อนุทิน #134303

   One Fine Day หนึ่งวันสบาย กินก่อนนอน ตะลอนกุ้ยหลินเมืองไทย

                หลังจากได้รู้จักตัวตนของผมจาก “ME” ได้ซาบซึ้งกับเรื่องราวความรักและการใช้ชีวิต ผ่านการเปรียบเทียบกับตัวละครในนวนิยายกับ “สุภาพบุรุษไพร” กันไปแล้ว ยังจำได้ไหม ผมเองเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านก่อนนอน จะผัด ทอด ต้ม ยำ ผมทำได้หมด ครั้งนี้จะถือโอกาสพาคุณกินเที่ยว ผ่านตัวอักษรอีกครั้งกับ One fine day หนึ่งวันสบายกินก่อนนอน ตะลอนกุ้ยหลินเมืองไทย

                ร้านก่อนนอน ตั้งอยู่ที่ ถนนชุมพร ตรงกันข้าม สภ.เมืองภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงห้าทุ่มครึ่ง บรรยากาศของร้านเป็นแบบ OPEN AIR เต็มไปด้วยต้นไม้ หากมานั่งทานอาหารในช่วงปลายฝนต้นหนาว คุณจะได้กลิ่นหอมเย็นๆของดอกสัตบรรณพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกาซะลอง เจ้าของร้านก่อนนอนทุกคนเป็นคนรักต้นไม้ อยากให้คุณรู้สึกเหมือนกับนั่งทานอาหารมื้อค่ำในสวนหลังบ้าน

                ร้านก่อนนอนมีเมนูให้เลือกหลากหลายในรูปแบบอาหารจานเดียว ทั้งข้าวผัด ข้าวราด ต้มยำ แกงเขียวหวาน สปาเก็ตตี้ สลัด สเต็ก ยำ ของทานเล่นต่างๆ สำหรับเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “ยำก่อนนอน”  ยำก่อนนอนเป็นการนำกุ้ง ไก่ ปลาหมึก หั่นให้ได้ชิ้นพอดีคำ ชุบไข่เคล้าเกล็ดขนมปัง แล้วทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้กรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยน้ำพล่าสูตรเฉพาะที่คุณต้องยกนิ้วให้ หรือจะเป็นข้าวห่อหมกตกกระทะ คือ ข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกุ้ง หมึก ผัดพริกแกงห่อหมกใส่ไข่ ส่วนคนรักสุขภาพพลาดไม่ได้กับ ยำแอปเปิ้ลทูน่า แอปเปิ้ลเขียวเปรี้ยวกำลังดี คลุกเคล้ากับน้ำยำสูตรเด็ดเพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วยทูน่าในน้ำเกลือ ราดด้วยน้ำสลัดไอโวรี่ หรือจะเปลี่ยนจากทูน่าเป็นกุ้งตัวโตๆ ก็แซ่บไม่แพ้กัน นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร้านก่อนนอน เรามีเมนูให้คุณเลือกสรร ตามความชื่นชอบอีกมากมาย อาหารทุกจานล้วนปรุงแต่งด้วยใจ เติมความรัก ใส่ความสุขลงไป เพราะอาหารทุกจานและความสุขของลูกค้าทุกคน คือ “แรงบันดาลใจของความอร่อย”

                “... ไปเถอะไปไปเที่ยวกัน  ไปเถอะไปไปด้วยกัน  ได้เวลาต้องทิ้งงาน  ให้รางวัลกับหัวใจ เปลี่ยนที่นอนซะบ้างเถอะ  ที่ที่เธอกับฉันไม่เคยไป ใครจะทำให้หุ้นตก ใครจะทำให้โลกแตก เรื่องอะไรที่ต้องแบก เก็บใส่ลังเอาไว้ก่อน ได้เวลาให้ใจพัก ได้เวลาต้องไปพเนจร...”

