อนุทิน #134338

วันหนึ่งในฤดูหนาว 

              เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวสิ่งที่นึกถึงคงเป็นอากาศหนาวเย็นที่มาพร้อมกับวันหยุดพักผ่อน ที่มีมากกว่าเดือนอื่นๆในปีหนึ่งไม่ว่าจะเป็นวันหยุดราชการของไทยหรือวันหยุดสากลของหลายๆประเทศ ที่เด่นชัดมีการจัดเทศกาลไปทั่วโลกเลยคือ วันปีใหม่นั่นเอง

               วันปีใหม่ถือเป็นเทศกาลที่มีในทั่วทุกมุมโลก มีการเฉลิมฉลองจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกครื้น  รวมทั้งในจังหวัดภูเก็ตของเราเองก็ได้รับการสนับสนุนจากทางองค์กรต่างๆภายในจังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยผลักดันทางด้านการท่องเที่ยวภายในจังหวัดมีการจัดงานโชว์สินค้า  เวทีการแสดงต่างๆมากมาย ในวันปีใหม่ที่ผ่านมานี้ฉันเองก็ได้มีโอกาสไปร่วมเที่ยวชมงานต่างๆเหล่านี้ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2556 ฉันและแม่ได้พาน้องชาย ซึ่งกลับมาจากหาดใหญ่เนื่องจากไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่นั่น ไปเดินเที่ยวชมงานกาชาดจังหวัดภูเก็ตที่เวทีกลางสะพานหินมีเสื้อผ้า สินค้าราคาถูกเยอะแยะมากมาย ส่วนใหญ่ที่ไปเดินในงานก็มีเป็นชาวต่างชาติทั้งนั้นเลยค่ะทีแรกก็ตกใจ เอ๊ะ!! นี่เราเผลอเดินออกมาประเทศพม่าหรือเปล่า? นึกไปก็ขำไปเพราะพม่าเดินว่อนกันทั้งงานเลยค่ะหน้าตาฉันก็ละม้ายคล้ายคลึงกันซะด้วย (= =^)

           เดินเข้าไปในซอยข้างเวทีการแสดงจนถึงบริเวณหลังเวทีก็มีซุ้มปาลูกโป่ง ยิงลูกดอก ปาลูกดอกต่างๆนานามากมายให้เลือกเล่นกัน ฉันก็ไปเจอกับซุ้มๆหนึ่งซึ่งแบล็คกราวด์เป็นตารางหมากฮอสมีเลข 6 กับ 9 ในช่องแต่ละช่อง ดูแล้วก็ตาลายกันเลยทีเดียวค่ะ กติกาคือมีลูกดอกลูกละ 20 บาท 3 ดอก 50 บาท ปาให้โดนเฉพาะเลข 9 แล้วพ่อค้าบอกให้เลือกตุ๊กตาตัวไหนก็ได้ในร้าน ฉันก็รู้สึกอยากได้มากเลยค่ะฝันอยู่เสมอว่าอยากเดินถือตุ๊กตาตัวใหญ่กลับบ้านสักครั้ง แต่เนื่องจากตัวเองไม่มีโชคทางด้านนี้เลยแต่ครั้งนี้ฉันรู้สึกมั่นใจมากค่ะว่าจะได้ถือตุ๊กตากลับบ้านเพราะมีน้องชายมาด้วย ฉันเลยขอแม่ ลองเล่นกันดูค่ะ เราซื้อกันแค่ลูกดอกเดียวค่ะ 20 บาท พ่อค้าขายลูกดอกเสร็จก็ไม่ได้สนใจอะไรขายดอกอื่นต่อไป และแล้วน้องชายของฉันก็ปาโดนเลข 9 โดยลูกดอกเพียงลูกเดียวที่ซื้อมานั่นแหละค่ะ ฉันดีใจมากลูกๆของพ่อค้าก็ดูดีใจไปกับฉันด้วยตามภาษาเด็กน่ะค่ะ   

