อนุทิน #133968

   “รัก..ไม่รุ้กี่เศร้า..แต่!!!รู้ว่าเราสามคน”

                

                         

                        หากพูดถึงความรักคงยากที่จะอธิบายความหมายหมด เพราะรักไม่มีขอบเขต รักมีหลากหลายรูปแบบ หลายความรู้สึก หลายอารมณ์รัก และมีคนให้นิยามมากมายไม่รู้จบ แล้วแต่ใครจะนิยามความหมายของมันให้เป็นยังไง ทั้งรักที่สมหวัง รักที่ผิดหวัง รักเขาข้างเดียว แอบรัก รักที่ต้องพลัดพราก และ ความรักอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงรักสามเศร้า หลายๆ คนอาจจะเข้าใจความรู้สึกถึงความรักที่มีมือที่สามมาแทรกระหว่างกลาง หรือ เราเองอาจจะเคยโดยแฟนนอกใจไปมีคนอื่น ซึ่งเราเองก็ได้รับความรู้สึกที่เจ็บปวดและเศร้าเสียใจที่โดนคนรักหักหลัง แต่เรายังไม่เคยได้รู้ถึงความรู้สึกของบุคลที่สามที่เป็นต้นเหตุให้หลาย ๆ คู่ต้องทะเลาะผิดใจกันหรืออาจจะถึงขั้นเลิกรากันไปเพราะมือที่สาม เราไม่เคยรู้เลยว่าทำไม เพราะอะไร มือที่สามต้องมี เขารู้ เขาเจตตานาหรือไม่ หรือเขาคิดอะไรในใจอยู่ ครั้งนี้ดิฉันได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์มือที่สามบุคลหนึ่ง เราจะได้รู้ไปพร้อมๆกันกับความรู้สึกใน “ความรักของมือที่สาม”

                       นักศึกษาสาว วัย 20 ปี เธอชื่อว่า ฟา (นามสมมุติ) ปัจจุบันเธอศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการท่องเที่ยว มหาลัยราชภัฏภูเก็ต นิสัยฟาจะเป็นคนที่ขี้เล่น เข้ากับคนอื่นได้ง่าย บางครั้งก็เป็นคนใจร้อน แต่เธอจะเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากๆ หากถามถึงนิยามความรักในความหมายของเธอ เธอบอกว่า “ความรักคือสิ่งสวยงาม การที่เราได้รู้จักรักใครถือเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ความรักนั้นคืนกลับมาทุกครั้งไป แต่อย่างน้อยเราก็ได้มอบสิ่งที่สวยงามและบริสุทธิ์ให้เขา” และเธอยังบอกอีกว่า “การที่จะทำให้ความรักยืนยาวนั้นสิ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญเลยคือ การเชื่อใจกัน ไว้ใจกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน ให้อภัยซึ่งกัน จงเชื่อมั่นในคนรักและมั่นคงต่อความรัก” และตอนนี้เธอเองกำลังศึกษาดูใจอยู่กับหนุ่มใหญ่นักธุรกิจภูเก็ต นามว่า มาร์ค(นามสมมุติ) อายุ 34ปี ลักษณะ ผิวขาว จมูกโด่ง บุคลิกดี ดูภูมิฐานมากๆ มีธุกิจส่วนตัวหลายอย่าง ถือว่าเป็นคนมีฐานะคนหนึ่งเลย นิสัยส่วนตัวพี่มาร์คจะเป็นคนที่อารมณ์ดี ขี้เล่น ดูเฟรนลี่มากๆ

                          จุดเริ่มต้นในรักครั้งนี้ของฟาเกิดขึ้นได้ เพราะ ฟาเคยได้ทำงานที่หนึ่ง ซึ่งพี่มาร์คก็เป็นหุ้นส่วนอยู่ที่นั่น เริ่มแรกที่เจอกันคือวันที่เธอไปสมัครงาน ฟาบอกว่า “เจอพี่เขาครั้งแรกจะว่าตกหลุมรักเลยก็ว่าได้น่ะค่ะ พี่เขาตรงสเป็คทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ท่าทาง”แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเพราะเขาคือเจ้านาย แต่ด้วยความใกล้ชิดและคุ้นเคยกัน เจอกันทุกๆวัน ฟาเริ่มอึดอัดกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพี่มาร์ค เธอก็อยากจะหาวิธีที่จำทำให้เขารับรู้ ก็ทำได้เพียงแต่คิด แต่แล้วเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเธอ ฟาได้ไปเจอเฟสบุ๊คของพี่มาร์คและกดเพิ่มเพื่อนไป หลังจากที่พี่มาร์คได้รับคำขอการเพิ่มเพื่อน ฟาก็ได้ทักทายพูดคุยเป็นการส่วนตัว คุยกันทุกวันจนเริ่มสนิท เริ่มนัดไปดูหนัง กินข้าว ออกเดทกัน จากที่เขาเริ่มสนิทกันความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นลึกซึ้งแล้ว   ส่วนเรื่องอายุที่ทั้งคู่ห่างกันถึง 14 ปี เรียกได้ว่าคนละวัยกันเลย มันคือปัญหาในการคบกันหรือเปล่า เธอบอกว่า “มันไม่ใช่ปัญหาเลย ตอนแรกฟาก็กลัวเพราะเหมือนว่าเรายังเด็ก บางครั้งยังงี่เง้า เอาแต่ใจ ไร้เหตุผลอยู่บ้าง แต่พี่เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความคิดก็คงต่างจากเรามาก แต่เราทั้งสองก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน ไม่ใช่แค่ฟาคนเดียวนะที่ต้องปรับตัว แต่พี่เขาก็พยายามปรับตัวเข้าหาเราเหมือนกัน”

