อนุทิน #133955

 

                                              Me

 การเดินทางบนเส้นทางครูของ นางงสาว  ณัฐนรินทร์ มูลอาสา อายุย่างเข้าสามสิบเเล้วค่ะ พื้นเพดั้งเดิมเป็นคน อีสานเป็นคนจังหวัดสกลนคร โดยกำเนิดเกิดเมื่อปีพ.ศ.2527 ตอนเด็กๆ นับได้ว่า ข้าพเจ้าเป็นคนอ้วนมากเคยป่วยเป็นโรคไข้ป่า ตอนนั้นจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองเป็นคนอ่อนเเอเป็นไข้อยู่ประจำด้วยการเป็นโรคภูมิเเพ้โดยกรรมพันธ์เป็นคนชอบอยู่เเต่บ้านไม่ค้อยมีใครเล่นด้วย อ้วนตุต้ะ เพื่อนคงไม่อยากคบ เพื่อนไม่ค่อยมีมากเหมือนเพื่อนคนอื่นๆเเถวบ้าน เเละดดยตอนนั้นเป็นคนอ้วนมากจำได้ว่ามีเพื่อนสนิทอยู่สองคนเรียกได้ว่าสนิทกันมากปัจจุบันเพื่อนคนนี้ก็ได้เดินทางไปต่างประเทศเเละมีครอบครัวเป็นของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้วคะ ส่วนตัวดิฉันเองตอนนี้ก็เรียกได้ว่าโสด ถึงขั้นสนิทไปเลยคะ ส่วนการเดินทางทางด้านสายครูตามความต้องการของตัวเองในปัจจุบันดิฉันเองก็มีโอกาศได้ลงมือทำในอาชีพที่ตัวเองชอบ

 

งานที่จังหวัดภูเก็ตเป็น โรงเรียนสอนภาษาที่เปิดสอนคือภาษาไทยเเละภาษาอังกฤษได้เริ่มมีโอกาศเข้ามาทำงานก่อนหน้านี้ย้อนไปที่สิบปัที่เเล้วมีโอกาศได้ทำงานด้านโรงเเรมเป็นเวลาสี่ปีในระหว่างสี่ปีนั้นทำงานด้านโรงเเรมด้วยกันสามที่เเต่โดยทว่าโรงเเรมที่หนึ่งที่ทำงานคือโรงเเรม สำราญเพลส เป็นโรงเเรมประเภทเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ มีตั้งเเต่การเสิริิฟอาหารเบรคฟสาสต์ เหมือนโรงเเรมทั่วไปเเต่ที่นี่มีบริการรูมเซอร์วิสด้วยเรียกได้ว่ามีทุกอย่างในโรงเเรมเล็กๆที่นี่เป็นเหมือนเป็นบันไดให้เราได้เข้าไปมีโอกาศทำงานเเละได้ใบผ่านงานในด้านนี้ที่นี่ทำงานเเปดเดือนกับประสบการฯ์ด้านนี้ก็ทำให้เราเก่งมากขึ้น ตามลำดับเเต่ดดยธรรมเนียมการทำงานย่อมมีการก้าวเดินในระดับที่สูงขึ้นไปเเลัเเล้วมาทำงานกับโรงเเรมที่สองคือโรงเเรมเฟิร์ส โฮเตล เเถวประตูน้ำ เเต่ทำด้วยการไม่มีประสบการณ์ใดๆเลยก็ว่าได้จะกระโดดเข้าหาตามประสาวัยรุ่นเดินไปสมัครงานก้ได้ทำงานที่นี่เป็นเวลาสามเดือนเเต่หลังจากนั้นก็เก็บประสบการณ์จากโรงเเรม ระดับเล็กๆ เเต่ด้วยความทะยานไม่หยุดก็ได้มีการสมัครไว้ในหลายที่เหมือนกันที่นี่เป็นที่สุดท้ายคือ โรงเเรมโรโวเทลสยามระดับเล็กๆ ด้วยความกล้าหาญทะยานชาญชัย จะว่าไปก็เรียกได้ว่าไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้เลยเเต่ด้วยความอยากลองก็เลยได้เข้าไปสมัครงานเป็นดอกาศที่ดีมากเค้าก็เปิดโอกาศให้ทำงานในหน้าทีที่รับผิดชอบในตอนนั้นทำตั้งเเต่เด็กเสิร์ฟ ไปจนถึงการเป็รโฮสเตสที่ประจำที่ห้องอาหารเเละหลังจากนั้นก็ได้มีโอกาศเป้นเเคชเชียร์ที่ห้องอาหารของโรงเเรม เเละสุดท้ายก็เป็นการดูเเลลูกค้าระดับวืไอพี ณ ตอนนั้นทำงานเป็นกะ เช้าเเละบ่ายตามตารางทีให้ไว้คะ

