน ความผูกพันธ์ที่ก่อตัวเป็นตะกอนเล็กๆ ค่อยๆ ทวีขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ตัวของแทนไทเองไม่รู้ตัว จนลืมความเจ็บปวดเมื่อครั้งที่ปุ้มก้าวเดินจากไป ทิ้งไว้แค่รอยอาลัยที่ค่อยๆ จางหายออกจากใจไปทีละน้อยเพราะยางลบตราครูพลอยนั่นเอง

บัดนี้มีแต่ความสุขสดใส อบอวนไปด้วยความห่วงใย ผูกพันธ์ด้วยความเอื้ออาทรเล็กๆ จากคนที่อยู่ไกลจนสุดสายตาแต่ความห่วงใยที่ส่งมาไม่มีคำว่าห่างไกลกันเลยทีเดียว ทุกอย่างเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือที่ผ่านมาสัมพันธ์ให้ไออุ่นมาแนบเนา คลุกเคล้าด้วยการผสมผสานผ่านกาลเวลาที่ดีรอแค่เวลาให้ลงตัวเท่านั้น “คุงทหาร วันนี้ยิ้มบ้างหรือยัง อย่ามัวแต่ทำหน้าแบกโลกนะค่ะ อิ อิ อิ ” แทนไทยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียง “คร้าบบบบบบบ แม้พูดยังกะตาเห็นแน่ะ เลิกเป็นครู แล้วมาเป็นหมอดูมั้ยครูพลอย” ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันราวกับว่าสนิทสนมกันมานานแสนนานเลยเชียว “แหมๆๆ ช่างกล้านะ คุงทหาร เดี๊ย!!! เหอะ สั่งพุ่งหลังซะนี่” ครูเล่นบทโหดใส่ “กลัวแล้ว คร้าบบบบบบ ครูอะไรดุจริงไร ไม่ได้ดั่งใจจะทำโทษอย่างเดียว” ครูพลอยหัวเราะเสียงใสกังวานอย่างอารมณ์ดีตามเคย “อ๊ะ!! อย่ามากล่าวหานะค่ะ เค้าออกจะจายยยยยยยยยดี” แทนไทยิ้มกับความยั่วยวนกวนโมโหของครูสาว “ยอมๆๆ ครับเถียงทีไร ไม่เคยชนะซักทีซิน่า” แทนไทต้องยอมซะเองไม่งั้นคงจะไม่ได้กินข้าวเป็นแน่ “แหง๋ ซิ ต้องเป็นอย่างนั้นแหระ ผิดเป็นครูนี่น่า ไม่เคยได้ยินหรา คุงทหาร” คราวนี้แทนไทหัวเราะบ้าง “คร้าบบบบ ยอมคร้าบบบ ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงครูพลอยยังคงดุกลับมาอีกครั้ง “มาหัวเราะตามเค้าทำไม เดี๊ย! ล้อเลียนหรา” คราวนี้แทนไทขำไม่ออก “เอ้า!!! ผม ผิดอีกแหระ งั้นขอตัวทานข้าวก่อนนะครับ เดี๋ยวมาเถียงด้วยใหม่ บ่ายนี้มีงานต้องไปลาดตะเวนขอตัวก่อนนะ คุณครูขาโหด” “ตามสบายค่ะ คุงทหารแบกโลก ฮ่าๆๆๆ” จนได้ซิน่าแทนไทคิดในใจ ไม่มีสักครั้งที่จะยอมแต่ก็สนุกดีนะมีสีสันในชีวิตดีได้ยิ้มทุกวัน ถ้าไม่มีครูพลอยชีวิตที่มีแต่ความเสี่ยง ชีวิตที่แขวนไว้บนเส้นด้ายหาความมั่นใจอะไรไม่ได้เลยไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งตอนไหนแต่การที่จะมีใครสักคนมาเติมเต็มให้กับชีวิตก็ดีมิใช่น้อย ดังเช่นวันนี้มีคนที่ให้กำลังใจให้ความรู้สึกที่ดีมีพลังมีความหวังที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แต่เรื่องของหัวใจก็สำคัญเป็นกำลังใจเล็กๆ ที่จะทำให้มีความสุขในการทำงานไปอีกวัน แทนไทยิ้มให้ตัวเองที่มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณครูจิตใจดีไม่รังเกียจทหารบ้านๆ ที่ทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเสียสละ เพื่อชาติแต่หัวใจนั้นเพื่อเธอ “ไอ้แทน ฉันถามแกตามตรง แกมีความรักใช่มั้ยเนี้ย” ตู่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอดรนทนไม่ไหวจึงโพล่งออกไป “ทำไมหรึ” แทนไทย้อนถาม “ไม่ทำไม ฉันอยากเห็นแกมีความสุขก็เท่านั้น แกเป็นเพื่อนฉัน” แทนไทซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเพื่อนรัก “ขอบใจนะที่เป็นห่วง ใช่ฉันมีความรักแต่รักครั้งนี้ ฉันรับรองว่ามันจะไม่เหมือนครั้งก่อน” ตู่ตบไหล่แทนไทเบา “ฉันดีใจด้วยถ้ารักครั้งนี้มันทำให้แกมีความสุข” แทนไทยิ้มบางๆ ออกลาดตะเวนด้วยความสุขใจที่เต็มเปี่ยม อย่างน้อยๆ ก็มีคนที่เห็นคุณค่าที่ทำเข้าใจในหน้าที่การงานที่เขาพึงกระทำ แทนไทมองทอดสายตาออกไปที่ขอบฟ้าไกลอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง อิ่มเอมใจอย่างบออกไม่ถูกความเหนื่อยความท้อแท้ในบางครั้งบางหายเหือดหายไปเพราะครูพลอย ครูที่คอยให้กำลังใจคอยหยอกล้อเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของวัน

