อนุทิน #134329

                                                                                ME  .

  สวัสดีค่ะฉันชื่อ นางสาว นภสร นามสกุล ฝ้ายเพ็ชร์  ปัจจุบันฉันศึกษาอยู่ปี 1 ภาค กศ.บป คณะวิทยาการจัดการ มรภ.ภูเก็ต สาขา นิเทศศาสตร์บัณฑิต เกิดวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2536 ตอนนี้ อายุ 20 ปีบริบูรณ์แล้วค่ะ 

                                                           

                ฉันเป็นคนร่าเริง พูดจาไม่ค่อยมีสาระ เฮฮา ยกเว้นเวลามีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจริงจัง ให้โอกาสคนอื่นได้แสดงความคิดเห็น เพื่อนๆส่วนใหญ่จึงมักจะมาระบายความในใจกับฉันเวลามีเรื่องทุกข์ใจ และมาขอคำปรึกษาบ้าง ฉันก็ไม่รู้จะให้คำปรึกษาเขาอย่างไร เพราะชีวิตตัวเองยังจัดการไม่ค่อยได้เลยล่ะค่ะ แต่ก็พยายามปลอบใจและชี้แนวทางการแก้ปัญหาจากประสบการณ์ที่เคยประสบด้วยตัวเองหรือที่เคยได้ยินจากหลายคนเล่ามา ดีใจนะคะที่อย่างน้อยน่าจะพอช่วยเหลือเขาได้ โดยส่วนตัวฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากค่ะ เพราะที่บ้านพ่อแม่ปลูกฝังให้รักการอ่านตั้งแต่เด็กแล้ว เริ่มจำความได้ฉันก็จำได้ว่าแม่ชอบนำหนังสือนิทานเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในชนบทมาให้อ่าน ชื่อหนังสือ ชีวิตบ้านนา    ผลงานของ อ. ทำนุ อ้นประเสริฐ อ่านแล้วสนุกค่ะได้จินตนาการ แล้วก็มีหนังสือนิทานอีสปที่ชอบอ่านมากตั้งแต่เด็ก

                                                       

 

                  ตอนนี้ฉันมีสัตว์เลี้ยงด้วยค่ะ ฉันเป็นคนรักสัตว์มากเช่นกัน ชื่นชอบสัตว์ต่างๆ ฉันอยากเลี้ยงสัตว์ที่มีขนาดเล็กแต่สามารถเล่น โต้ตอบกิริยาต่างๆกับเราได้เหมือนกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป( เช่น สุนัข ) ทำให้ฉันรู้สึกสนใจมากโดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่ ( Exotic Pets ) ซึ่งสัตว์พวกนี้จะต่างจาก หมา แมว ที่คนเลี้ยงกันค่ะ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น

  ชูการ์ไกลเดอร์         เมียร์แคท

  ลิงมาโมเสท            เฟอร์เรท   

        และยังมีอีกมากมายเลยค่ะ ฉันคิดว่าสัตว์เหล่านี้มีความฉลาด ซุกซนเขามีความน่ารักคล้ายๆกับพวกหมา แมวเลยค่ะ ที่ฉันเลี้ยงอยู่ก็คือ ชูการ์ไกลเดอร์ค่ะ ไกลเดอร์นะคะ ไม่ใช่ ไรเดอร์ คนส่วนใหญ่มักจะเรียกผิดค่ะ ที่เรียกชูการ์ไกลเดอร์เพราะ สัตว์ชนิดนี้มีความสามารถพิเศษคือมีผังผืดที่สามารถกางออก และร่อนไปยังที่ต่างๆได้ค่ะ คำว่าไกลเดอร์ ก็มาจากภาษาอังกฤษ Glider ที่แปลว่า การร่อน นั่นเองค่ะ 

                                            

                  ฉันตั้งชื่อให้เขาว่า พอตเตอร์ ค่ะ จริงๆชื่อนี้แม่เป็นตั้งให้ค่ะ เพราะไม่รู้จะให้ชื่ออะไรดี ฉันกับน้องชอบดูเรื่องแฮร์รี่        พอตเตอร์มาก แม่คงจะนึกขึ้นได้แล้วตั้งชื่อให้  เจ้าตัวเล็กค่ะ ฉันซื้อพอตเตอร์มาจากตลาดเจ้าฟ้าวาไรตี้ นาคาค่ะ เพราะก่อนจะซื้อฉันถามข้อมูลจากคนที่เขาเลี้ยงอยู่ในตอนนั้น เขาก็แนะนำร้านนี้มาให้ค่ะ เพราะส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าร้านอื่นจะไม่ใส่ใจสัตว์เลี้ยงต้องการเพียงแค่ขายอย่างเดียว ร้านนี้แม่ค้าน่ารักมาก ไม่ได้ขายสัตว์เพียงเพราะต้องการเงิน ขายเพราะด้วยใจรัก และเขายังดูแลสัตว์ของร้านเขาเป็นอย่างดี แม่ค้าเองก็เป็นคนสนใจสัตว์ exotic pets เหมือนกันค่ะ โชคดีเลยเจอคนที่มีความสนใจคล้ายๆกัน

