อนุทิน #133957

“One Fine day” หนึ่งวันสบายๆคล้ายร้อยไปกับ ฃ้างน้อย หอยสัง

           สถานที่ ที่กระผมจะพาอาจารย์ไปเที่ยวนั้นได้แก่ ร้านอาหาร Gallery Café เป็นร้านที่ผมทำงานอยู่นั้นเองครับ แต่เป็นร้านอาหารสไตน์อิตเลียนครับ บรรยากาศภายในร้านสบายมากครับ รูปแบบการจัดร้านเป็นรูปแบบ open air โดยมีอาหาร Breakfast ,Lunchand Dinnerถ้าพูดถึงเรื่องรสชาติของอาหารร้านนี้นะครับขอบอกว่ารสชาติอารอร่อยมากเพราะลูกค้าที่มารับประทานส่วนมากได้ลิ้มรสแล้วมีการตอบสนองทันทีว่า “So Good”ครับ

ต่อจากนี้จะเป็นรูปภาพบรรยากาศและอาหารภายในร้านนะครับ  

 

      

ต่อไปนี้เป็นรูปอาหารและการรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก่อนที่จะออกเดินทางไปยังสถานที่เที่ยวต่อไปนะครับส่วนอาหารบนโต๊ะนั้นได้แก่ Eggbennadict ,Sandwich Tuna mauo Late and Mint soda ส่วนเรื่องรสชาติก็อย่างที่บอกนะครับรสชาติอาหารนั้นอร่อยมาก ขนมปังกรอบทูน่าและไข่น้ำขนมปังซอสเปรี้ยวไม่อยากจะเอ่ยถึงครับผมขอบอกว่าอร่อยมาก ตามด้วยน้ำรสมิ้นผสมโซดา และสุดท้ายก็ตามด้วยขนมหวานนั้นก็คือ Browne หอมรสช๊อคโกแลตครับ พอรับประทานอาหารอิ่มและอร่อยแล้วก็ขอออกเดินทางต่อเลยนะครับแต่ก่อนออกเดินทางนั้นกระผมต้องทำงานให้เสร็จก่อนนะครับเพราะตรงกับเวลาทำงานจึงออกก่อนเวลาและขอโทดด้วยนะครับที่ใส่ชุดทำงานในการถ่ายภาพมาฝากครับถ้างั้นไม่ลีรออะไรแล้วเราเดินทางไปเที่ยวสถานที่ที่สองกันเลยนะครับ

 

 

    

         สถานที่ที่สองนั้นก็คือ View point ครับแวะถ่ายรูปนิดหน่อยเพราะระหว่างรอการเดินทางไปเที่ยวชมและถ่ายภาพที่หานในหานครับเลยเก็บตกภาพเล็กๆน้อยจาก View point ถ้ามองลงมานนั้นจะเห็นภาพหาดสามหาดที่สวยและงดงามมากครับเพื่ออาจารย์อยากแวะไปถ่ายภาพนะครับผม!!!

  

        พอได้เวลาอันสมควรและกระผมก็ออกเดินทางจาก VieW POINT ไปยังหาดในหานต่อครับผมก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศของหาดในหานมาเช่นเดิมครับได้ไปยืนถ่ายทะเลและสิ่งแสดล้อมรอบข้างและที่สำคัญนะครับได้ไปสูตรอากาศที่เย็นสบายและบริสุทธิครับได้รับรู้ถึงธรรมชาติเลยละครับ ถ้าอาจารย์สนใจก็แอบพาคนพิเศษมาเที่ยวได้เลยนะครับ บรรยากาศดีมากครับ ผมก็มีภาพมาฝากเช่นเดิมครับก่อนที่จะออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ที่แหลมพรมทพและจบทิปภายในวันนี้ก็คือdinnerที่ร้านอาหารแหลมพรมเทพครับ

 

   

     และอย่างที่บอกนะครับสถานที่สุดท้ายวันนี้ก็คือชมพระอาทิตย์ตกและรับประทานDInnerต่อที่ร้านอาหารแหลมพรมเทพครับ เชิญอาจารย์ชมภาพก่อนที่พระอาทิตย์จะรับขอบฟ้าและรับประทานอาหารเลยนะครับ

