อนุทิน #132214

บันทึกการอ่าน

ครอบครัวนักอ่าน

วันที่ 3 ธันวาคม 2556

ครอบครัวของ ด.ญ.กัญจน์พร  เกตุมณี

เรื่อง อารยะขัดขืน คืออะไร ทำไมถูกนำมาใช้ในการต่อสู้ทางการเมือง

 

 

 

 

 

อารยะขัดขืน คืออะไร ทำไมถูกนำมาใช้ในการต่อสู้ทางการเมือง

 

อารยะขัดขืน (civil disobedience) แปลตามตัวคือ ประชาชนไม่เชื่อฟังรัฐหรือผู้มีอำนาจ จึงแสดงออกด้วยการไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาต่าง ๆ ของรัฐ หรือก็คือการทำในสิ่งที่ตนรู้อยู่แล้วว่าขัดต่อกฎหมาย แต่กระทำอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และประกาศล่วงหน้า เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อสู้ต่อต้านผู้มีอำนาจอย่างสันติวิธี โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือนโยบายบางประการของรัฐบาล

 โดยหนึ่งในต้นแบบที่สำคัญของ อารยะขัดขืน คือ การต่อสู้แบบอหิงสาของ มหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นหลักการในการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อปลดปล่อยอินเดียจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ สมัยนั้นคานธีต่อต้านการปกครองที่ไม่ยุติธรรม โดยเหตุการณ์ที่สำคัญคือ อังกฤษได้สั่งห้ามคนอินเดียทำเกลือใช้เอง ทั้ง ๆ ที่ยุคนั้นเกลือมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการใช้ถนอมอาหาร นั่นก็เพื่อบังคับให้คนอินเดียต้องซื้อเกลือจากอังกฤษ และอังกฤษก็เพิ่มภาษีให้ชาวอินเดียต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้น เรื่องนี้ ทำให้คานธีรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ อินเดียก็สามารถทำเกลือเองได้ คานธีจึงเริ่มทำการประท้วงแบบอหิงสา โดยคานธีและพวก 78 คนเริ่มเดินเท้าจากเมือง Sabarmati ไปยังเมือง Dansi เมืองชายฝั่งทะเลที่อยู่ห่างออกไป 240 ไมล์ เมื่อขบวนเดินผ่านเมืองใดก็จะมีชาวเมืองนับพันเข้าร่วมเดินด้วย จนขบวนยาวหลายไมล์ จนเมื่อคานธีเดินถึงที่หมาย เขาก็เริ่มกระทำอารยะขัดขืนด้วยการผลิตเกลือเองเพื่อท้าทายกฎหมาย ทุกคนก็ทำตาม การกระทำของคานธีกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก ชาวอินเดียพากันเลียนแบบผลิตและขายเกลือกันอย่างไม่กลัวกฎหมาย ก่อนที่คานธีจะถูกจับพร้อมกับประชาชนนับหมื่น

   หลังจากที่คานธีถูกจับ ประชาชนชาวอินเดียก็เฝ้าติดตามและลุกฮือหยุดงานทั่วประเทศจนอังกฤษคุมสถานการณ์ไม่ได้และต้องเชิญคานธีไปเจรจา จนในที่สุดอังกฤษต้องยอมแก้กฎหมายให้คนอินเดียสามารถทำเกลือใช้เองได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่า The Salt March ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ก่อนนำไปสู่ชัยชนะในการปลดแอกจากมหาอำนาจอย่างอังกฤษ

 ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า อารยะขัดขืน เป็นการกระทำที่มุ่งแก้ไขความบกพร่องบางประการที่ดำรงอยู่ในสังคม โดยที่ไม่ได้ปฏิเสธต่อระบบกฎหมายหรือการปกครองโดยรวม หากยอมรับว่าระบบการเมืองโดยรวมยังคงมีความยุติธรรมเป็นหลักพื้นฐานอยู่ การกระทำอารยะขัดขืนเกิดขึ้นก็เพื่อทำให้ระบบการปกครองที่มีอยู่นั้นมีความสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น

           

 ในช่วงนี้เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยกำลังร้อนระอุทีเดียว ด้วยกระแสต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศยกระดับการชุมนุม โดยเชิญชวนให้ประชาชนทำ "อารยะขัดขืน" ทั่วประเทศเพื่อเป็นการกดดันรัฐบาล ในช่วงนี้เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยกำลังร้อนระอุทีเดียว ด้วยกระแสต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศยกระดับการชุมนุม โดยเชิญชวนให้ประชาชนทำ "อารยะขัดขืน" ทั่วประเทศเพื่อเป็นการกดดันรัฐบาล

การกระทำเช่นนี้จึงต่างไปจากการก่อการร้ายหรือการก่อวินาศกรรมซึ่งกลุ่มผู้กระทำปฏิเสธต่อความชอบธรรมของระบบการเมืองการปกครองที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นเป้าหมายจึงเป็นการมุ่งล้มล้างระบบการเมืองให้เปลี่ยนไปจากเดิม

 

 

เขียน:

ความเห็น (0)