อนุทิน #134359

                    

 

One fine day : หนึ่งวันสบายกับ น้องพีชจุง

ถ้านึกถึงวันสบายๆล่ะก็ ก็ต้องเป็นเรื่องกินและรับลมชมวิวสินะครับไม่งั้นมันจะเป็นวันสบายได้ยังไง ถ้างั้นน้องพีชขอตัวพาผู้รับอ่านไป Survey กันเลยนะครับ

อากาศวันนี้ก็ดีอีกหนึ่งวัน หลังจากทำงานไม่ได้พักมานานนม ร่างกายอ่อนล้าตามภาษาคนทำงานก็ต้องหาบรรยากาศดีดีในการที่เราต้องพักผ่อน ผมและเพื่อนๆจึงนัดแนะกัน ชวนกันไปรับลมและดื่มด่ำกับกลิ่นไอของทะเลที่ไม่ไกลและไม่ใกล้ ก็คือ “เกาะพีพี” ซึ่งเป็นเกาะใน จังหวัดกระบี่ นั่งเรือประมาณ 1.45 นาที ก่อนจะถึงเกาะพีพี ก็จะมีการแวะตามเกาะต่างๆ เช่น เกาะไข่ และอ่าวลิง ล่ะมั้งครับถ้าจำไม่ผิด ^_^  เป็นครั้งแรกด้วยแหละคับที่ได้ไปเที่ยวเกาะและนั่งเรือ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ เกาะไข่ที่เรือแวะเป็นที่แรกนั้นเป็นเกาะเล็กแต่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ผมถึงกับอึ้งเลย แขกจีนเยอะมากแบบถ้าเอาไปประท้วงก็คงต้องมีตำรวจมาคุ้มกันเลยทีเดียว พอลงเหยียบเกาะก็มีหลายกิจกรรมที่คนบนเกาะนั้นได้ทำเป็นธุรกิจขึ้นมีทั้งให้อาหารปลา เพ้น สัก และร้านอาหาร แต่พวกผมก็ไม่ได้เสียเงินในตรงนั้น 555 เพราะงบประมาณไม่พอ อิอิ พวกผมก็ได้แค่เล่นน้ำทำเลกันอย่างสนุกสนาน พอถึงเวลา พนักงานบนเรือก็เป่านกหวีดเพื่อเรียกให้แขกผู้โดยสารมาเจอกันที่จุดนัดพบ เมื่อทุกคนขึ้นเรือก็มีการ รับประทานอาหารกันบนเรือ โดยเค้าจะบอกว่าจะรับประทานอาหารให้เสร็จกันก่อนแล้วเรือจึงจะเดินทางต่อ ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าจะพูดทำไม ผมยังไม่ทันได้ตักข้าวเลย เรือก็ออกซะละ -..- ผมก็ไม่ซีเรียสอะไรหรอก เพราะการกินข้าวแบบเรือเอนไปเอนมามันก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศแปลกอีกอย่างไป กินไปเอียงซ้ายทีขวาทีเอาซะพออิ่มก็เกือบอาเจียนออกมา พอกินกันเสร็จก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือนั่งรับลมทะเล ถึงแม้ว่าร้อนแต่ก็ไม่เกี่ยงเพราะมันคือการพักผ่อน แล้วเรือก็มาถึงจุดที่ สอง ก็คือหน้าอ่าวลิง ทางเรือจะให้แขกและผู้โดยสารบนเรือได้ ลงไปดำน้ำชมปะการัง เม่นทะเลมีปลาหลากหลายมากมาย โดยเค้าจะให้ใส่เสื้อชูชีพและสน๊อคเกิ้ล ในการดำน้ำแต่พวกผมมันวัยรุ่นไม่สนใจกระโดดจากดาดฟ้าเรือเลยล่ะครับ สนุกฝุดฝุด หลังจากเล่นกันอย่างสนุกสนานเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น เพราะหมดเวลาผมก็เลยเก็บและหยุดความสนุกไว้เท่านั้นแล้วเรือก็เดินทางต่อไปยังเกาะพีพี ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเกาะพีพีมันมีกี่เกาะแต่เกาะพีพีที่ผมลงไปเที่ยวนั้นมันเป็นเกาะเล็กและเดินแปปเดียวก็ทะลุไปยังอีกด้านนึงของหาดพีพี แต่ตอนแวะเกาะนี้ผมก็ไม่ได้เล่นทะเลแล้วเพราะมันเพลียและไม่อยากเอือดก็เลยได้แต่ถ่ายรูปเดินดูของที่ขายตามทางที่เดินไป แล้วก็เดินทางกลับขึ้นเรือเดินทางกลับแต่ระหว่างทางกลับลมแรงและคลื่นสูงเหมือนกับเล่นเจ๊ตสกีโต้คลื่นดีดีเลย 555 สนุกมากแต่ก็กลัวเรือล่มตอนนั้นใจไม่อยู่กับตัวเพราะใจอยู่กับคนที่รักหมดแล้ว (ล้อเล่นนะครับ) แต่เรือก็เดินทางมาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากเที่ยวมาแล้วทั้งวันผมก็เลยขอแนะนำร้านอาหารร้านหนึ่งที่อร่อยกันเลยทีเดียวทีโดยร้านนี้ก็เป็นร้านที่ผมทำงานอยู่ด้วยก็อยากจะโฆษณาร้านสักนิดเผื่อจะได้มีรายได้เพิ่มจากเดิม 555 ร้านนี้ชื่อว่าร้านอาหาร MALI SEAFOODRESTAURANTและ  BLACK PEARL RESTAURANTซึ่งเป็นร้านเดียวกันแต่แบ่งเป็น 2 ร้าน อาหารก็คล้ายกัน แต่ปริมาณและราคาก็ต่างกันออกไปและจะมีกระบะ SEAFOOD เพื่อขายอาหารที่แขกต้องการกินเมนูที่แตกต่างจากในร้าน ก็สามารถสั่งได้ตามใจชอบได้โดยจะมี HOSTESS ซึ่งจะทำหน้าที่คอยขายอาหาร SEATFOOD อยู่ด้านหน้าของร้านอาหาร ร้านทั้ง 2 นี้ตั้งอยู่ใน กะตะ ตรงสามแยกก่อนถึงหน้าหาดกะตะ ซึ่งเป็นร้านที่ทำเลดีกันเลยทีเดียวทำให้ชาวต่างชาติเมื่อเล่นน้ำเสร็จก็จะแวะมากินกันเยอะในช่วงนี้ แต่วันนี้ผมจะเสนออาหารที่ติด TOP ของร้านเลยก็คือPINEAPPLE FRIED RICEหรือ ข้าวอบสับปะรด