วันนี้ก็เหมือนเฉกเช่นทุกวัน และมันจะเป็นแบบนี้อีกนานเท่านานถ้าเธอคนนี้ยังให้ความเข้าใจ และรอคอยการกลับไปของเขา แทนไททหารกล้าแห่งขุนเขากำลังใจที่มีให้แก่กันนั้นประดุจหยดน้ำที่ชุ่มเย็นหล่อเลี้ยงจิตใจในยามที่ท้อแท้สิ้นหวังแต่เพียงเพราะหน้าที่จึงต้องฝ่าฟันกับเหล่านี้ให้จงได้

ขึ้นชื่อว่า “ความเหงา” นั้นมันสามารถแทรกซึมและยึดพื้นที่ในหัวใจของใครต่อใครได้อย่างรวดเร็วเสมอ บ่อยครั้งที่ “ความเหงา” นี้เข้ามาแทรกซึมในหัวใจของแทนไท แต่คราวนี้เขามีครูพลอย ครูที่สดใสทุกขณะจิตมองโลกเชิงบวกอารมณ์ศิลปะในหัวใจมองโลกสดใสตลอดเวลา ยิ่งทำให้หัวใจที่ขาดความชุ่มชื้นอ่อนแรงอ่อนล้า ได้พบกับความสุขสดชื่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดังนั้นแทนไทจึงให้สัญญากับตัวเองว่าจะเก็บช่วงเวลาขณะนี้เอาไว้ให้ยาวนานที่สุด จะรักษาเอาไว้ให้ตราบนานเท่านาน บัดนี้ “ความเหงา” ทำอะไรแทนไทไม่ได้อีกแล้วนับตั้งแต่วินาทีนั้น เธอคือ คนที่มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป เพิ่มสีสันให้ชีวิตและการทำงาน เธอคือ ประกายเทียนในยามค่ำคืนที่ฟ้าหม่น ใจเศร้า เธอคือ น้ำค้างกลางใจของทหารไทยโดยแท้ เมื่อคิดได้ดังนี้แทนไทจึงตัดสินใจที่จะบอกความในใจนี้ให้ครูพลอยรับทราบเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในไม่ช้า ใจหนึ่งก็พะวงหากเขาไม่มีใจตอบมาเราจะทำอย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ดี เราก็ยังได้บอกความนัยออกไปดีกว่ากักเก็บไว้เพียงลำพัง