       

 

      ส่วนรสชาติของร้านอาหารแหลมพรมเทพอร่อยมากครับ ราคาก็ไม่แพงมากนักแต่ผมก็สั่งอาหารตามกำลังทรัพย์ครับ ส่วนบรรยากาศของร้านก็ดีมากเช่นกันครับ อากาศบริสุทธิครับ อาหารที่สั่งบนโต๊ะได้แก่ ข้าวอบสับปะรด ปลาหมึกสอดใส้น้ำซอส และ กุ้งผัดมะขามครับ ตามด้วย เบียร์ไฮเนแก้น และ ภูเก็ตพาราไดร์เป็นค๊อกเทลครับผม หลังจากทานจนอิ่มก็ขอเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพครับ ผมก็ขอจบทริปสำหรับวันนี้ไว้เท่านี้นะครับเจอกันใหม่ทริปหน้าถ้าอาจารย์อยากให้ผมนำเที่ยวต่อนะครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนสวัสดีครับ และสุดท้ายขอลาไปด้วยภาพ บุคคลพิเศษที่ผมพาไปเที่ยวด้วยนะครับ

 

 

The End…..

 

ค้นหาบรรยากาศและสถานที่กินพาเพลินภายมหาวิทยาลัยราชภัฎ

                ภายในรอบรั่วมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตมีวิสัยทัศน์ที่เป็นธรรมชาติมีบรรยากาศที่สดใส่ มีผู้คน ประชากร บุคลากรมากมายได้พบปากและมีอาหารตานั้นคือ สาวๆที่เข้ามาเรียน ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันจึงเป็นแรงบรรดารใจให้ผมเข้าเรียนสถานที่แห่งนี้

               

              ถ้าถามว่าแหล่งที่กินและที่เที่ยวภายในมหาลัยนั้นผมขอเสนอเลยว่ามี 8 เหลี่ยม อาคาร 9 และสหกรณ์มหาลัย โดยมีอาคารสถานที่ ที่สวยงาม มีตึกร่มใส่ ลมพัดโกกเป็นธรรมชาติ ได้ยินเสียงของสัตว์ เป็นธรรมชาติมีร้านค้าที่ 8 เหลี่ยมมีอาหารอร่อยๆมีทั้งอาหารซีฟู๊ด และ อาหารพื้นเมือง บริเวณรอบ 8 เหลี่ยมมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนคลายเคลียดหรือนั่งทำงานที่สำคัญมีมุมให้ทุกคนได้เจอ สาวๆ สวยๆ ที่เดินไปเดินมารับประทานอาหาร และยังมีตึกอาคารอีกมากมายที่มีบรรยากาศร่มเย็นเช่นอาคาร 5 โดยเฉพาะสาวสาขาวิทยาการจัดการ มีสาวๆและอาจารย์ที่น่ารักทุกคน มีโต๊ะม้านั่งหินอ่อนให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อคลายเครียดหลังจากเรียนหนังสือ นั่งฟังเสียงลมโกก เสียงนกกระจอกร้องไพรเราะ ส่วนบริเวณรอบๆที่ผมจะพูดถึงนั้น คือ หลังมอ มีร้านขายของนั้นคือ ร้านส้มตำ-ไก่ย่าง ขอบอกว่าอร่อยมากครับ ยิ่งตอนเที่ยงๆนะครับจะมีนักศึกษาไปยืนต่อคิวซื้อส้มตำ-ไก่ย่างกินเป็นจำนวนมากเพราะรสชาติร้านเค้าอร่อยจริงขอยอมรับเลยครับ ส่วนระหว่างรอรับส้มตำ-ไก่ย่างนั้นมีวิสัยทัศน์บริเวณรอบที่เป็นธรรมชาติเต็มไปด้วยขุมเหมือง มีนกปลาให้ชมถึงธรรมชาติ และมีสาวๆหนุ่มๆหรือประชาชนทั่วไป มาเดินออกกำลังกายตอนเย็นๆ ส่วนหน้ามอนะครับก็จะมีร้านอาหารเยอะสมควร ขอแนะนำข้าวไข่เจียวเลยครับขอบอกว่าอร่อยเช่นเดียวกันครับตอนเย็นก็จะมีนักศึกษาและประชาชนทั่วไปยืนต่อคิวสั่งข้าวที่รถสามล้อหน้ามหาวิทยาลัย

