อนุทิน #134318

          

 

 

 

   "เมื่อคุณสอบตก อกหัก หรือผิดหวังครั้งหนักๆในชีวิต คุณเคยรู้สึกอยากจะหนีไปให้ไกลจากสภาพเดิมๆ เหล่านี้ไหม ?"

 

          

 

                  นี่คือคำถามของ “นุ่น” เด็กสาวที่ร่าเริง น่ารัก แสนงอน ก่อนหน้านี้เธอได้ถูก “ตั้ม” แฟนหนุ่มที่คบกันตั้งแต่เขาและเธอเขามาศึกษาที่มหาวิทยาลัย “นุ่น”ถูกบอกเลิกและขอเปลี่ยนสถานะ มาเป็น “เพื่อน”ในวันที่ ใกล้จะจบการศึกษาเพียงไม่กี่วัน นุ่นรับไม่ได้กับการร้องขอของ “ตั้ม” ในครั้งนี้ เธอจึงตบปากรับคำชวนของ “เชอร์รี่” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่ มัธยมและได้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือ เชอร์รี่โดนพักการเรียน 1 ปี เหตุผลเพราะปลอมลายเซ็นอาจารย์เพื่อขอใช้ห้องเขียนแบบนั่นเอง

              สองสาวจึงตัดสินใจหนีจากสถานที่เกิดเหตุของปัญหา จูงมือกันมุ่งหน้าสู่ “ยุโรป” บินข้ามเส้นรุ้งและอีกหลายเส้นแวง ปลดแอกตัวเองจากแรงดึงดูดของโลก แผนของทั้งคู่นั้นง่ายแสนง่าย คือ เสิร์ฟ –เก็บตังค์-เที่ยว เป้าหมายของทั้งคู่นั้นก็คือ “BIG THREE OF EUROPE” ลอนดอน- ปารีส-เวนิส สโตนเฮนจ์,ทางเวอร์ บริดจ์,หอ ไอเฟล,พิพิธภัณธ์ลูฟร์,โคลอสเซียม,เรือกอนโดล่า และหอเอนปิซ่า แลนมาร์คสำคัญๆของโลกถูกมาร์คไว้ลงในใจของ”นุ่นและเชอร์รี่” ก่อนออกเดินทางทั้งคู่ได้ทำสัญญาใจกันว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามทิ้งกัน” แต่อย่างไรก็ตามลงท้ายก็เป็นอย่างที่เขาว่ากัน ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์สารพัด ทั้งสองคาดไม่ถึงหรอกว่าบางครั้งคำสัญญาเป็นหมั้นเป็นเหมาะก็สั่นคลอนเสียง่ายๆเมื่อเจ้าของสัญญาทั้งสองเริ่มเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า จากภาระหน้าที่ในชีวิตประจำวัน พวกเธอคาดไม่ถึงหรอกว่ามิตรภาพอันยาวนานก็ถึงกาลแตกหักด้วยเหตุผลที่ดูไม่เหมือนเหตุผลว่า “กูเบื่อขี้หน้ามึง” ในการเดินทางครั้งนี้ “นุ่น”ก็คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับ “ตั้ม”อีกตั้มหนึ่งและกลายเป็นความรักครั้งใหม่ กับแฟนใหม่ที่ชื่อเหมือนแฟนเก่า เช่นเดียวกับเชอร์รี่ที่พบกับงานที่เธอใฝ่ฝัน และเธอก็ได้มาด้วยความสามารถของเธอเอง โดยไม่ต้องใช้ใบปริญญาสักใบ

       