           ฉันรับพอตเตอร์มาตั้งแต่อายุเพียง 2.5 เดือนเองค่ะ เนื่องจากตอนนี้เหมาะกับการหย่าจากท้องแม่ และสามารถปรับตัว         เขากับเราได้ตอนที่ยังเด็กอยู่ ตอนเจอกันครั้งแรกฉันรับรู้ได้ถึงพรหมลิขิตของเราสองคน เอ๊ะ! หรือตัว นั่นล่ะค่ะ แค่เจอกันครั้งแรกฉันก็รู้สึกผูกพันและเอ็นดูตัวนี้เป็นพิเศษเขาเกาะนิ่งและเงียบมากต่างจากอีกตัวที่แม่ค้าเอามาให้ดูตัวนั้นร้องตลอดเลยค่ะจับแล้วดิ้นตลอด ซึ่งจริงๆเวลาเลือกซื้อควรเลือกตัวที่ร้องเก่งๆดูซนๆนะคะจากการศึกษาข้อมูลก่อนหน้าที่จะซื้อ ทั้งๆที่ตอนนั้นฉันก็รู้ข้อมูลข้อนี้แต่แปลกที่กลับสนใจตัวนี้มากกว่าจะเลือกอีกตัวหนึ่งมันก็รู้สึกไม่อยากปล่อยตัวนี้ไป ฉันคิดว่าชาติที่แล้วหรือบุญนำพาให้เรามาพบกันแน่เลยค่ะ  รับมาครั้งแรก เขาตัวเล็กมาก ต้องป้อนนมเขา ฉันกลัวมาก กลัวจะจับเขาแรงเกินไป กลัวนมจะทะลักเข้าหน้าเขา ตื่นเต้นมากค่ะช่วงนั้นเหมือนแม่ลูกอ่อน ดึกๆก็ต้องตื่นมาป้อนนม พอตเตอร์เป็นชูการ์ที่แปลกจากตัวอื่นๆฉันแอบคิดอย่างนั้นค่ะ เพราะเขาไม่ค่อยร้องตอนกลางคืนเลยตั้งแต่รับมา มีร้องขู่ตอนช่วงแรกๆเวลาป้อนนม แต่เป็นแค่วันสองวัน ก็นิ่งแล้วค่ะ ยิ่งทำให้รู้สึกรักเข้าไปอีก จนตอนนี้พอตตเตอร์โตเป็นหนุ่มแล้วค่ะ อายุปีกว่าแล้ว อ้วนจ้ำม่ำเลย ยังน่าฟัดเหมือนเดิม ฉลาด เอาแต่ใจด้วยค่ะ แอบเหมือนเจ้าของนิดหน่อย ฮ่าๆ

             สมัยเรียนปวช. ฉันเริ่มจับกลุ่มเริ่มซ้อมเล่นๆกันกับเพื่อนที่โรงเรียน เวลามีงานโรงเรียนก็ไปลงชื่อแสดง หางานนอกเต้นมาเรื่อยๆ แต่เราก็ยังเต้นแบบกะโหลกกะลาค่ะ เพราะไม่มีทุนไปเรียนหรือซ้อมในห้องกระจกส่วนใหญ่จะซ้อมกันเอง จนมีรุ่นพี่มาแนะนำให้ไปเรียนกับโรงเรียนสอนเต้นชื่อว่า PIDA (Phuket International Dance Academy) ซึ่งในตอนนั้นทางโรงเรียนเพิ่งจะมาเปิดสอนที่บิ๊กซีเป็นครั้งแรก และมีคอร์สเรียนฟรีให้ผู้ที่สนใจประมาณ 2 อาทิตย์ฉันและเพื่อนก็มาเรียนจนครบกำหนดค่ะและดูเหมือนว่าคุณครูที่โรงเรียนสอนเต้นเห็นแวว และพวกเรากำลังจะมีการไปเข้าร่วมแข่งขันการเต้นของ อีซูซุดีแม็กซ์แดนซ์คอนเทสต์ในอีกไม่นานนี้จึงมีการเปิดคอร์สที่สองเป็นคอร์สราคาถูกค่ะ พวกเราจึงลงสมัครและใช้เวลาเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด จนกระทั่งวันแข่ง คุณครูสอนเต้นก็ไปดูด้วยค่ะถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับฉันและเพื่อนๆ ซึ่งพวกเราแข่งมาหลายเวทีไม่เคยชนะหรือได้รับรางวัลเลยค่ะ แต่ครั้งนี้เราได้รับรางวัลเป็นอันดับสามของการแข่งขันค่ะ แถมยังได้ถ่ายรูปใกล้ชิดกับพี่ชิน ชินวุฒด้วยค่ะ

                                                     

