อนุทิน #132218

บันทึกการอ่าน

ครอบครัวนักอ่าน

วันที่บันทึก  3  ธันวาคม 56

คอบครัวของ  ด.ญ. แมเดอร์ลิน  อารีสตี้

เรื่อง

10 ข้อดีของการอ่าน

  1. กระตุ้นการทำงานของสมอง
        สมองก็เป็นอวัยวะอย่างหนึ่งในร่างกายที่ต้องการการออกกำลัง เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานให้ลื่นไหลไม่ติดขัดอยู่เสมอและจากการวิจัยทางการแพทย์ก็พบว่าการอ่านหนังสืออยู่เสมอจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระตุ้นกระบวนการคิดทำให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคความจำเสื่อม เพราะการใช้สมองคิดตามสิ่งที่อ่านจะทำให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดนั่นเอง
  2. ลดความเครียด
      ไม่เพียงแต่กระตุ้นการทำงานของสมองแต่การอ่านหนังสือยังมีข้อดีที่น่าสนใจอย่างช่วยลดความเครียดได้ด้วยโดยนักจิตวิทยาได้แนะนำว่า การอ่านหนังสือนิยายหรือหนังสือที่เราชอบในช่วงเวลาที่มีความเครียดจากงานหรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน จะทำให้ความเครียดที่มีอยู่หายไปได้เพราะเมื่อเรามีสมาธิในการอ่านหนังสือที่อยู่ในมือเราก็จะลืมเลือนเรื่องที่กำลังกังวล หรือเรื่องที่กำลังเครียดอยู่โดยอัตโนมัติ เผลอๆ ข้อคิด หรือมุมมองดี ๆ ที่ได้จากหนังสือก็อาจจะช่วยให้เรื่องที่กำลังเครียดอยู่กลายเป็นเรื่องสิว ๆ ไปเลยก็ได้
  3. ให้ความรู้
      แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อเราอ่านหนังสือ เราก็จะได้ความรู้หรือข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาและไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้เสมอไปหนังสือนิยายรักหวานแหว หรือหนังสือการ์ตูนก็สามารถให้อะไรกับเราได้ไม่มากก็น้อยเช่นกันอย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้ความบันเทิงกับเราล่ะ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทไหนก็หยิบมาอ่านเถอะค่ะ รับรองว่ายังไงก็ได้ประโยชน์แน่นอน
  4. ได้สำนวนภาษา
      หากลองสังเกตดี ๆ จะรู้ว่าการอ่านหนังสือนั้นช่วยให้เราได้เรียนรู้สำนวนภาษา คำศัพท์ วิธีการพูดอย่างสละสลวยนุ่มนวล ยิ่งถ้าได้อ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ หรือหนังสือแปลเราก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้คำศัพท์ และสำนวนใหม่ ๆ ไม่รู้จักจบสิ้นไม่เชื่อลองสังเกตสำนวนการพูดหรือสำนวนการเขียนของคนที่ชอบอ่านหนังสือดูก็ได้แล้วจะได้เห็นความแตกต่าง ว่าเขาสามารถพูดจา และเขียนหนังสือได้อย่างไม่สะดุดอ่านก็ลื่นตา ฟังก็ลื่นหู เห็นได้ชัดว่ายิ่งอ่าน ก็ยิ่งได้ประโยชน์ดี ๆต่อตัวคุณเองอย่างไม่น่าเชื่อเลยเนอะ
  5. ช่วยกระตุ้นความจำ
      เมื่อเราอ่านหรือรับอะไรก็ตามเข้าไปในสมองสมองจะสั่งการเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ในส่วนหนึ่งของสมองที่มีไว้สำหรับการจดจำข้อมูล และเรียกใช้ได้อย่างทันทีเมื่อจำเป็นดังนั้นเมื่อเราอ่านหนังสือมาก สมองก็จะได้ทำงาน เก็บข้อมูลและเรียบเรียงข้อมูลใหม่เพื่อให้เราสามารถจำอะไรได้ดีขึ้น เราจึงสามารถเรียนรู้และจดจำได้อย่างดีไม่มีลืม

 

 

 