 

 

ที่นี่เป็นโรงเเรมสุดท้ายที่ได้มีโอกาศได้ทำงานที่นี่ได้ให้โอกาสจากพนักงานบ้านนอกคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษได้งูๆ ปลาๆ ได้เข้ามาฝึกฝนตนเองที่นี่มีการทำงานด้วยกันหลายตำเเหน่งตั้งเเต่ระดับล่างถึงระดับสูงเเต่เราอยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้องมากกว่าที่นี่มีรถรับส่งพนักงานเเละที่นี่ทำให้ได้รู้จักกับเชฟที่ได้สอนงานเเละสอนการทำอาหารหลายท่านได้ให้ความรู้มากมายโดยไม่หวังผลตอบเเทนอะไรเลยส่วนในด้านผุ้ประกอบการฯืได้ให้ความสำคัญกับโนงเรียนในธรงเเรมก้เลนได้มีโอกาศได้เรยนในด้านโรงเเรมกับประสบการณ์ด้านนี้ก๊ยังไงก้ต้องยกความดีให้กับองค์กรณ์เเละองคืกรณ์ได้เล็งเห็นกา้รเสริมการเรียนรู้ให้กับโรงเเรมเเลเโรงเรียนไปพร้อมกัน หลังจากที่เรียนจบที่โรงเเรมก้ได้เริ้มอิ้มตัวกับประสบการณ์ด้านโรงเเรม ตอนนั้นตอบตัวเองว่าต้องการหาประสบการณ์ได้หลายๆด้านก็เลยได้มีโอกาศมาเที่ยวที่ภูเก็ต ตอนนั้นไม่รู้จักใครเลยนอกจากเพื่อนที่ทำงานด้วยกันปัจจุบันก้เป็นเพือ่นกันสนิทกัรขึ้นทุกวันจนเป็นคนในครอบครัวไปเเล้วก้ด้วยความดีของเธอหรือเพื่อนหรือพี่ในเวลาเดียวกีน ได้ให้การช่วยเหือมาโดยตลอดไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามเธอคนนี้เป็นเหมือนพี่ไปแล้ว

 

หลังจากการมาเที่ยวที่นี่ภุเก็ตเป็นครั้งเเรก ก้มีความรู้สึกชอบมากเเละด้วยการอยากรู้อยากเห็นไม่มีวันจบสิ้นเเล้วบวกกับการชอบสอนของเราก็มีโอกาสหางานเกี่ยวกับการสอนด้วยเป็นคนที่รักเด้กก้เลยมีโอกาศหางานทำ โดยงานที่ทำเป็นครูสอนที่โรงเรียนบัดส์คิงเดอร์การ์เด้นท์ โดยการสอนเป็นเวลาห้าเดือนโดยหลักการสอนกับเด็กอายุประมาณสองขวบขึ้นไปเเต่เป็นการสอนที่เกี่ยวกีบตัวอักษรมีทั้งภาษาอังกฤษเเละไทยเเละมีทั้งเด็กไทยเเลัเด็กลูกครึ่ง มีการสื่อสารด้วยภาพเเละท่าทางจากผู้ฝึกสอนโดยมีกิจกรรมการเะัยนการสอนโดยปะมาณตั้งเเต่เวลา เก้าโมงมีการทำกิจกรรมในห้องเรียน

 

เรื่องราวที่กลาาวมาทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวที่ข้าพจดจำได้เเละเกิดขึ้นจากอดีตมาจนถึงประจำวันส่วนบุคคลใดไม่ได้กล่าวถึงต้องขอ อณุญาตไว้ ณ ที่นี่ด้วย

 

รักเเละเคารพ

Tui Letui Natnarin Moonarsar

 

 

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)