อนุทิน #132429

บันทึกการอ่าน

ครอบครัวนักอ่าน

วันที่   12 ธันวาคม 2556

ครอบครัวของ เด็กหญิง เมเฟอร์ลิน อารีสตี้

เรื่อง iPhone กินไฟ มากกว่าตู้เย็น จริงหรือ ?

           

                    บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเทคโนโลยีคิดใหม่ทำใหม่ นำสมาร์ทโฟนฮิตอย่างไอโฟน (iPhone) มาวิเคราะห์เพื่อวัดปริมาณการใช้พลังงานในการชาร์จไฟแต่ละครั้ง ปรากฏว่าความจริงน่าทึ่งจากการสำรวจนี้ คือไอโฟนมีค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยสูงกว่าตู้เย็นขนาดกลาง 1 เครื่อง ถือเป็นแนวโน้มน่าเป็นห่วงเพราะภาพรวมการใช้พลังงานของสมาร์ทโฟนยังไม่มีวี่แววลดลงแม้แต่น้อย มีแต่ขาขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนทำงานได้ยาวนานขึ้น และการใช้งานสมาร์ทโฟนแบบ ตลอดเวลาชนิดไม่มีการปิดเครื่อง

บริษัทผู้ดำเนินการศึกษาจนพบว่าไอโฟนเผาผลาญพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยมากกว่าตู้เย็นขนาดกลางหรือ midsize refrigerator คือบริษัทดิจิตอลเพาเวอร์กรุ๊ป (Digital Power Group) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียง โดยซีอีโอ “มาร์ก มิลส์ (Mark Mills)” ระบุว่าตู้เย็นขนาดกลางที่ได้มาตรฐานประหยัดไฟ Energy Star จากสำนัก Environmental Protection Agency จะใช้พลังงานราว 322 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kW-h) ต่อปี ขณะที่ไอโฟนใช้พลังงานประมาณ 361 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เมื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายจนต้องชาร์จไฟต่อเนื่อง      

kW-h หรือกิโลวัตต์-ชั่วโมงนั้นเป็นหน่วยวัดความสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า โดยสัญลักษณ์ 1 kW-hr จะหมายถึงกำลังไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์ที่ใช้ในเวลา 1 ชั่วโมง และหากต้องการกล่าวถึงเตารีดไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ที่ใช้ในเวลา 3 ชั่วโมง จะสามารถเขียนได้ว่าเตารีดนี้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (ข้อมูลจากพจนานุกรมศัพท์ สสวท.)

ไอโฟนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความกังวลที่ดิจิตอลเพาเวอร์กรุ๊ประบุในรายงานชื่อเต็มว่า “The Cloud Begins With Coal : Big Data, Big Networks, Big Infrastructure, and Big Power” รายงานฉบับนี้ต้องการสะท้อนให้โลกรู้ว่าระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไอซีทีหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้นกำลังเป็นต้นตอที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าของโลกสูงขึ้น โดยไม่เพียงสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอที แต่ครอบคลุมทั้งระบบอีโคซิสเต็ม ซึ่งประกอบด้วยฟาร์มเซิร์ฟเวอร์ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 7 สนามรวมกัน

หากนำข้อมูลปริมาณการใช้พลังงานของอุตสาหกรรมต่างๆ บนโลกนี้มาเขียนเป็นแผนภูมิวงกลม จะพบว่าอุตสาหกรรมไอซีทีกำลังมีชิ้นพายที่ใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง จุดนี้ซีอีโอมิลส์ระบุว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมไอซีทีใช้พลังงานราว 10% ด้วยสถิติ 1,500 เทราวัตต์ชั่วโมง (1 เทราวัตต์ชั่วโมงหมายถึง 1 ล้านล้านวัตต์ชั่วโมง หรือ 10 ยกกำลัง 12 ถือเป็นหน่วยวัดปริมาณไฟฟ้าที่ใช้กันในระดับโลก)

ตัวเลขการใช้พลังงานระดับเทราวัตต์ชั่วโมงนี้ถือว่ามหาศาล เนื่องจากเพียง 1,000 วัตต์ชั่วโมงก็ถือเป็นพลังงานที่ทำให้เราสามารถชมภาพยนตร์ดีวีดี (DVD) ได้มากถึง 29 เรื่อง หรือการทำขนมปังปิ้งมากกว่า 100 แผ่น อย่างไรก็ตาม 1,000 วัตต์ชั่วโมงหรือ 1 กิโลวัตต์ชั่วโมงนี้เพียงพอต่อการใช้งานโทรศัพท์ไร้สายเพียง 15 วันเท่านั้น หรือการเล่นวิดีโอเกมต่อเนื่องเพียง 5 ชั่วโมง

รายงานเชื่อว่า ระบบอีโคซิสเต็มในอุตสาหกรรมไอซีทีจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ส่วนหนึ่งไม่ใช่เพียงเพราะการใช้หลอดไฟส่องสว่างหรือเครื่องปรับอากาศในศูนย์ข้อมูลไอทีเท่านั้น แต่เป็นเพราะระบบต่างๆ ในอุตสาหกรรมไอซีทีนั้นไม่สามารถหยุดพักการทำงานได้ เช่นเดียวกับที่ชาวไอทีเริ่มไม่ปิดเครื่องสมาร์ทโฟนแม้ในเวลากลางคืน

แถมเมื่อเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายอย่าง 3G และ Wi-Fi มีอิทธิพลมากขึ้น ปริมาณการใช้พลังงานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่นเดียวกับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งที่จำเป็นต้องขยายใหญ่ขึ้น โลกก็จะสูญเสียพลังงานไปมากขึ้นเป็นทวีคูณ

จุดนี้ซีอีโอมิลส์ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบสตรีมมิ่งภาพยนตร์ออนไลน์ที่กำลังมีอิทธิพลเหนือสื่อความบันเทิงใดๆ ในขณะนี้ เป็นระบบที่เผาผลาญพลังงานมากกว่าการจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องเดียวกันในรูปแบบแผ่นดีวีดีอย่างก้าวกระโดด

บทสรุปที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าจะเป็นทางออกของปัญหาการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของวงการไอซีทีคือการหาแหล่งพลังงานทางเลือกทดแทนถ่านหินซึ่งยังเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลก โดยเชื่อว่าอุตสาหกรรมไอซีทีจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โลกหันมาใช้พลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่า เสถียรกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าได้ในระยะยาว 

ได้ยินแบบนี้แล้ว ต่อไปเราชาวสมาร์ทโฟนควรจะคิดถึงปริมาณไฟฟ้าที่ใช้กับอุปกรณ์ไอทีของตัวเองให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าไม่เพียงไอโฟน แต่สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นก็มีโอกาสกินไฟมากกว่าตู้เย็นไม่แพ้กัน

 

 

เขียน:

ความเห็น (0)