                จากส่วนหนึ่งของบทเพลง “ไปเที่ยวกัน” ของพี่เบิร์ด ธงไชย  แมคอินไตย์ คงทำให้ใครหลายคนอยากเที่ยวเมืองไทย ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันครับ ผมมีโอกาสนำพนักงานในร้านเดินทางไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานแบบวันเดย์ทริป ออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่และกลับในตอนเย็น คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ ออกเดินทางเช้าตรู่จริงๆ เพราะเราออกเดินทางกันตอนตีสาม แน่นอนผมไม่พลาดที่จะจูงมือคนที่ผมรักเท่าชีวิตไปด้วย คือแม่ของผมนั่นเอง

            เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชประภา เป็นที่รู้จักกันดีในนาม “กุ้ยหลินเมืองไทย” หากถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ ตอบได้คำเดียวเลยครับ เพราะพนักงานซึ่งเป็นเหมือนคนในครอบครัวของผมต้องการพิสูจน์ความงดงามของทะเลหมอก ว่าสามารถสะกดใจพวกเราทุกคนได้ตามคำล่ำลือของพี่แมน หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก่อนนอนหรือไม่ เรานัดแนะเวลาเดินทางเพื่อให้ทันหมอกแสนงามของพี่แมน ทุกคนพร้อมกันที่หน้าร้าน ล้อหมุนตอนตีสาม

                เราเดินทางด้วยรถตู้ออกจากภูเก็ต  ทุกคนเก็บแรงพักผ่อนบนรถ จนถึงท่าเรือ “ตื่นกันได้แล้ว” เสียงของพี่แมนปลุกพวกเราทุกคนให้ตื่น รถตู้กำลังพาเราเข้าเขตเขื่อนรัชชประภา มองผ่านหน้าต่างออกไปพอมีแสงให้เราเห็นความเขียวชอุ่มของแมกไม้สองข้างทาง

                เขื่อนรัชชประภา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก  เดิมเรียกว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี “เขื่อนรัชชประภา” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานนามให้ มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”  เขื่อนรัชประภามีทัศนียภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคณะที่ไปเห็นล้วนประทับใจ ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงชันล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำ กอปรกับสีของตะไคร้น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสีมรกต จนนักท่องเที่ยวหลายท่านคิดว่าเป็นน้ำทะเล นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่ผมทราบก่อนการเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเอง

                “ถึงแล้ว” เสียงน้าสม ตำแหน่งบาร์น้ำพูดขึ้น พี่แมนนัดแนะเวลากลับกับพี่ชัยคนขับรถตู้ พร้อมหิ้วสัมภาระของตัวเอง ก้าวแรกที่ลงจากรถเราสัมผัสได้ถึงอากาศเย็น บริเวณรอบๆ พอมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง แน่นอนทุกคนคงไม่อยากพลาดกับทะเลหมอกเหมือนกับที่เราตั้งใจมาสัมผัสแน่ๆ เดินลงไปถึงท่าเรือไม่นานเราได้ยินเสียง “สวัสดีค่ะพี่แมน” เสียงใสแจ๋วของพี่แหว๋ว คนขับเรือพ่วงตำแหน่งมัคคุเทศก์นำเที่ยวกุ้ยหลินเมืองไทยของเราวันนี้ พี่แหว๋วแนะนำให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพขณะนั่งเรือเที่ยวชม

                ทุกคนพร้อมหน้ากันบนเรือ โดยมีพี่แมนเป็นแม่ย่านางอยู่หัวเรือ ไม่ใช่พี่แมนอยากเป็นโรสจากเรื่องไททานิคหรอกครับ แต่เป็นเพราะพี่แมนไม่สามารถนั่งตำแหน่งอื่นๆ บนเรือได้จริงๆ เรื่องนี้ทุกคนรู้ดี และหยอกล้อกันมาตั้งแต่ตอนวางแผนทริปนี้แล้ว

                 “เราคงเป็นดั่งเรือน้อยลำหนึ่ง ในทะเลแห่งชีวิตกว้างใหญ่ ฟ้า คลื่นลม ซัดมาก็หวั่นไหว ในใจมีแต่จุดหมายคือฝั่ง มันจะไกลสักเพียงไหนต้องไป แม้ว่าในหัวใจ ไม่มีใครเลย” ผมคิดถึงเพลง เรือลำหนึ่งของเสือธนพลขึ้นมาทันที บรรยากาศมันพาไปครับ น้ำสีเข้มดังมรกต จนอดคิดไม่ได้ ว่านี่มันน้ำทะเลทะเลที่เกาะห้อง จังหวัดกระบี่

                แดดอ่อนๆ ในตอนเช้าทำให้เรามองเห็นกลุ่มเมฆหมอกสีขาว ตัดกับสีเขียวเข้มของแมกไม้ และภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนโผล่พ้นผิวน้ำที่นิ่งสงบ สะท้อนกับผืนน้ำเขียวใสดั่งมรกต นี่ไม่ใช่ความฝัน หากเป็นฝันคงเป็นฝันที่สวยงามเหลือเกิน แต่นี่คือความจริง น้ำกระเซ็นเย็นสดชื่น ผมเองไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามเช่นนี้บ่อยครั้งนัก นี่หรือคือความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น