        สุดท้ายฉันก็ได้หมอนตุ๊กตาตัวใหญ่กลับบ้าน วันถัดมาฉัน แม่และน้องก็ได้ไปไหว้พระที่ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง  ซึ่งเหมือนกับไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่เนื่องจากตอนที่น้องเรียนอยู่ชั้นประถมนั้นเกิดปวดท้องอยู่หลายวันนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ น้ำเกลือปาเข้าไป 10 ถุงก็ยังไม่หายปวดรุนแรงถึงขั้นชักก็มีค่ะ จนในที่สุดพ่อต้องไปไหว้พระจ้อซือก้งที่ศาลเจ้านี้หลังจากนั้นน้องจึงมีอาการดีขึ้นเราจึงมาไหว้ นำผลไม้มาไหว้อยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้จึงไม่ลืมที่จะพาน้องไปไหว้ท่านก่อนจะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น

                                                

      ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 นั้น ฉันออกไปเที่ยวงานปีใหม่นอกบ้าน อยากบอกมากๆเลยค่ะว่าไม่มีใครเชื่อฉันเลยว่าอาจารย์ที่เคารพมีคำสั่งการบ้านให้ไปเก็บภาพบรรยากาศงานปีใหม่ข้างนอก ทุกคนหาว่าฉันใช้เป็นข้ออ้างเพื่อออกไปเที่ยวจนในที่สุดฉันก็ต้องหยิบใบงานมาให้ดูเพื่อเป็นการยืนยัน หลังจากนั้นถึงจะเชื่อค่ะ ช่างเป็นการออกจากบ้านที่ยากลำบากเหลือเกินค่ะ แต่ปกติวันปีใหม่ของทุกๆปีที่ผ่านมาฉันจะอยู่เคาท์ดาวน์ที่บ้านมากกว่าออกไปสังสรรค์ข้างนอก  เพราะกลัวว่าถ้าออกไปจะมีแต่อันตรายทั้งอุบัติเหตุคนเมาแล้วขับ หรือ โจร เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเห็นข่าวราวๆนี้บ่อยในช่วงเทศกาล ครั้งนี้ออกไปเพราะความจำเป็นแต่ก็คุ้มค่ากันค่ะ ได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆ  วันนั้นสถานที่ที่ฉันเลือกไปคืองาน “ Phuket Colorful Countdown 2014 ” ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตร่วมกับหลายๆองค์กร ตั้งแต่วันที่ 28 –31 ธันวาคม 2556 ณ สนามชัยอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมายอาทิเช่น  การแสดงวงดนตรี / การแสดงเต้นประกอบเพลง การประกวดร้องเพลงไทยสากล การประกวด Miss City Girl Phuket Colorful Countdown Phuket 2014 การแสดงจากศิลปินดารานักร้อง การจัดการแสดงโคมไฟรูปร่างต่างๆ และภายในงานมีโต๊ะเพื่อรองรับผู้ที่มาเที่ยวชมได้ซื้อสินค้าอาหารภายในงานได้นั่งรับประทานอย่างสะดวกสบาย อาหารก็มีให้เลือกซื้อหลายอย่างราคาพอประมาณไม่แพงจนเกินไป ผู้คนที่มาก็มีทั้งคนในท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่มาเดินเล่น ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

             เมื่อเดินมาถึงด้านหน้างานสิ่งที่เราจะเห็นเป็นอันดับแรกเลยนั้น คือ โคมไฟสีสัน รูปร่างต่างๆของในแต่ประเทศที่เป็นอาเซียนไม่ว่าจะเป็นโคมไฟประจำชาติญี่ปุ่น ลาว พม่า เวียดนาม จีน เป็นต้น ซึ่งแขวนเรียงรายกันเป็นทางยาวเหมือนอุโมงค์ทางเข้า ที่ส่องแสงสวยงามเป็นอย่างมาก มีผู้ที่สนใจถ่ายรูปกับโคมไฟกันมากมายรวมถึงฉันด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อฉันเห็นครั้งแรกก็รู้สึกชอบและประทับใจมาก ต้องเก็บภาพสวยๆเหล่านั้นไว้เป็นที่ระลึก ด้านในของงานยังมีการจัดแสดงโคมไฟเป็นรูปร่างอื่นอีกมาก เช่น โคมลอย รูปว่าวจุฬา  นอกจากนี้ยังมีป้ายแบล็คกราวด์เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของหลายๆประเทศ ที่จำได้ก็มีเป็นภาพ Universal Studio Singapore และภาพวัดพระแก้ว ของไทยเรานี่เอง