                ที่กล่าวมาก่อนหน้าเป็นการบอกกล่าววิสัยทัศน์รอบและในมหาวิทยาลัยราชภัฎและที่กล่าวมานั้นผมจะยกร้านอาหารและสถานที่นั่งสบายพักผ่อนหย่อนใจครับ ขอเสนอสถานที่แรก 8 เหลี่ยม 8 เหลี่ยมเป็นสถานที่เป็นจุดกลางมีมุมเป็น 8 เหลี่ยม มีร้านอาหารเครื่องดึ่มล้อมรอบ มีซุ้มให้นั่งดูสาวๆ ตามที่บอกนำเสนอไปตอนแรกครับ ร้านข้าวที่ผมจะนำเสนอคือร้าน ก.ไก่ แม่ค้าพูดเพราะ อาหารอร่อยและที่สำคัญให้ข้าวและอาหารที่สั่งเยอะ เมนูที่จะแนะนำข้าวกระเพราหมูกรอบโดยจะสั่งใบกระเพราะกรอบและมีรสชาติที่กลมกล่อมได้รสชาติของผัดกระเพราและตามด้วยน้ำโอวัลติล หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ก็เดินไปนั่งพักผ่อนที่ซุ้มที่นั่ง เพื่อนั่งดุสาวๆ และผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาหลังจากนั่งพักผ่อนดูสาวๆเสร็จและก็ขับรถมานั่งเล่นอีกที่หนึ่งนั้นคืออาคาร 5 มีโต๊ะม้านั่งหินอ่อนมีลมพัดเย็นอากาศสบายนั่งฟังเสียงนกที่ได้อรรถรสในการนั่งชมวิวทิวทัศน์ภายในรอบๆอาคาร 5 หลังจากนั่งรับบรรยากาศเสร็จขับรถไปหลังมหาวิทยาลัยเพื่อไปเดินออกกำลังกาย ห

ลังจากเดินออกเสร็จก็กลับมาซื้อน้ำรับประทานที่ 8 เหลี่ยมเช่นเดิมเพื่อพักร่างกาย เพราะอากาศเย็นนั้นเป็นบรรยากาศที่สดชื่นท้องสลัวๆ แดดร่มๆ กำลังจะหมดนั่งถ่ายภาพสวยๆหลังจากนั่งพักผ่อนจนหายเหนื่อยและผมก็เดินทางกลับบ้านอาบน้ำชำระร่างกายโดยสวัสดิ์ภาพ

                  

                                