  1. บริหารกระบวนการคิดวิเคราะห์
      ทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือที่มีเงื่อนงำหรือมีปมที่ต้องคิดตาม สมองของเราก็จะพยายามขบคิดปมปัญหานั้น ๆและหาทางออกด้วยตัวเอง เช่นกันกับเวลาที่ได้ดูหนังแนวสืบสวนสอบสวนเราก็จะพยายามคลำหาคำตอบอยู่ในใจไปพร้อม ๆ กับเนื้อเรื่องซึ่งก็จะทำให้กระบวนการคิดวิเคราะห์ของเราได้ทำงาน บริหารตัวเองอยู่ตลอดเรียกได้ว่ายิ่งได้อ่านก็เหมือนยิ่งได้ลับสมองให้เฉียบแหลมยังไงยังงั้นเลยล่ะ
  2. ฝึกสมาธิ
       หากอยากได้สมาธิ หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายรอบกายก็ลองหยิบหนังสือที่น่าสนใจมาอ่านดูสิ แล้วคุณก็จะได้ฝึกสมาธิได้อย่างที่ตั้งใจเพราะเวลาที่เราเพ่งความสนใจไปยังหนังสือ ก็จะได้เพ่งสมาธิและสมองไปด้วยทำให้เรามีสมาธิทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ถึงขนาดที่ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่าให้อ่านหนังสือก่อนทำงาน หรือเรียนสัก 15-20 นาทีเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสมองและร่างกายให้พร้อมทำงานและเรียนหนังสือเลยทีเดียว
  3. พัฒนาทักษะการเขียน
       เชื่อได้ว่าคนที่อ่านหนังสือทุกคนแม้จะอ่านบ่อยหรือไม่ค่อยบ่อยก็ตาม จะต้องมีนักเขียนในดวงใจที่เราอ่านแล้วชอบวิธีการเขียน และสำนวนของเขาเหลือเกินซึ่งสิ่งนี้และที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางด้านการเขียนให้เราและยิ่งถ้าได้อ่านบ่อย ๆ ก็จะได้ทั้งคำศัพท์และสำนวนภาษาที่เขาใช้เขียนหนังสือกันไม่แน่ว่าสักวันคุณก็อาจจะได้เป็นนักเขียนฝีมือดีคนหนึ่งเลยก็ได้นะ
  4. ให้ความสงบ
      ผลวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่านอกจากการอ่านหนังสือจะช่วยให้เรามีสมาธิขึ้นแล้วการอ่านหนังสือยังช่วยให้ร่างกายเราเกิดความรู้สึกสงบขึ้นด้วยโดยหากอ่านหนังสือแนวปรัชญาหรือหนังสือที่ให้แนวคิดจะช่วยลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ หรือถ้าอ่านหนังสือประเภทฮาวทู (self-help books) ก็จะช่วยปรับอารมณ์ที่แปรปรวนให้กลับมาเป็นปกติและบางทีก็สามารถช่วยชี้ทางสว่างให้ปัญหาที่มืดแปดด้านได้ด้วย
  5. ให้ความบันเทิง
     ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหนก็แล้วแต่จะมีสาระความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญ เพราะหนังสือสามารถให้อะไรกับคนอ่านได้เสมอไม่ว่าจะเป็นแนวคิด ไอเดียดี ๆ ทักษะภาษาหรือแม้แต่หนังสือภาพการ์ตูนที่ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรเลยก็ยังสามารถให้ความบันเทิงเริงใจแก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้น หากวัน ๆหนึ่งคุณไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไร ก็ลองหาหนังสือที่คิดว่าน่าสนใจหรือเริ่มอ่านข้อความบนถุงกระดาษหรือบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อนก็ได้ค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าทุกคนพอจะรู้ประโยชน์และข้อดีของการอ่านหนังสือกันอยู่แล้วแต่ที่ติดกันอยู่นี่ก็คงเป็นความขี้เกียจหรือบางคนก็มีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจกว่าให้ทำ แต่นับจากนี้ต่อไปอยากให้ลองอ่านหนังสือกันให้มากขึ้นแล้วคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างคาดไม่ถึง อะไรที่ไม่เคยได้รู้ก็ได้รู้สถานที่ไม่เคยได้ไปก็จะได้เห็น มาเปิดโลกกว้างไปกับหนังสือดีกว่านะคะ

เขียน:

ความเห็น (0)