อนุทิน #133642

พวงพะยอมยามโรยรา 
เก็บภาพมาให้เชยชม
ขาวขาวพราวพร่างพรม 
ปูทั่วพื้นพลาญปูน
ดูดีมีข้อคิด
เพ่งพินิจปัญญาพูน
โศกาใจอาดูร
กลับแช่มชื่นตื่นเบิกบาน
รู้ซึ้งถึงแปรเปลี่ยน
ยามแวะเวียนมาแผ้วพาน
ใครเล่าเฝ้าอยู่นาน
ไม่ละก้านหลุดร่วงลง
ประสบพบเห็นเข้า
ไยจะเศร้าไม่รู้ปลง
ใดใดไม่มั่นคง
ถึงคราแล้วคลาดแคล้วไป
นี่แหละพะยอมโรย
ร่วงปรายโปรย โรยเปล่าไหม
น้อมนำธรรมมาลัย
มามอบให้ไตร่ตรองกัน

๐ โรยราหลุดร่วงแล้ว ......หรือไร
เก็บภาพความเป็นไป ..... เปล่าแสร้ง
ตรองตรึกนึกธรรมนัย ...... ณ ภาพ
ใครเล่าจะยื้อแย้ง .......... อยู่ยง
๑๗.๒๙ น. ๕ ก.พ. ๕๗

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (2)

ดอกพยอมร่วงลงตามธรรมชาติและคืนสู่รากเดิมของมันเองแต่คนเรามาจากไหนและกลับคืนนะที่ใดกันหนอ

ครั้งองค์พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามปัญหา ๔ ข้อ แก่บุตรีสาวของช่างทอหูก เธอได้กราบทูลตอบทั้ง ๔ ข้อ คำถามและคำตอบมีว่าดังนี้ ๑ ถาม เจ้ามาจากไหน ตอบ ไม่ทราบพระเจ้าข้า ๒ ถาม เจ้าจักไปในที่ไหน ตอบ ไม่ทราบพระเจ้าข้า ๓ ถาม เจ้าไม่ทราบหรือ ตอบ ทราบพระเจ้าข้า ๔ ถาม เจ้าทราบหรือ ตอบ ไม่ทราบพระเจ้าข้า ฝูงชนที่เฝ้าอยู่พากันยกโทษเด็กหญิงผู้นั้นว่ากราบทูลเหลาะแหละเหลวไหลกับพระพุทธเจ้า เป็นการไม่สมควร เมื่อตรัสถามว่ามาจากไหน ก็ควรจะกราบทูลว่ามาจากบ้านของตน เมื่อตรัสถามว่าจะไปไหน ก็ควรจะกราบทูลว่าจะไปโรงทอหูก องค์พระบรมครูทรงสดับเสียงอื้ออึงของมหาชน จึงตรัสขอให้สงบเสียง แล้วตรัสถามให้เด็กหญิงผู้นั้นอธิบายคำตอบ เด็กหญิงนั้นก็กราบทูลอธิบายว่า คำตอบที่ ๑ หมายความว่า ไม่ทราบว่ามาเกิดในชาตินี้จากที่ไหน คำตอบที่ ๒ ไม่ทราบว่าจุติคือเคลื่อนจากชาตินี้แล้ว จักไปเกิดในที่ไหน คำตอบที่ ๓ คือ ทราบว่าความตายจะมีแน่ คำตอบที่ ๔ คือ ไม่ทราบว่าจะตายเมื่อไร