“Say Hi5 :วันหนึ่งในฤดูหนาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

         วันสิ้นปีก็เหมือนวันสิ้นใจ ฮ่าๆ ขำๆนะ แต่มันก็มีส่วนวันปีใหม่ทั้งทีต้องมาทำงาน แสนจะเหนื่อย ไม่ค่อยได้หยุดพักเลยครับเพราะวันหยุดที่แล้วผมเรียนภาคปกติมีเวลาไปสนุกปาร์ตี้วันปีใหม่ แต่ในปีนี้ต้องมาเรียนภาค กศบป เลยต้องทำงาน อดฉลองวันสิ้นปี แต่ก็ไม่เป็นไรครับผมก็ขับรถเที่ยวนิดหน่อย ไหนๆแล้วก็ทำงานในวันสิ้นปีผมก็ทำงานสนุกไปกับลูกค้าแต่ที่สำคัญลูกค้าเต็มร้านงานเยอะเหนื่อยมากๆเลย หลังจากทำงานปิดร้านเสร็จแล้วผมก็เดินทางกลับบ้านไปนั่งกินเหล้าที่ห้องเพื่อสร้างบรรยากาศต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ปี2557 นั่งเปิดเพลงฟังเบาๆเพราะๆกล่อมหูเปิดแอร์เย็นๆสบายๆ โอ้นี้แหละสถานะการณ์วันปีใหม่ของผมที่สร้างขึ้นมาเองเพราะไม่มีเวลาไปฉลองกับคนอื่นเพราะต้องทำงานหลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.30 ผมก็นั่งปรึกษากับคนพิเศษว่าปีนี้จะไปเค้าดาวน์ที่ไหนกันดีเพราะเลิกงานมาร่างกายก็เหนื่อยล้าเพราะไม่ได้พักเลยทำงานเช้าค่ำติดๆกันหลายวันจึงตัดสินใจไปเค้าดาวน์ที่สะพานสารสินในวันปีใหม่นี้ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ผมขอเขียนเล่าชีวิตระหว่างทางจนถึงสะพานสารสินและจนถึงเวลาเค้าดาวน์ หลังจากตัดสินใจกันเสร็จแล้วก็เริ่มออกเดินทางโดยรถยนต์ โดยมีผู้โดยสารคือ คนพิเศษ และลูกสุนัขมีชื่อว่า Bobbie เป็นลูกหมาสมาชิกใหม่เริ่มออกรถไประหว่างทางก็ผ่านสนามชัยเห็นเค้าจัดงานปีใหม่ผู้คนเยอะแยะที่จอดรถก็เต็มไปหมดเลย เห็นภาพเหล่านั้นแล้วก็รู้สึกมีความสุขเพราะเห็นผู้คนมารวมตัวร่วมฉลองวันปีใหม่หรือวันเค้าดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่              

   

 

 

        หลังจากเดินทางผ่านสนามชัยก็ขับรถผ่านไปเรื่อยเห็นภาพบรรยากาศรอบๆข้างทางก็เห็นผู้คนบางกลุ่มที่นั่งฉลองกินเลี้ยงวันใหม่กับครอบครัวหรือเพื่อนๆญาติพี่น้องร่วมกินกันอย่างมีความสุขชั่งหน้าอิจฉาเสียเหลือเกินและได้ขับรถผ่านไปเรื่อยๆเห็นเค้าจุดพลุ หรือ ดอกไม้ไฟกันเรื่อยๆบนท้องฟ้าอย่างสวยงามจุดพุเพื่อฉลองวันปีใหม่ และเป็นภาพจุดที่สวยงามและเห็นทุกคนอยู่ร่วมด้วยกันอย่างมีความสุขและขับรถเดินทางไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงสะพานสารสินก็เจอด่านของจังหวัดภูเก็ตโดยมี “จ่าเฉย” ยืนต้อนรับ J

   

 

        หลังจากขับรถมาถึงสะพานสารสินก็ได้พบกับงานวันปีใหม่มีการจัดเวทีด้านล่างของสะพานสารสินหรือตัวสะพานเก่าได้มีการจัดงานแสงสีเสียงให้ความบันเทิงกับผู้คนฝั่งจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงาได้ร่วมทำกิจกรรมหลายๆอย่างๆร่วมกันจึงเป็นภาพบรรยากาศที่ติดตาตัวผมและคนพิเศษอย่างมีความสุขมองไปแล้วก็เก็บเอาเป็นภาพทรงจำ หลังจากนั้นผมก็นั่งรอในรถจนถึงเวลา 24.00 น นั้นผมก็นั่งรอบนรถรับลมหนาวที่พัดผ่านฝากทะเลระหว่างพังงา – ภูเก็ต เป็นอากาศหนาวที่แสนจะอบอุ่นเพราะได้เค้าดาวน์กับคนพิเศษมันช่างมีความสุขมากเลยครับหลังจากถึงเวลา 24.00น ก็ถึงเวลานับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่2557นั้น ได้มีการจุดพรุอย่างสวยงาม โชคดีปีใหม่เดินทางโดยสวัสดิภาพ

                         
                                      

 

 

นายชนะพล แซ่ซี้ เลขที่9 กศบป 56

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)