อนุทิน #134389

One fine day : หนีงวันสบายคลายร้อน กับ ต.เต็มพาเที่ยวพากิน

     วันนี้เป็นวันหยุดที่แสนจะสบายวันนึง อยู่แต่บ้านเฉยๆก็ไม่รู้จะทำอะไรดีก็เลยคิดว่าวันนี้เราจะนร้าไปเที่ยวไหนดีแล้วจะไปกินอะไรที่ไหนดี ซึ่งวันนี้เราจะต้องไปเที่ยวไปกินให้มันสนุกมันสุดๆไปเลย

    

     วันนี้เป็นผมตื่นขึ้นมาแต่เช้ารีบไปหาอะไรทานก็เลยคิดขึ้นได้ว่าอยากจะกินอะไรที่มันร้อนเบาๆ ยามเช้าสักหน่อยผมก็ได้เลือก ร้านข้าวต้มหมูภูเก็ต ซึ่งเป็นร้านอาหารเช้าที่เก่าแก่ เปิดมานานกว่า 60 ปีแล้วขายข้าวต้ม โจ๊ก ซุปหมี่ซั่ว มาม่า และวุ้นเส้น ปัจจุบันนี้ที่เปิดอยู่นั้นคือทายาทรุ่นที่ 3 หรือ รุ่นหลาน และแม่ครัวใหญ่ประจำร้านนั้นก็คือ ลูกสาว หรือทายาทรุ่นที่ 2 แล้วเมนูที่ผมชอบที่มากก็คิด ซุปหมี่ซั่ว ซึ่งซุปหมี่ซั่วนี้ จะรู้จักกันเฉพาะชาวภูเก็ตท้องถิ่นเท่านั้น นักท่องเที่ยว ชาวภูเก็ตที่ย้ายมาแทบจะไม่รู้จักกันเลย แล้วเมื่อเข้าไปในร้านสั่งซุปหมี่ซั่วน้ำหมุสับแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะ ก็จะเจอปาท่องโก๋ ปาท่องโก๋ตัวโต ที่เอาไว้ทานกับหมี่ซั่ว ข้าวต้มหรือโจ๊ก ร้านตั้งอยู่ห่างจากแถวสี่แยกแถวน้ำ ไปตามถนนภูเก็ต (วันเวย์) ทางด้านที่จะไปสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ ประมาณ 20 เมตร จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ เยื้องกับร้านนำศิลป์การแว่น เปิดร้านตั้งแต่ 6 โมงเข้าจนถึง 10 โมงเข้า และปิดร้านทุกวันจันทร์

     ระหว่างที่นั่งทานซุปหมี่สั่วหมูอยู่นั้นเอง ผมก็กำลังคิดว่าวันนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดีนร้าในวันหยุดนี้ก็เลยคิดขึ้นได้ว่าวันนี้น่าจะไปวัดฉลอง ได้ไปทำบุญไหว้พระสักหน่อยก็คงดีเหมือนกันมันจะได้มีสิ่งอะไรดีกับตัวเรามั้ง ซึ่ง วัดฉลอง หรือชื่อที่เรียกเป็นทางการก็คือ วัดไชยธาราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต ถ้าใครมาภูเก็ตจะต้องมาแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตัวเอง มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีกิตติศัพท์ในการรักษาโรค บุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก เล่ากันว่าในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นถึงกับมีผู้ที่รอปิดทองตามแขนและขาของท่านจนแลดูเหลืองอร่าม ไปทั่วราว กับปิดทองพระพุทธรูปและแม้ว่าหลวงพ่อแช่มจะมรณภาพเป็นเวลานับหนึ่งร้อยปีมาแล้วก็ตามชื่อเสียงเกียรติคุณ และบารมีของท่านก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนสืบมา อีกทั้งที่วัดฉลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา วัดฉลองแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตอีกแห่งที่ ใครๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตจะต้องมาวัดแห่งนี้

     เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย ซึ่งเวลาในตอนนี้ก็เที่ยงเกือบจะบ่ายโมงพอดีเลย ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาอีกก็เลยลองโทรไปชวนเพื่อน แล้วก็ได้นัดเพื่อนๆ ให้ไปเจอกันที่ร้านอาหาร บ้านสัตบรรณ เป็นร้านอาหารที่สามารถทานอาหารไปด้วยพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมื่องภูเก็ต ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบป่าเขา อากาศที่สดชื่น และสามารถชมแสงดาวยามค่ำคืน ซึ่งอาหารที่อร่อยและสะอาด สดใหม่อยู่เสมอ เปิดบริการตั้งแต่ 10.00 – 22.00น. ร้านตั้งอยู่บนไหล่เขา ห่างจากตัวเมื่อง 9 กม. และอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวต่างๆ ของเมืองภูเก็ต ซึ่งเขานี้ก็คือ เขาเรการ์ หรือ เขาสิบสองไม้เท้า นั่นเอง

       เขาไม้เท้าสิบสอง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดภูเก็ต มีความสูงประมาณ 529 เมตรอยู่ในพื้นที่อำเภอกะทู้ เขาไม้เท้าสิบสอง หากนึกไม่ออกว่าอยู่ที่ไหนก็ลองนึกภาพ ภูเขา ที่เป็นฉากหลังของหาดป่าตองดู นั่นแหละคือ เขาไม้เท้าสิบสอง แต่หากยังนึกภาพไม่ออกก็คือภูเขาที่มีลูกกอล์ฟอยู่บนยอดนั่นแหละซึ่งเจ้าลูกกอล์ฟที่ว่าความจริงเป็น เครื่องมือในการตรวจสภาพอากาศของทหารเค้าถึงแม้ว่า เขาไม้เท้าสิบสอง จะอยู่ในเขตอำเภอกะทู้แต่ก็มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลฉลองเช่นกันและเส้นทางการเดินทางที่สะดวกที่สุด ที่จะไปยังยอดเขาไม้เท้าสิบสอง คือ เส้นทางจาก ซอยบ้านในตรอก ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต


      แล้วเมนูอาหารจานโปรดของผมที่ร้าน บ้านสัตบรรณ นั้นก็คือ อาหารญี่ปุ่น ซึ่งผมชอบมากครับที่ร้านบ้านสัตบรรณเค้าทำได้อร่อยมากเลยครับ แล้วก็ใช่ของที่สดใหม่อยู่เสมอ แล้วเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ผมมาที่นี่จะต้องสั่งเป็นประจำก็คือ ข้าวห่อสาหร่ายคลุกไข่กุ้ง ปลาแซลมอนแช่น้ำปลา ปลาซาบะย่างซี่อิ๊ว แต่ก็ยังมีอีกหลายเมนูที่ร้านนี้ยังรอให้คุณลองมาสั่งทานอีกมากมาย

       ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ไปกินอาหารเช้าที่ ร้านข้าวต้มภูเก็ต ซึ่งเป็นร้านอาหารเข้าที่เก่าแก่ของภูเก็ตอีกที่นึงและก็ได้เปิดมานานกว่า 60 ปี แล้วผมก็ได้พาไปเที่ยวทำบุญไหว้พระที่วัดฉลอง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวภูเก็ตและก็ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ได้มีประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา อีกด้วยและหลังจากนี้ผมยังได้พาไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร บ้านสัตบรรณ ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาของ เขาเรดาร์ หรือเรียกอีกชื่อนึงก็คือ เขาสิบสองไม้เท้า นั้นเองและที่ร้านอาหารแห่งคุณก็สามารถที่จะทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ อันสวยงานของเมื่องภูเก็ตได้ด้วย แต่ถ้าคุณมารับประทานอาหารค่ำที่นี้ คุณก็ยังสามารถที่จะรับประทานอาหารพร้อมกับชมแสงดาวยามค่ำคืน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองภูเก็ตในยามค่ำคืนที่แสนจะงดงาม และทั้งหมดนี้ก็คือ one fine day: หนึ่งวันสบายคลายร้อน กับ ตัวเต็มพาเที่ยวพากิน แล้วครั้งหน้าผมจะพาไปเที่ยวพาไปกินที่ไหน นั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ

 

เขียน:

ความเห็น (0)