นับแต่นี้ต่อไป “ความเหงา” เราต้องห่างกันสักพักแล้วซินะ เพราะเรามีครูพลอยเข้ามาแทนที่แล้วนั้นเองวันนี้ต้องบอกให้ได้ แทนไทมุ่งมั่นตั้งใจเหมือนกำลังจะไปออกลาดตะเวนเลยทีเดียว และแล้วเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึงเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแทนไทก็เปิดออนทันที “สวัสดี ครูพลอย วันนี้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติ คือ หัวใจของผมเอง ผมมีเรื่องที่ครุ่นคิดมาตลอดระยะเวลาที่เราคุยกัน ผมรู้สึกดีมากที่คุยกับครู จนผมเองเริ่มไม่แน่ใจว่าจะบอกคุณครูดีมั้ย ผมคิดไปคิดมาอยู่หลายวัน จนวันนี้จึงตัดสินที่จะบอกออกไป หากไม่บอกออกไปผมไม่รู้ว่า ผมจะมีโอกาสได้บอกมั้ย เพราะงานของผมมันเสี่ยงมากมาย” ทันทีที่ข้อความถูกส่งไป ข้อความนั้นก็ถูกอ่านทันที แทนไทได้แต่นั่งลุ้นว่า คำตอบจะเป็นอย่างไร “ครูเข้าใจที่คุณทหารกำลังจะบอกนะค่ะ ขอบคุณที่รู้สึกดีกับครูค่ะ ครูก็รู้สึกดีกับคุณทหารนะค่ะ” แทนไทแทบจะกระโดดตัวลอยที่อ่านข้อความนั้นจบ “อีก หนึ่งเดือน ผมจะได้พักกลับบ้านเป็นเวลา 10 วัน ผมไปเที่ยวหาคุณครูที่โรงเรียนได้มั้ยครับ” แทนไทดีใจมากกับคำตอบจึงอยากไปเยี่ยมเยียนและเห็นหน้าเขารอลุ้นกับคำตอบที่กำลังถูกส่งกลับมา “ได้ซิค่ะ ถ้าไม่รังเกียจครูบ้านนอกอย่างพลอย” นี่เป็นครั้งที่สองที่ดีใจ “ผมยินดีมากกว่าที่จะได้เจอหน้าคุณครู ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ นะครับ”

ข้อความตอบมาว่า “ยินดีเช่นกันค่ะ คุณทหาร พลอยไปสอนก่อนนะค่ะ” แทนไทยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง “ตามสบายครับ”

ในที่สุดทุกอย่างก็ลงเอยกันด้วยดี ครูพลอยเหมือนน้ำค้างที่หยดลงมาชโลมใจของแทนไททหารกล้าที่เสียสละเพื่อชาติและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ แทนไทได้พบกับคนที่เข้าใจอย่างแท้จริงดังนั้นเวลาไม่ได้เป็นตัวแปรในการที่เราจะรักหรือรู้สึกดีๆ กับใครสักคน แต่เวลาเป็นข้ออ้างขอคนที่อยากจะไปจากกันโดยมีความเหงามาเป็นสื่อกลางมากกว่า เมื่อความเหงาเข้ายึดพื้นที่แห่งใด พื้นที่นั้นก็จะพบกับความพลัดพรากทันที โดยมีน้ำตาของอีกฝ่ายเป็นรางวัล ลาก่อนความเหงา...........

เขียน:

ความเห็น (2)

ยาวมาก

ครูเล็กเอาไปเขียนในบันทึกนะครับ

อนุทินใช้บันทึกสั้นครับ