                                                    

ซึ่งเป็นข้าวหน้าตาเหลืองๆ แวววาว ที่ข้าวแวววาวและเหลืองเพราะ ทางร้านได้ใส่ผงกระหรี่จึงทำให้ข้าวออกมาหน้าตาสีเหลืองและที่ข้าวมันแวววาวก็เราะทางร้านได้ทำการใส่กะทิลงไปผัดกันให้เข้าเนื้อเดียวกันและยังมีสับปะรดที่หั่นเป็นเต๋าใส่ผสมลงไปเผื่อให้ได้รับรสที่แตกต่างจากความเลี่ยนแล้วยังมีรสเปรี๊ยวมาตัดเพื่อให้ไม่เลี่ยนจนเกินไปพร้อมกับไก่ที่ใส่ไปเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน แล้วนำข้าวที่ผัดได้นั้นใส่ลงในสับปะรด และนำไปอบในเตาอบในเวลาที่สมควร แล้วนำออกมา เสริฟให้แขกรับประทาน และมีอีกเมนูนึงที่ส่วนตัวผมชอบมากคือ ANDAMAN SOLE FILLETหรือ สเต็กปลาตาเดียว  

                                                     

 

 โดยจะทำการแล่ปลาตาเดียวเป็นชิ้นพอสวยงามตามน้ำหนัก 200 กรัม แล้วนำมาปรุงรสแล้วนำไปคลุกแป้ง เกร็ดขนมปังและนำลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อนพอสมควร ใช้เวลาในการทอดไม่นานเพราะปลาสุกง่ายแค่ทอดให้สีของแป้งมีความสวยงามแล้วเสริฟพร้อมกับผักสลัด ราดซอสด้วย WHITE WINE เมื่อกินตอนร้อนจะทำให้รู้ถึงรสชาติอาหารมากยิ่งขึ้นความหอมของซอสนั้นทำให้น้ำลายแตกกันเลยทีเดียว โดยราคาของจานนี้ก็ไม่แพงมากสำหรับแขกต่างชาติที่มาเที่ยว และเป็นอาหารจานนึงที่ผมจะเสนอให้รับประทานล่ะครับ

               

จากการที่ได้บอกผ่านตัวอักษรให้ได้รับอ่านไปนั้นผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมได้เล่าไปจะชวนให้ผู้อ่านเกิดความอยากที่จะเที่ยวหรือกินในที่ที่ผมได้ไปสัมผัสเพราะถ้าคุณไปแล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน แต่สำหรับร้านที่ผมแนะนำนั้นถ้าไปรับปะทานอาหารล่ะก็ให้มาบอกผมได้ โดยอาหารในเมนูนั้น สามารถลดได้ ถึง 40% กันเลยทีเดียว สุดท้ายผมก็ขอฝากถึงสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารด้วย “แม้ว่าเราจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยวยังไงเราก็ต้องรักษาความสะอาด” :D

 

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)