          บริเวณด้านหน้าเวที ส่วนกลางของงานมีการจัดใต้ท้องทะเลจำลองขนาดเล็กซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโคมไฟ มีทั้งปลาน้อยใหญ่ ปะการัง แมงกะพรุน ตั้งเป็นซุ้มขนาดกลาง ด้านบนของซุ้มตกแต่งไปด้วยหลอดไฟดวงเล็กๆสีฟ้าปูเป็นหลังคาของใต้ท้องทะเลจำลองนี้ มีสีสันสวยงามเป็นอย่างมาก บางส่วนถูกแขวนด้วยเจ้าปลาน้อยใหญ่เหมือนกับว่ามันกำลังแหวกว่ายอยู่  ด้านข้างของงานมีการจัดกิจกรรมซึ่งเป็นบู๊ธของเอไอเอส มีกิจกรรมแจกของรางวัลสำหรับลูกค้าเอไอเอส และบุคคลทั่วไป เด็กๆที่มาเที่ยวงานนั้นชอบและเล่นกิจกรรมของทางเอไอเอสกันอย่างสนุกสนานได้ตุ๊กตาน้องอุ่นใจกลับบ้านกันคนละตัว  บรรยากาศของบู๊ธนั้นตกแต่งได้น่ารักสะดุดตาผู้ที่เดินผ่านไปมามาก มีน้องอุ่นใจซึ่งเป็นมาสคอตของทางบริษัทนั่งอยู่บนตัวม้าขนาดใหญ่ ฉันเห็นว่ามันน่ารักมาก จึงเข้าไปดูและถ่ายรูปมาบางส่วน

                               

            ฉันยังคงอยู่ภายในงาน เก็บภาพบรรยากาศไปเรื่อยจนไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนั้นเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกมากแล้ว จริงๆฉันไม่ได้ตั้งใจออกมาเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเพื่อนเริ่มเข้าสู่วันใหม่ปีใหม่อะไรกับเขาหรอกตั้งใจจะมาทำงานเท่านั้น แต่บรรยากาศ การแสดงต่างๆของที่นี่ทำให้ฉันลืมสิ่งเหล่านั้นไปเลยจริงๆค่ะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ดนตรีที่เล่นอยู่ในตอนนั้นเป็นวงดนตรีของวง ซูเปอร์แดนซ์สามกองค่ะ เด็กๆร้องเพราะมากเต้นเก่งด้วยค่ะ ทำเอาคนดูมันส์จนต้องเต้นตามไปด้วยเลยทีเดียว (คนๆนั้นคือฉันกับเพื่อนที่ไปด้วยกันเองค่ะ) เดินถ่ายรูปกันสักพักจนเริ่มหิวกันบ้างแล้วบริเวณรอบมีร้านขายอาหาร เสื้อผ้าบาติก และขนมต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ขนมสายไหม น้ำตาลสีสันสวยหน้าตาคล้ายกับสำลีนั่นล่ะค่ะ ไม้ละ 10 บาท โดยส่วนตัวฉันไม่ได้ชอบของหวานหรอกค่ะ แต่ได้ถือแล้วมันดูน่ารักดี เข้ากับบรรยากาศในงาน

                       