              ตัวละครที่สำคัญในเรื่องความจริงมีอยู่ 2 ตัวละครนะค่ะ ทั้งนุ่นและเชอรี่ แต่ที่ฉันกำลังจะกล่าวถึงและมีลักษณะนิสัยส่วนใหญ่ที่คล้ายกับฉันมาก(จนรู้สึกเหมือนเป็นตัวฉันเอง ฮ่าๆ)  ก็คือ “นุ่น” บุคลิกภายนอกนุ่นเป็นคน ร่าเริง ยิ้มง่าย สนุกสนาน ดูเป็นสาวหวาน คุณหนูๆ ลักษณะนิสัย เป็นคนขี้งอน(แสนงอน) ช่างฝัน อ่อนไหว(แต่ไม่อ่อนแอ)เป็นคนที่จริงจังและให้ความสำคัญกับคนรอบข้างและบูชาความรักมาก ภายนอกดูเหมือนเป็น คุณหนูง๊องแง๊ง แต่แท้ที่จริง เธอมีลูกบ้าซ่อนอยู่พอสมควร เป็นคนเข้ากับคนยาก แต่ถ้ารู้จักก็จะรู้ว่า เธอเป็นคนตลก สนุกสนาน คิดอะไรก็พูดออกมาบางครั้งก็ไม่ได้คิด ความโดดเด่นของ “นุ่น” เป็นคนร่าเริง มองโลกในแง่ดี มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจในทุกเรื่องเอ๊ะ!!! หรือบางเรื่อง แต่กับเรื่องที่ตนสนใจหรือชอบ นุ่นจะลงมือทำมันอย่างเต็มที่ ใส ซื่อ รักครอบครัว ชอบมองหาสิ่งใหม่มาให้ตัวเองเสมอ รักการผจญภัย ชอบการเดินทางถึงไหนถึงกัน ข้อเสียของตัวละคร ตัวนี้ เป็นคนขี้งอน และอ่อนไหวกับบางเรื่องโดยเฉพาะเรื่องความรัก เป็นคนจำฝังใจแต่ไม่อาฆาตแค้น “ใครทำเรารักเราหลง ใครทำเราเจ็บเราจำ” นี่คือคติประจำใจของ นุ่นนั่นเอง มีอยู่ฉากหนึ่งในหนัง ก่อนที่นุ่นจะตัดสินใจไปร่วมเดินทางกับเชอร์รี่ครั้งนี้ เธอกล่าวถึงคนรักเก่าว่า “มีตั้มที่ไหน ที่นั้นต้องไม่มีนุ่น” เป็นคนปากแข็ง บ่อยครั้งที่นุ่นนั่งดูรูปคนรักเก่าแล้วเผลอร้องไห้ออกมาคนเดียว เป็นเพราะนุ่นเป็นคนที่จริงจังและซีเรียส กับทุกๆเรื่อง มากเกินไป บางครั้งเวลาผิดหวังหรือสุญเสียอะไรบางอย่างไปเป็นเรื่องธรรมดาที่นุ่นจะรับไม่ได้