                       แต่แล้วเหมือนโชคชะตาที่ก่อนนี้เคยเข้าข้างมันเหมือนกลับมากลั่นแกล้งเธอ เพราะหลังจากที่ฟาคบหาดูใจกับพี่มาร์คมาสักระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เกินเลยไปยากที่จะถอนตัวออกมาง่ายๆแล้ว เธอก็เพิ่งมารู้ว่าพี่มาร์คมีคนรักหรือเจ้าของใจอยู่แล้ว ซึ่งฟาเองไม่เคยสงใสและเอะใจมาก่อนเลย เธอบอกว่า “พี่เขาไม่เคยแสดงพฤติกรรมหรือทำตัวมีพิรุธอะไรเลยว่าเขามีใครอีกคนซ่อนไว้ เขามาหาทุกครั้งเวลาที่ฟาต้องการ มือถือเขาก็ให้ฟาเช็ค ให้ฟาดูได้ ไม่มีผู้หญิงอื่นโทรมาเลยนอกจากคุณแม่และเพื่อนพี่เขา ที่บ้านพี่เขาก็เคยพาไป เวลาไปไหนก็ไม่ได้หลบ ๆ ซ่อน ๆเลย มันเลยทำให้ฟามั่นใจว่าเขาไม่มีใครแน่” แต่หลังจากที่เธอได้รู้ว่าเธอคือคนมาทีหลัง เธอคือมือที่สาม แต่เธอก็ไม่ได้ยุติความสัมพันธ์ในรักครั้งนี้ลง เธอยังเดินหน้าสานสัมพันธ์กับพี่มาร์คต่อ เขาทั้งสองก็ได้พูดปรับความเข้าใจกัน ฟาบอกว่า “เราไม่อยากเลิกกัน ฟาอยู่ไม่ได้ถ้าขาดพี่เขา แต่พี่เขาเองก็ยังอยากคบกับฟา แต่ก็ไม่ได้เลิกกับแฟนก่อนเพราะแฟนเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่แค่พี่เขากับแฟนอยู่ไกลกัน แฟนเขาอยู่กรุงเทพแต่พี่มาร์คเองอยู่ภูเก็ต เวลาส่วนใหญ่พี่มาร์คจะอยู่กับเรามากกว่า ตอนนี้ฟากับพี่มาร์คเรามีมากกว่ารัก คือ เราผูกพันธ์กัน” บางครั้งการเป็นมือที่สามล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ เพราะความไม่ได้ตั้งใจ แต่พอรู้แล้วบางคนก็ยอมถอยออกไป แต่บางคนก็ยังคงเดินหน้าต่อไป มันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ให้เขาต้องยอมจำนนตกอยู่ในสถานะแบบนี้ทั้งที่มันไม่ถูกต้องเลย หากถามเธอว่าการที่เธอเป็นมือที่สามมันเป็นเรื่องผิดศีลธรรมไหม เธอตอบว่า“ฟารู้ดีค่ะว่ามันผิด แต่ถ้าฟารู้ว่าเขามีคนรักตั้งแต่แรกฟาก็เลือกที่จะไม่ยุ่ง แต่ทุกอย่างมันมาเปิดเผยตอนที่สายเกินไป สายเกินที่ฟาจะเดินออกมา เพราะฟารักและอยากดูแลเขาจริงๆ” ในเมื่อเธอเลือกที่จะสานสัมพันธ์ต่อฟาคิดอยากจะแย่งเขามาเป็นของคุณคนเดียวหรือเปล่า ฟาเองตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและรับรู้ถึงความจริงใจจากสายตาเธอได้เลย “ฟาไม่เคยคิดเห็นแก่ตัวแบบนั้นเลย เพราะทุกวันนี้ เรารู้ว่าเขามีแฟนแต่เรายังเลือกที่จะอยู่กับเขามันก็ผิดมากพอแล้ว ขออยู่แบบนี้ไปดีกว่า ต่างคนต่างอยู่ ทุกๆวันนี้พี่มาร์คเขาก็ดูแลฟาอย่างดีไม่บกพร่องอะไรเลย และพี่มาร์คเองเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องระหว่างเขากับแฟนให้ฟาได้ยินเลย อาจจะกลัวฟาคิดมากหรือน้อยใจเลยเลือกที่จะไม่เอ่ยถึง” แต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้เราอดสงใสไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรกันที่ทำให้เธอรักพี่มาร์คมากและยอมให้ตัวเองตกอยู่ในฐานะมือที่สาม “เพราะเขาดูแลฟาได้ดีมาก เขาดูแลฟาได้ดีเท่าที่แฟนคนนึงจะทำให้ เขาพูดกับฟาเสมอว่าฟาไม่ใช่กิ๊ก ไม่ใช่คบไว้เพื่อแก้เหงา แต่ฟาคือแฟนเขาคนนึงเหมือนกัน พี่มาร์คทำให้ฟารู้สึกได้ว่าเขารักและเอ็นดูฟามาก การกระทำต่างๆของเขาทุกอย่างที่ทำให้ มันทำให้ฟารับรู้ได้ว่าพี่เขาดูแลเราได้เป็นอย่างดี และ ฟาก็กล้าพูดเลยว่า กล้าฝากชีวิตไว้ที่ผู้ชายคนนี้” ฟาบอก ไม่รู้ว่ารักครั้งนี้จะจบลงยังไง สุดท้ายแล้วต้องมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นคือผู้ที่ถูกเลือก และถ้าคนที่ถูกเลือกไม่ใช่เธอ เธอจะทำอย่างไร่ต่อไป “ถ้าวันนึงเขาไม่ได้เลือกฟา ฟาก็เสียใจนะที่เราไม่ได้เป็นคนถูกเลือก ทั้งที่เราก็รักเขาไม่แพ้ใคร แต่ก็ทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วเพราะเขาไม่ได้มีเราคนเดียว ฟาก็คงต้องยอมรับและเดินออกจากชีวิตเขามา จะพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ถึงแม้เราไม่ได้เป็นผู้ที่ถูกเลือก   แต่อย่างน้อยฟาก็ไม่เคยเสียดายเวลาที่ได้ใช่ร่วมกับพี่เขาเลย มันก็มีดีบ้างก็คืออย่างน้อยเราก็เคยรักกัน”สุดท้ายนี้เธอก็ได้ฝากนิยามดีๆไว้ว่า “หากชีวิตของคนเรา เปรียบเสมือนต้นไม้ต้นหนึ่ง ความรักที่เข้ามาในชีวิตก็เปรียบได้กับใบไม้ที่ผลิดอกออกใบสวยงาม แน่นอนว่าต่อให้เราเฝ้าทะนุถนอมเป็นอย่างดีแค่ไหน เมื่อถึงเวลามันก็ย่อมต้องมีวันร่วงหล่น บางคนทำใจไม่ได้กับการสูญเสียสิ่งที่สวยงามของชีวิต จนทรมานตัวเอง โดยลืมไปว่าใบไม้เพียงใบเดียวที่ร่วงหล่น ไม่อาจสามารถทำให้ต้นไม้ทั้งต้นตายได้ เพราะมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลายร้อยใบที่เหลืออยู่”                 