              ในระหว่างที่เดินหาอะไรรองท้อง ในตอนนั้นเองพิธีกรบนเวทีได้ประกาศชื่อนักร้องที่กำลังจะขึ้นมาแสดงเป็นลำดับต่อไป ที่ฉันรู้สึกประหลาดใจและดีใจมากเพราะชื่อที่ถูกกล่า  ขึ้นนั้นเป็นชื่อของนักร้องที่ฉันชื่นชอบมากและไม่คิดว่าจะได้ชมการแสดงสดจากเธอคนนี้มา ก่อนเธอคนนั้นก็คือ โรส ศิรินทิพย์ ค่ะ จริงๆ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานนี้มีการเชิญศิลปินที่มีชื่อเสียงมาแสดงในงาน พี่โรสเปิดตัวด้วยเพลง ก้อนหินก้อนนั้น ซึ่งเป็นเพลงที่ดัง และเก่าพอสมควรแต่ถึงยังไงก็คงไพเราะอยู่เหมือนเดิม หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเป๊ก ผลิตโชค นักร้องขวัญใจวัยรุ่นอีกหนึ่งคนที่ถือว่าออกมาเอนเตอร์-เทรนคนดูได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศในงานสนุกครึกครื้นมากขึ้น

 

       หลังจากการแสดงบนเวทีจบลง ก็ได้เวลาสมควรในการนับถอยหลังเพื่อก้าวเข้าสู่ปี 2557  และแล้วพิธีกรบนเวทีก็เริ่มต้นนับ

 10.. 9.. 8.. 7.. 6.. 5.. 4.. 3.. 2.. 1.. สิ้นสุดเสียงการนับก็มีเสียงพลุดังขึ้นดังขึ้นตามกันมาเรื่อยๆ

พลุที่จุดนั้นฉันคิดว่ามีมากว่า 100 นัด ซึ่งมีลวดลายสีสันแตกต่างกันไป ฉันยืนมองด้วยความชื่นชอบ ยืนดูอยู่นานพอสมควรและพลุก็หมดลง หลังจากนั้นผู้คนก็ต่างเริ่มทยอยกันกลับบ้าน

 

                             

 

       เช้าวันที่ 1 มกราคมของปี พ.ศ 2557 ฉันตื่นแต่เช้ามาเพื่อร่วมทำบุญถวายข้าวสารอาหารแห้งซึ่งเป็นกิจกรรมในหมู่บ้าน ที่จัดขึ้นโดยนิมนต์พระ 5 รูปมา มีสมาชิกในหมู่บ้านหลายคนออกไปยืนรอเพื่อที่จะถวายสังฆทาน นับเป็นวันดีอีกหนึ่งวันที่ทำให้สมาชิกในหมู่บ้านนั้นออกมารวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ได้พบปะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เมื่อถวายสังฆทานเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็มานั่งรวมกันเพื่อรับพรจากพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป

                 ปีใหม่ครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของฉันอย่างมากเลยล่ะค่ะ ได้ออกมาเคาท์ดาวน์ข้างนอกซึ่งแตกต่างจากการอยู่แต่ในบ้านมาก บรรยากาศต่างกันลิบลับเลยค่ะ และก็ไม่อันตรายอย่างที่คิดไว้ ยิ่งตอนที่จุดพลุเฉลิมฉลองกันรู้สึกมีความสุขและปิติมากกว่านอนดูพลุในจอแก้วที่บ้าน หรือชะเง้อออกมาดูทางประตูรั้วหน้าบ้านอีกค่ะ ได้ดูแสงสีเสียงกับคนเป็นร้อยเป็นพันมันรู้สึกดียิ่งกว่า ประสบการณ์ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างมากที่ทำให้ได้ไปเจออะไรใหม่ๆมากกว่าที่ฉันคิดไว้ ความสุขครั้งนี้ฉันจะไม่ลืมเลยค่ะ กับการเคาท์ดาวน์นอกบ้านครั้งแรกในชีวิตของฉัน

                   

                                                                                              

เขียน:

ความเห็น (0)