                เมฆหมอกคือแผ่นฟ้า ตรงหน้าคือขุนเขา ด้านล่างตัวเราที่ยากลึกจะหยั่งถึง เสียงสรรพสัตว์น้อยใหญ่รวมถึงต้นไม้นานาพันธ์ที่ร่วมกันบรรเลงเป็น เป็นดนตรีธรรมชาติ บางจังหวะก็เงียบสงบ บางจังหวะครึกโครมเร้าใจ ทุกสายเสียงต่างประสานเข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

                “ดูภูเขาลูกนั้นสิเหมือนหัวกะโลกเลย” เสียงน้องแจ็คพนักงานเสริฟ ภาพเบื้องหน้าเหมือนธรรมชาติเสกสรรปั้นแต่งให้ผู้คนที่มาได้ใช้จินตนาการต่างกันออกไป บ้างว่าเหมือนพยามัจจุราชสลักไว้เตือนสติว่าความตายอยู่กับเราทุกลมหายใจ บ้างว่าเหมือนภาพเขียนสีผลงานจิตรกรมือเอกของโลก ความงดงามที่ธรรมชาติปรุงแต่งขึ้น ความเขียวขจีของแมกไม้ที่สลับลดหลั่นตามเชิงเขา พาให้เย็นตา ตรึงจิตให้อดคิดไม่ได้ว่า หากทุกเช้าผมตื่นมาพร้อมกับบรรยากาศและภาพเหล่านี้ คงจะมีความสุขสดชื่นไม่น้อย

                ตลอดระยะทาง เราได้รับคำแนะนำ เกร็ดความรู้ของสถานที่ต่างๆ จากพี่แหว๋ว จนมาถึงแพร้านอาหารเพลินไพร วันนั้นเราสั่งปลาแรดทอดราดพริก ใบเหลียงผัดไข่ แกงส้มปลากดคลัง และอื่นๆ อีกสามถึงสี่อย่าง แน่นอนในฐานะเจ้าของบ้านพาคนในครอบครัวมาเที่ยวทั้งทีต้องจัดเต็ม ทั้งกินทั้งเที่ยว ให้สมกับที่เค้าได้เหน็ดเหนื่อยรวมแรงร่วมใจทำให้ร้านก่อนนอนยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

                หลังจากอิ่มท้องก็ได้เวลาเล่นน้ำ พายเรือคายัค สนุกสนานกันเต็มที่โดยไม่ลืมกฎระเบียบข้อบังคับ รวมถึงเรื่องของการรักษาความสะอาดด้วย เสียดายที่เราจัดมาแบบวันเดย์ทริป ไม่เช่นนั้นคงได้สัมผัสบรรยากาศในยามค่ำคืนอีกเป็นแน่

                งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา พี่แหว๋วและพี่ชัยพาเราทุกคนเดินทางกลับกันโดยสวัสดิภาพ การท่องเที่ยวครั้งนี้ผ่านไปพร้อมกับความทรงจำที่ดี มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความประทับใจ หากคุณสนใจตามรอยพวกเรา ก็สามารถไปกันได้ตลอดทั้งปี พร้อมมีที่พักให้เลือก ทั้งอุทยานแห่งชาติเขาสก และของเอกชน (เขื่อนรัชชประภา 53 ม.3 ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี 84230 โทร 0 7724 2560-1)

                One fine day หนึ่งวันสบายกินก่อนนอน ตะลอนกุ้ยหลินเมืองไทย หมดลงแล้วครับ เมืองไทยมีอะไรที่สวยงาม ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โบราณสถาน ตลาดกลางคืน ถนนคนเดิน รวมทั้งสถานที่แสนสงบในเขตวัด นักท่องเที่ยวสามารถ เข้ามาสัมผัสกับรอยยิ้มของคนไทย เข้ามาลิ้มลองอาหารไทยและอาหารทะเลสดใหม่ แล้วคุณจะพบกว่า สวรรค์บนดินมีอยู่จริง ไม่ได้อิงนิยาย

 

“ ... เธอก็มีกระเป๋า และฉันก็มีกระเป๋า จะรอให้คนเขายืมทำไม เก็บฝันที่เรามี ใส่กระเป๋าของเราไป ไปเที่ยวในเมืองไทยกันไหม ในบ้านของเราเอง ... ”

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)