         นอกจากนี้ ฉันยังเคยเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของสาขาท่องเที่ยวรุ่น 54 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตด้วยนะคะ มีการแข่งขันเชียร์หลีดด้วย ทำให้ตอนนั้นซ้อมหนักมากอยู่เป็นเดือนมีคุณครูสอนเต้นจากโรงเรียน PIDA มาเทรนให้ฉันและเพื่อนๆ กลับบ้านดึกทุกวันถือได้ว่าช่วงนั้นฉันรู้สึกมีเวลาอยู่มหาลัยมากกว่าอยู่บ้านอีกค่ะ ผลที่ได้ออกมาดีมากค่ะการประกวดครั้งนี้ทำให้ทีมชนะเลิศได้ที่ 1 ค่ะ ฉันดีใจมากในตอนนั้น

             และเมื่อมาเรียนนิเทศศาสตร์ฉันก็ได้เลือกเป็นเชียร์หลีดเดอร์อีกแล้ว แต่ซ้อมไม่หนักเท่าตอนเป็นหลีดท่องเที่ยวค่ะ มีการแข่งกีฬาสีของคณะเมื่อไม่นานมานี้ ผลปรากฏว่าทีมของฉันชนะอีกแล้วค่ะ ฉันดีใจมาก ถือว่าครั้งนี้ฉันและเพื่อนมีเวลาซ้อมน้อยรวมทั้งอุปสรรคต่างๆอีก ครั้งนี้ฉันได้ขึ้นไปรับถ้วยรางวัลด้วยตัวเอง เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ ฉันดีใจและภูมิใจมากที่ได้ทำประโยชน์ให้กับสาขาที่ฉันได้ศึกษาอยู่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้นแม้จะเหนื่อยแต่ได้ทำเพื่อส่วนรวมแล้วผลออกมาดีขนาดนี้ ฉันก็ยอมค่ะ

แรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันได้มาศึกษาในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ จริงๆแล้วฉันเป็นคนชอบการร้องเพลง การแสดง มาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสทำกิจกรรมเหล่านี้ เนื่องจากที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน และฉันขี้อายมากตอนเด็กๆ แต่ก็ได้ขึ้นแสดงบ้างในบางโอกาส นั่นก็ทำให้ฉันชอบศิลป์ด้านนี้มากค่ะใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก   แต่แรกๆดูเหมือนที่บ้านจะไม่ชอบ ฉันเลยไม่กล้าเลือกเรียนนิเทศในตอนแรกค่ะ ฉันเลือกเรียนท่องเที่ยว ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ชอบเป็นคนนำเที่ยวมากนักหรอก ฉันแค่ชอบพูดภาษาอังกฤษ ชอบพูดกับคนต่างชาติและชอบท่องเที่ยวเท่านั้น ก็ฝืนเรียนมาเรื่อยๆ

                      ในขณะนั้นเอง ฉันได้รับงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่โรงแรมรอยัลซิตี้ภูเก็ต ในส่วนห้องจัดเลี้ยง ส่วนใหญ่เป็นงานแต่งงานค่ะ   เวลามีพรีเซนเทชั่นฉันรู้สึกว่า เฮ้ย! วันแต่งงานทั้งทีทำไมทำแค่นี้ล่ะ!! ซึ่งส่วนมากมันเป็นแค่ภาพสไลด์ของคู่บ่าวสาว ซึ่งฉันคิดว่ามันน่าจะทำให้ได้ดีกว่านี้ เพราะวันแต่งงานมันคือวันพิเศษมากในชีวิตๆหนึ่ง ฉันอยากให้มีการเล่าเรื่องราวความรักของคนทั้งสองมากกว่านี้ เพราะมันจะสามารถเก็บรวบรวมความทรงจำของทั้งสองได้ตลอดไปทั้งชีวิตของกันและกัน เพื่อที่จะได้สื่อถึงความรักให้คนในงานรวมถึงทั้งสองได้สัมผัสที่มาของความรักของคนทั้งสองอย่างซาบซึ้ง นี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกอยากเรียนนิเทศจริงๆจังๆค่ะ และในตอนนั้นฉันรู้สึกล้าจากการเรียนท่องเที่ยวมาก เกรดที่ได้ก็ลดลงๆ จนในที่สุดฉันก็มาเริ่มเรียนนิเทศศาสตร์ กศ.บป นี่แหละค่ะ ก่อนเข้ามาเรียนก็แอบกลัวจะไปไม่รอดอีก และเพราะคำดูถูกของคนรอบข้างบางส่วนว่า ฉันจะทำได้จริงเหรอ? คนอย่างฉันทำไม่ได้หรอก เอาฉันไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ  สุดท้ายคงเป็นเพราะความชอบและความพยายามของฉันทำให้เกรดที่ได้นั้นออกมาเป็นที่พอใจสำหรับฉันมากค่ะ

               และทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในชีวิตฉันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ 

 

                                        

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)