อนุทิน #132576

Climate Summit 2014 

 

climate_summit_2014

 

http://summit.sites.unicnetwork.org/">http://summit.sites.unicnetwork.org/

        ในปัจจุบัน ประเด็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะทางอากาศของโลก หรือ climate change issue นั้นได้รับความสนใจจากบรรดานานาประเทศ ทั้งในระดับผู้นำของรัฐ ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนในความร่วมมือเพื่อแก้ไขจัดการปัญหาดังกล่าว ดังจะเห็นได้จากความร่วมมือในการจัดทำความตกลงระหว่างประเทศ ความร่วมมือระหว่างรัฐอย่างไม่เป็นทางการตามนโยบายของแต่ละรัฐ รวมถึงการผลักดันการดำเนินงานภาครัฐโดยองค์กรภาคสังคมและ NGOs เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง 

       อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการแก้ไขจัดการปัญหาสภาวะโลกร้อนที่มีมาแต่เดิมนั้นประสบปัญหาการไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐมากพอที่จะก่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดความพยายามในการเรียกร้องของภาคเอกชน ภาคสังคม รวมถึงการผลักดันการดำเนินงานของสหประชาชาติ อันเป็นที่มาของการจัดประชุม climate summit 2014 ที่จะได้กล่าวถึงในรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างรัฐเพื่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลก – ในปีค.ศ.1992 รัฐภาคีแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือ United Nation ได้ร่วมกันลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change หรือย่อเป็น UNFCCC หรือ FCCC) เพื่อร่วมกันผลักดันความร่วมมือระหว่างรัฐในการดำเนินการเพื่อคงสภาวะอากาศของโลกไม่ให้มีอุณหภูมิที่สูงจนเกินไปซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยต่อมาในปีค.ศ.1995 ได้เกิดความร่วมมือเพื่อผลักดันให้มีการดำเนินงานในเรื่องนี้อย่างจริงจัง อันเป็นผลให้เกิดการบังคับใช้ “พิธีสารโตเกียว 1997 (Kyoto Protocol 1997)” ที่มีผลผูกพันให้เหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ผู้ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน หรืออุณหภูมิโดยรวมของโลกสูงขึ้นจากการประกอบอุตสาหกรรมเป็นหลัก ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน โดยมีกรอบระยะเวลาการดำเนินมาตรการนับแต่ปี 2008 ถึงปี 2012

         อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากความผูกพันทั้งสองฉบับในข้างต้นมีผลบังคับใช้ผูกพันกลับเกิดกรณีปัญหาที่รัฐผู้ลงนามผูกพันนั้นไม่ให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการตามข้อผูกพันอย่างจริงจังแต่อย่างใด ส่งผลให้ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

Climate Summit 2014 คืออะไร  – การประชุมครั้งนี้เป็นไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงเป้าหมายของความตกลงทั้งสองฉบับได้แก่ UNFCCC และ Tokyo Protocol ในการคงอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้นจนเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยอาศัยการประชุมในระดับผู้นำและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆที่สำคัญทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้เสียเพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและเสริมสร้างเจตนารมณ์ในทางการเมืองจากผู้นำของรัฐเพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

          “....The Summit is intended to be a solutions-focused Summit that is separate from, but complementary to, the UNFCCC negotiating process. It aims to provide evidence that leaders across sectors and at all levels are taking action, thus expanding the reach of what is possible today, in 2015, and beyond....”

          ข้อแตกต่างระหว่างการประชุมครั้งนี้กับการประชุมครั้งอื่น คือ การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือต่างๆทั้ง UNFCCC และกรอบของ Tokyo Protocol ไม่ใช่กรณีการประชุมเพื่อพิจารณาถึงสภาพปัญหาหรือแนวทางความร่วมมือแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้เองมีเป้าหมายส่วนหนึ่งในการรวบรวมเจตนารมณ์ทางการเมือง(Political will) ในการดำเนินงานตามเป้าหมายในการบรรเทาสภาวะปัญหาโลกร้อนและเข้าร่วมในความตกลงว่าด้วยการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน(a global climate agreement)ที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 ต่อไป

 

สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน Climate Summit 2014  – ในการแถลงข่าวการจัดประชุม Climate Summit 2014 โดยเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ นายบัน คีน มูน เรียกร้องให้ผู้แทนแต่ละประเทศที่เข้าร่วมการประชุม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในภาครัฐอื่น รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคมจัดเตรียมคำประกาศอย่างเป็นทางการแสดงเจตนารมณ์ในการเข้าร่วมโครงการเพื่อการลดอุณหภูมิของโลกและแนวทางการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการประชุมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงการดำเนินงานของภาครัฐรวมถึงส่วนอื่นๆเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของการบรรเทาปัญหาสภาวะอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงและการคงอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงจนก่อให้เกิดอันตรายแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

เขียน:

ความเห็น (0)