                       คนทุกคนเวลามีความรัก ก็มักจะรู้สึกไม่ต่างกันว่าเราช่างเป็นคนที่โชคดีซะเหลือเกิน ที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับความรู้สึกดีๆ และมีคนรักที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขที่สุด แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่งความรักได้เดินทางมาถึงจุดจบ หลายคนก็จบพบว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ได้โชคดีอย่างที่เคยรู้สึกเลยแม้แต่น้อย ยิ่งหากใครต้องเลิกลากันทั้งที่ยังรักเขาอยู่เต็มหัวใจแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่างเลวร้ายกว่าใครเหลือเกิน แต่จะให้พยายามฉุดรั้งคนรักที่หมดใจให้อยู่ต่อคงไม่ไหว เพราะยิ่งรั้งก็ยิ่งพบว่าหัวใจยิ่งเจ็บปวดเกินจะทนได้ มันเป็นความพยายามที่สูญเปล่าจริงๆ และยิ่งเป็นความรักที่หดหู่อย่างความรักของมือที่สามแล้วมันเป็นอะไรที่ทรมานหัวใจและเจ็บปวดยิ่งกว่ารักในรูปแบบไหนๆ เพราะ ต้องทนยอมรับความจริงทุกอย่างระหว่างคนรักและแฟนของเขา ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนรักที่ไม่ใช่ของเราคนเดียว เราอาจจะมีสิทธ์ในตัวเขาเกือบทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่เราไม่มีสิทธ์เท่าคนมาก่อน คือ คบกันแบบออกหน้าออกตาและออกสื่อให้ใครต่อใครรู้ว่าเราเป็น “แฟน”

                      

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)