          เหตุการณหรือฉากที่ประทับใจของตัวละคร ต้องขอบอกเลยว่าทุกฉาก ทุกตอนในหนังเรื่องนี้ สร้างความประทับใจให้ตัวฉันพอสมควร ทั้ง Location(สถานที่) บท และการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านตัวนักแสดง แต่ฉากที่ชอบที่สุดคงเป็นฉากที่ “นุ่น”เริ่มท้อกับชีวิตต่างแดน เงินก็เริ่มหมด ร่างกายแย่ลงและค่อนข้างปรับกับสภาพอากาศไม่ได้ จึงชวน เชอร์รี่กลับบ้าน เชอร์รี่บอกกับนุ่นว่า “ไม่ ถ้าแกอยากกลับก็กลับไปคนเดียว” นุ่นรู้สึกเสียใจและโกรธกับคำพูดของเชอร์รี่ ทำให้นุ่นระบายความในใจทุกอย่างที่อัดอั้นมานาน จึงทำให้ทั้งสองทะเลอะกันอย่างหนัก และไม่คุยกันเป็นอาทิตย์ จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกัน และมีเวลาปรับความเข้าใจกัน เป็นฉากที่นุ่นไม่สบายเป็นลมหมดสติไปบนพื้นถนน เชอร์รี่แบกร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนุ่นกลับที่พัก ดูแล และดูอาการของนุ่นอยู่ไม่ห่าง จนนุ่นรู้สึกตัวก็เห็นว่ามี เชอร์รี่อยู่ข้างๆ ทำให้ทั้งสองรู้ว่า “ไม่มีใครทิ้งใครจริง” ทั้งสองพยายามปรับความเข้าใจและปรับปรุงข้อเสียของตัวเอง ทั้งคู่เอ่ยปากขอบคุณเหตุการณ์ในวันนั้นที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างกล้าพูดสิ่งที่ควรจะพูดออกมา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้วันนี้เธอทั้งคู่เข้าใจกันและรักกันมากขึ้น และเหตุการณ์นี้ก็ตรงกับชีวิตของฉันเช่นกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันได้ทะเลาะกับเพื่อน เพื่อนที่ฉันรักและคบกันมากว่า 7 ปี ด้วยเหตุผลไร้สาระที่ว่า “ฉันลืมจ่ายค่ารถเมย์ให้” ท่านผู้อ่านคงไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เราไม่ได้คุยกันถึง 1 ปีเต็ม ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ จึงไม่มีใครยอมพูดขอโทษ จากนั้นไม่นาน ฉันก็ได้ยินข่าวร้ายว่า “เพื่อนของฉันอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิต ฉันร้องไห้คร่ำครวญเหมือนเสียของรักที่สุดไป ไม่มีแล้วใช่ไหม เพื่อนที่รักเราที่สุด หลังจากนั้นฉันได้รับบทเรียนอันยิ่งใหญ่และปรับปรุงตัวเอง ปัจจุบัน ฉันเอ่ยขอโทษอยู่เสมอและเมื่อรู้ว่าตัวฉันเองผิด และแม่ฉันอีกเช่นเคยที่สินฉันว่า "คำว่าขอบคุณและขอโทษ เป็นคำที่ไม่มีวันหมดอายุ เราจขะใช่มันเมื่อไหร่ก็ได้"

         คำพูดที่ประทับใจ คงเป็นคำพูดของ “ตั้ม” ที่สอน “เชอร์รี่” เสมือนพี่ชายสอนน้องสาวว่า “เราจะไม่สนใจคนที่ล้มแล้วเจ็บ แต่เราจะสนใจคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นแล้วเดินต่อมากกว่า” คำพูดนี้มีความสำคัญต่อฉันมาก ฉันเก็บมันมาคิดทุกครั้งเวลาที่ฉันท้อหรือหมดกำลังใจ เชื่อไหม.. ว่ามันช่วยได้ดีมากเลยทีเดียว

       ความใกล้เคียงของฉันกับตัวละครตัวนี้ ค่อนข้างที่จะเหมือนกันแทบทุกอย่าง ใช่แล้ว !!! ฉันเป็นคน ร่าเริง สนุกสนานมาก (เกินไป) ทำให้บางครั้งดูเป็นคนไร้สาระ มองโลกในแง่ดี เพื่อนๆมักเรียกฉันว่าเป็น “คนโลกสวย” ฉันเป็นคนให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากและจริงจังกับทุกสถานการณ์ แต่สิ่งที่น่าจะใกล้เคียงกันที่สุดคงเป็นเรื่องความรัก เพื่อนสนิทที่รู้จักฉันดี มักบอกกับฉันเสมอว่า “ฉันเป็นคนบูชา ความรักมาก”และเหตุผลหนึ่งที่ฉันเลือกจะมาใช้ชีวิตที่นี่ส่วนหนึ่งก็เพราะฉันอกหัก นั้นเอง ฉันเดูภายนอกฉันเป็นคนติดหรูนะแต่จริงฉันเป็นคนลุยๆไปไหนไปกัน และชอบการผจญภัยพอสมควรและนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ฉันเลือกเป็นไกด์ จนถึงปัจจุบัน

    “ไม่ว่าจะอย่างไร ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน ทุกๆต่างต้องอยู่บนพื้นฐานเดียวกันที่ว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก เช่นเดียวกับที่โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล” อย่างที่กาลิเลโอได้กล่าวเอาไว้

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)